TDEDKICK.COM

ดาร์บี้ เค้าท์ตี้

( Derby County )


website : http://www.dcfc.co.uk/
No. Name Type Join Out
- โจนาธาน มิตเชลล์ ผู้เล่น 2014-07-01 -
33 เคอร์ติส เดวิส ผู้เล่น 2017-06-07 -
30 อิเคชี่ อันย่า ผู้เล่น 2016-08-31 -
1 เดวิด มาร์แชลล์ ผู้เล่น 2020-08-21 -
- สก๊อตต์ คาร์สัน ผู้เล่น 2015-06-12 -
13 Colin Kazim-Richards ผู้เล่น 2020-10-15 -
9 มาร์ติน แว็กฮอร์น ผู้เล่น 2018-08-08 -
3 เคร็ก ฟอร์ซิธ ผู้เล่น 2013-07-01 -
- สก็อตต์ มาโลน ผู้เล่น 2018-08-08 -
4 แกรม ชินนี่ ผู้เล่น 2019-07-01 -
12 นาธาน เบิร์น ผู้เล่น 2020-09-10 -
19 ลี เกรกอรี่ ผู้เล่น 2021-02-01 2021-05-31
2 อันเดร วิสดอม ผู้เล่น 2017-07-01 -
- ฟลอเรียน โยเซฟโซน ผู้เล่น 2018-07-20 -
11 จอร์ดอน ไอบ์ ผู้เล่น 2020-09-22 -
21 เคลล์ รูส์ ผู้เล่น - -
- แจ็ค มาร์ริออต ผู้เล่น 2018-07-26 -
10 ทอม ลอว์เรนซ์ ผู้เล่น 2017-08-15 -
23 แพทริค โรเบิร์ตส์ ผู้เล่น 2021-02-01 2021-05-31
- Henrich Ravas ผู้เล่น 2020-08-01 -
5 คีย์สเตียน บีลิก ผู้เล่น 2019-08-02 -
10204 แมทธิว คลาร์ก ผู้เล่น 2020-08-26 2021-05-31
49 Jamal Hector-Ingram ผู้เล่น - -
8548 จอร์จ เอ็ดมุนด์สัน ผู้เล่น 2021-02-01 2021-05-31
7 Kamil Jozwiak ผู้เล่น 2020-09-16 -
34 เบนี่ บานินกิเม่ ผู้เล่น 2021-02-01 2021-06-30
42 เจย์เดน มิตเชลล์-ลอว์สัน ผู้เล่น - -
8 แม็กซ์ เบิร์ด ผู้เล่น - -
9 บ็อบบี้ ดันแคน ผู้เล่น 2020-09-25 -
1 Matthew Yates ผู้เล่น - -
30 Emmanuel Idem ผู้เล่น 2020-08-28 -
26 ลี บูชาแนน ผู้เล่น - -
38 เจสัน ไนท์ ผู้เล่น - -
17 หลุย ซิบลี ผู้เล่น 2019-07-01 -
15 Teden Mengi ผู้เล่น 2021-02-01 2021-06-30
40 Louie Watson ผู้เล่น - -
39 Jack Stretton ผู้เล่น - -
46 Jordan Brown ผู้เล่น 2020-08-01 -
4 Harrison Solomon ผู้เล่น - -
14 Ola Ibrahim ผู้เล่น - -
37 Kornell MacDonald ผู้เล่น - -
- Wayne Rooney โค้ช 2020-11-25 -
41 Kaide Gordon ผู้เล่น - -
44 Bradley Foster-Theniger ผู้เล่น - -
Tournament Join Out
EFL Cup 2020-08-28 2021-04-25
Championship 2020-09-11 2021-05-08
FA Cup 2020-11-05 2021-05-15

ประวัติ : ดาร์บี้ เค้าท์ตี้

“เดอะ แรมส์” หรือ แกะเขาเหล็ก คือฉายาประจำสโมสรฟุตบอลแห่งนี้โดยที่มาของฉายาคือการให้เกรียติกับกองกำลัง ดาร์บี้ มิลิตเทีย ที่ใช้สัญลักษ์ แกะ เป็นตราประจำหน่วยโดยจุดกำเนิดของสโมสรฟุตบอลเก่าแก่ของประเทศอังกฤษ เริ่มขึ้นในปี 1884 จากกลุ่มสมาชิกในคลับคริกเก็ต (Derbyshire County Cricket Club) ประจำมณฑลดาร์บี้เพื่อให้กลุ่มสมาชิกมีกิจกรรมไว้ทำร่วมกันในช่วงฤดูหนาวจึงมีความคิดริเริ่มที่จะตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมาโดยในตอนนั้นพวกเขาคิดจะตั้งชื่อทีมว่า Derbyshire County F.C. แต่ด้วยความที่สมาชิกในไม่ค่อยเห็นด้วยเกี่ยวกับชื่อนี้เนื่องจากว่ามันยาวจนเกินไปและกลัวว่าแฟนบอลจะไปเข้าใจผิดเพราะชื่อจะไปคล้ายใกล้เคียงกับ Derbyshire FA ทีมฟุตบอลที่ก่อตั้งมาก่อนหน้านี้หนึ่งปี ทำให้พวกเขาต้องหยุดพักเรื่องคิดชื่อลงไป แต่ในปีเดียวกันพวกเขาก็ได้เลือกให้ลงแข่งในรายการ เอฟเอ คัพ เป็นบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศอังกฤษ ถือว่าเป็นครั้งแรกของสโมสรที่ได้ฟาดแข้งอย่างเป็นทางการ สโมสร ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เป็นทีมฟุตบอลที่ตั้งอยู่ในเมือง ดาร์บี้ มลฑลดาร์บี้เชียร์ ประเทศอังกฤษ พวกเขาคือ 1 ใน 10 สโมสรของประเทศอังกฤษที่ร่วมกันก่อตั้งฟุตบอลลีกขึ้นมา และเป็ยสโมสรที่มีชื่อติดอยู่ในการแข่งขันเกมลีกของประเทศมาโดยตลอด ในฤดูกาลต่อมาหลังจากการก่อตั้งทีมฟุตบอลเรียบร้อยพวกเขาได้ผ่านเข้าไปเล่นในรายการ เอฟเอ คัพ อีกครั้งโดยครั้งนี้พวกเขาเอาชนะ แอสตัน วิลล่า เจ้าพ่อลูกหนังของอังกฤษในยุคนั้นไปได้ ทำให้พวกเขาเริ่มที่จะมีชื่อเสียงขึ้นมาให้แฟนบอลอังกฤษได้รู้จักกันมากขึ้น ในฤดูกาล 1888 ดาร์บี้ ถูกรับเชิญให้ร่วมเล่นเกมลีกของอังกฤษที่พึ่งมีการก่อตั้งขึ้นมาแบบสดๆใหม่โดยพวกเขาลงประเดิมเกมแรกในการเจอกับ โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส โดยสามารถผลิกแซงเอาชนะไปได้ 6-3 และในฤดูกาลแรกของรายการ แกรนด์โอเพ่นนิ่ง(ฟุตบอลลีกแรกของอังกฤษที่พึ่งมีการก่อตั้ง) พวกเขาก็จบอยู่ในอันดับที่ 10 ของตาราง ปี 1895 สโมสรขยับสนามเหย้าไปอยู่ที่ เบสบอล กราวนด์ ที่เดิมทีเคยเป็นสนามกีฬาเบสบอลมาก่อนโดยพวกเขาใช้สนามแห่งนี้มาตลอด 100 กว่าปี ในช่วงหลายปีต่อมา ดาร์บี้ ยังคงมีผลงานที่ติดอยู่ในอันดับต้นๆของลีกฟุตบอลอังกฤษและพยายามที่จะเข้าใกล้กับคำว่าแชมป์ให้ได้มากที่สุดแต่พวกเขาก็ต้องพลาดท่าให้กับ เจ้าพ่อลูกหนังเมืองผู้ดีอย่าง แอสตัน วิลล่า ที่ในฤดูกาล 1896 ยืนรั้งเป็นจ่าฝูงของลีกโดยที่มีแต้มนำหน้า ดาร์บี้ ไปเพียงแค่ 4 แต้มไปจนจบฤดูกาลและสุดท้ายแชมป์ลีกก็ตกไปอยู่กับทาง สิงห์ผยอง ไปในปีนั้น

ผ่านมาอีก 3 ปี ดาร์บี้ ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศในรายการฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่ได้จับถ้วยรางวัลโทรฟี่รายการนี้ ในปีต่อๆมาสถานการณ์ทางการเงินของทีมเริ่มมีปัญหาทำให้พวกเขาต้องยอมปล่อยตำนานนักเตะคนสำคัญอย่าง สตีฟ บูมเมอร์ ออกไปให้กับทาง มิดเดิ้ลสโบรห์ ส่งผลให้หลังจากนั้นผลงานของทีมก็เริ่มตกต่ำลงเรื่อยๆจนในที่สุดพวกเขาก็ต้องล่วงตกชั้นลงไปในดิวิชั่น 2 หลังสิ้นฤดูกาล 1907 หลังจากนั้นต่อมาอีก 5 ปี เข้าสู่ฤดูกาล 1912 แกะเขาเหล็ก คว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 ได้เป็นครั้งแรกพร้อมกับทะยานกลับสู่ลีกสูงสุดได้ในปีต่อมา จากการเข้ามาทำหน้าที่ของ จิมมี่ เมธเว่นส์ กุนซือประจำทีมที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับทีมโดยการซื้อตัว สตีฟ บูมเมอร์ กลับมา แต่อีก 2 ปีต่อมายอยู่ฟอร์มของพวกเขาก็เริ่มแย่จนในที่สุดก็ยื้ออันดับในตารางไม่ไหวส่งผลให้ในปี 1914 ดาร์บี้ ต้องตกชั้นอีกรอบ พร้อมกับการประกาศแขวนสตั๊ดของ สตีฟ บูมเมอร์ ตำนานชื่อดังของทีม ในปีต่อมา ดาร์บี้ ก็ได้กลับมาโล้ดแล่นอยู่ในดิวิชั่น 1 อีกครั้งหลังจากที่คว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 ของอังกฤษได้เป็นครั้งที่สอง และได้ใช้เวลาวนอยู่ในตารางคะแนนของอังกฤษอยู่ 5 ปีจนเข้าสู่ช่วงผลงานย่ำแย่ของพวกเขาอีกครั้งหลังจากสิ้นฤดูกาล 1920-21 พวกเขาจบด้วยอันดับบ๊วยของตาราง จึงไม่รอดต่อการตกชั้นลงไปสู่ดิวิชั่น 2 เป็นครั้งที่ 3 แต่อีก 5 ปีพวกเขาก็หวยคืนสู่เวทีใหญ่ของประเทศได้อีกครั้งโดยขยับขึ้นมาในฐานะทีมอันดับ 2 ของ ดิวิชั่น 2 โดยในปีนั้นเป็นทางด้านของ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ที่เป็นฝ่ายคว้าแชมป์ลีกปาดหน้าพวกเขาไปได้ การเข้ามาทำหน้าที่ของ จอร์จ โจบี้ ผู้จัดการทีมคนใหม่ที่พาพวกเขาเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาสามารถยกระดับฟอร์มการเล่นของ ดาร์บี้ ให้กลับมาดูดีได้อีกครั้งเกือบจะได้เห็นพวกเขาชูถ้วยแชมป์ได้อยู่หลายฤดูกาลแต่สุดท้ายก็ต้องมาพ่ายแพ้เป็นได้แค่พระรองเท่านั้น ในช่วงปี 1939 ประเทศเริ่มเข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 การดำเนินกิจกรรมต่างๆในประเทศจึงถูกคำสั่งให้ปิดตัวลงรวมไปถึงกีฬายอดนิยมของประชาชนชาวอังกฤษอย่างฟุตบอลก็ต้องหยุดพักการฟาดแข้งกันไปโดยที่พวกเขาเริ่มทำการแข่งขันกันไปแล้ว 3 แมตช์ หลังจากที่สมรภูมิรบจบลงฟุตบอลของอังกฤษในรายการบอลถ้วยกลับมาเปิดให้แข่งขันกันอีกครั้งในปี 1946 โดยการกลับมาของ เดอะแรมส์ ในครั้งนี้พวกเขาก็สามารถมีถ้วยโทรฟี่มาครองได้สำเร็จโดยพวกเขาทะลุผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศฟุตบอล เอฟเอ คัพ โดยในนัดชิงสามารถเอาชนะ ชาร์ลตัน แอธเลติก ไปได้ถึง 4-1 ณ สนามฟุตบอล เวมบ์ลี่ย์ กลายเป็นประวัติศาสตร์ของทีมครั้งแรกที่ได้คว้ารางวัลในระดับเมเจอร์ลีก และอีกหนึ่งปีต่อมารายการฟุตบอลลีกจึงเริ่มกลับมาเตะกันอีกครั้ง

จนผ่านมาหลายปี ผลงานของ ดาร์บี้ มาดร็อปลงอีกครั้งในช่วงปี 1952-53 ส่งผลให้พวกเขาต้องล่วงตกชั้นเป็นครั้งที่ 4 แต่สถานการณ์ในครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะสาหัสกว่าปีอื่นๆหลังจากที่พวกเขาตกชั้นลงไปอยู่ใน ดิวิชั่น 2 ฟอร์มก็ยิ่งแย่ลงๆเรื่อยๆจนถึงขึ้นต้องลงไปเล่นใน ดิวิชั่น 3 หลังสิ้นฤดูกาล 1955 ต่อมาอีก 2 ปีพวกเขาถึงจะกลับมาอยู่ใน ดิวิชั่น 2 ได้อีกครั้งและหลังจากนั้นผลงานของ เดอะ แร้มส์ ก็ยังคงเอาแน่เอานอนไม่ได้ทำให้ต้องวนเวียนอยู่ใน ดิวิชั่น 2 มายาวนานถึง 16 ปี จจึงจะสามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่บนลีกสูงสุดของประเทศได้ ในฤดูกาล 1970 เป็นปีแรกของการเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาพวกเขาสามารถคว้าอันดับ 4 ของลีกไว้ได้ตามมาด้วยการเป็นแชมป์ ดิวิชั่น 1 ในอีก 2 ปีต่อมาที่พวกเขาสามารถเล่นโชว์ฟอร์มออกมาได้อย่างน่าประทับใจเอาชนะทีมใหญ่ๆอย่าง ลิเวอร์พูล และ แมนฯซิตี้ รวมไปถึง ลีดส์ ยูไนเต็ด มาได้นับเป็นความภาคภูมิใจของบรรดาเหล่าแฟนบอลเมือง ดาร์บี้ พร้อมกันนั้นการเดินทางบอลเวทียุโรปในปีหน้าของพวกเขาก็เริ่มขึ้นในฤดูกาล 1973 พวกเขาสามารถผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศในรายการ ยูโรเปี้ยน คัพ โดยพวกเขาโดนทางฝั่งของ ยูเวนตุส สกัดดาวรุ่งไปในปีนั้นและในปีเดียวกันหลังจากสิ้นฤดูกาล คลัฟ และ ปีเตอร์ เทย์เลอร์ ผู้จัดการทีมและผู้ช่วยก็ตัดสินใจลาออกจากการเป็นหัวเรือให้กับสโมสรเนื่องจาก คลัฟ มักจะมีข้อวิพากย์วิจารย์เกี่ยวกับการบริหารงานของบอร์ดผู้ดูแลสโมรอยู่บ่อยจนทำให้เกิดความขัดแย้งกันมาตลอดจนในที่สุดอัศวินม้าขาวที่เข้ามายกระดับฟอร์มของ ดาร์บี้ ให้เลื่อนชั้นกลับขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 และการพาทีมเป็นแชมป์ระดับลีกสูงสุดก็ได้จบเส้นทางกันในที่สุดทำให้เหล่าแฟนบอลของ เดอะ แรมส์ รู้สึกไม่พอใจกับบอร์ดบริหารที่บีบบังคับจนทำให้ คลัฟ ต้องลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีม หลังจากนั้นไม่นานผลงานของทีมก็เริ่มจะกลับไปแย่อีกครั้งจนกระทั้งหลังจบซีซั่น 1980 ทีมก็ต้องตกชั้นลงสู่ดิวิชั่น 2 อีกรอบ ตามต่อด้วยสถานการณ์ต่อเนื่องในปี 1983 ที่ทีมยังประสบพบเจอกับปัญหาเรื่องของหนี้สินทีมตามใช้ยังไงก็ไม่หมดจนทำให้ทีมเริ่มฟอร์มตกจนต้องตกชั้นลงสู่ดิวิชั่นสองหลังจบฤดูกาล 1984 แต่ในความย่ำแย่ก็ยังมีถ้วยรางวัลปลอบใจที่พอจะได้เงินมาเพื่อเอาไปใช้หนี้ได้บ้าง โดยพวกเขาสามารถผ่านเข้าไปเล่นในรายการฟุตบอล เอฟเอ คัพ จนถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ต่อมาฤดูกาล 1986 ในยุคของ อาร์เธอร์ ค็อกซ์ กุนซือที่ทำหน้าที่คุม ดาร์บี้ ในดิวิชั่น 3 พวกเขาเปิดหัวโชว์ผลงานในลีก 3 ได้อย่างยอดเยี่ยมจนสามารถพาทีมเลื่อนชั้นกลับสู่ดิวิชั่น 2 ได้จากการจบในอันดับที่ 3 ของ การคุมทีมของ ค็อกซ์ ไม่เพียงแต่พา ดาร์บี้ เลื่อนชั้นขึ้นมาแค่ดิวิชั่น 2 หลังจากนั้นเขาก็พาทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ และในช่วงนั้นก็เริ่มทำให้ทีมกลับมามาจุดยืนอยู่บนหัวตาราง ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ แต่แล้วด้วยการบริหารงานของบอร์ดทำให้ทีมต้องกับไปเจอกับสภาวะหนี้สินอีกครั้งตามมาด้วยผลงานที่เริ่มดร็อปจนสุดท้ายปลายฤดูกาล 1989 พวกเขาเกาะกลุ่มอยู่ในโซนตกชั้นและไม่สามารถกู้สถานการณ์กลับมาได้จนต้องตกชั้นลงไปในที่สุด ในช่วงปี 1993 มีการปฏิรูปเกมลีกใหม่ในฟุตบอลอังกฤษจากลีกสูงสุดมาเป็น พรีเมียร์ลีก และดิวิชั่น 2 เปลี่ยนเป็น ดิวิชั่น 1 ในปีที่สถาปณาชื่อลีกใหม่ ดาร์บี้ สามารถรังในอันดับ 8 ของตาราง ผ่านมาอีกไม่กี่ฤดูกาล สโมสรตัดสินใจดึงตัว จิม สมิธ เข้ามาคุมทีมเพื่อยกระดับผลงานของทีมให้ดีขึ้นและแล้ว จิม สมิธ ก็ไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวัง ดาร์บี้ สามารถจบอันดับ 2 ในซีซั่น 1996 ทำให้ทีมตีตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นสู่เวที พรีเมียร์ลีก ที่เป็นชื่อใหม่ของลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก ในปีต่อมาการเดินทางบนเวที พรีเมียร์ลีก ยังผ่านพ้นไปได้ด้วยดีทีมยังคงมีชื่อติดอยู่ในตารางอย่างปลอดภัยในปีแรกพร้อมกับการเปลี่ยนย้ายสนามเดิม เบสบอล กราวนด์ ที่ใช้เป็นสนามเหย้ามาเป็นระยะเวลายาวนานถึง 102 ปี โดยไปปักหลักอยู่ที่สนามใหม่อย่าง ไพรด์ พาร์ค สเตเดี้ยม ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสะสมผลงานในลีกสูงสุดมาได้ 2 ปีติดต่อกันแต่ก็ไม่ได้สร้างความมั่นคงให้กับทีมจนหลังสิ้นฤดูกาล 2001 พวกเขาก็ต้องตกชั้นลงสู่ดิวิชั่น 2 และยังต้องไปดิ้นรนหนีตายอยู่ในโซนท้ายตารางของ ลีกรองที่มาเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ดิวิชั่น 1 อยู่หลายปี จิม สมิธ ไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งของทีมกลับมาได้เจ้าตัวจึงตัดสินใจลาออกในเวลาต่อมา เนื่องด้วยสภาพการเงินการเป็นหนี้สินที่คอยหลอกหลอน บอร์ดบริหารจำเป็นต้องปล่อยแข้งนักเตะคนสำคัญออกจากทีม จนทำให้ทีมตกอยู่กลับผลงานที่ไม่ดีขึ้นแต่ก็ช่วยกันพยุงไม่ให้ตกชั้นลงไปอีก

ในปี 2005 ชื่อ ดิวิชั่น 1 ถูกเปลี่ยนเป็น แชมเปี่ยนชิพ อังกฤษ รวมไปถึงฟอร์มการเล่นของ แกะเขาเหล็ก ที่ผลงานดีแบบหลังมือเป็นหน้ามือจนผ่านเข้าไปลุ้นเพลย์ออฟเลื่อนชั้นได้ แต่ผลสุดท้ายพวกเขาก็ต้องไปพ่ายแพ้ให้กับ เปรสตัน หมดโอกาสที่จะได้เลื่อนชั้นในปีนั้นไปโดยปริยาย ในปีต่อมา สโมสรมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยได้เจ้าของสโมสรคนใหม่มาเป็น ปีเตอร์ แกดสบี้ นักธุรกิจชาวเมือง ดาร์บี้ ที่เข้ามาช่วยให้ทีมหมดสภาวะหนี้สินที่ถูกทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษควบคุมไว้และสามารถไถ่ สนาม ไพรด์ พาร์ค กลับมาเป็นของสโมสรได้อีกครั้งหลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้องขายสู่ท้องตลอดเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ภายในทีมและ ปีเตอร์ ก็ได้ดึงตัว บิลลี่ เดวี่ส์ เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ซึ่งภายหลังเขาก็สามารถพาทีมเลื่อนชั้นกลับมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้อีกครั้งในช่วงฤดูกาล 2008 พอเข้าสู่ช่วงฤดูกาล 2007-2008 ประธานสโมสรอย่าง แกดสบี้ ตัดสินใจทิ้งเก้าอี้ตำแหน่งและในเวลาต่อมาก็ได้มีการแต่งตั้งให้ อดัม เพียร์สัน ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่แทน จนแล้วจนเล่าช่วงเดือน มกราคม ปี 2008 สโมสรถุกกลุ่มนักลงทุนต่างชาติเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร แต่ในปีนั้นก็เป็นปีที่ย่ำแย่ที่สุดของ ดาร์บี้ แถมยังถูกบันทึกลงในหน้าสถิติของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกด้วยว่าเป็นทีมที่สร้างผลงานทำแต้มได้น้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคยมีมา จนทำให้ เดอะ แรมส์ ต้องเก็บกระเป๋าลงมาสู่ เดอะ แชมเปี่ยนชิพ และหลังจากนั้นแม้ว่าพวกเขาจะพยายามยกระดับมาตราฐานของทีมให้ดีขึ้นขนาดไหนก็ไม่สามารถพาทีมขยับเลื่อนชั้นขึ้นมาได้อยู่ดี มีทั้งการซื้อนักเตะที่คิดว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับทีมก็แล้วหรือแม้กระทั่งกุนซือที่เปลี่ยนเข้าเปลี่ยนออกเป็นว่าเล่นก็ไม่สามารถเลื่อนชั้นกลับสู่ พรีเมียร์ลีก ได้ ผ่านมาจนถึงปี 2018 สโมสรเกือบจะได้โอกาสที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมาแต่ว่าก็ต้องตกรอบในการเพลย์ออฟเมื่อพวกเขาต้องพ่ายแพ้ให้กับ ฟูแล่ม ที่ผลงานทำออกมาได้แจ่มกว่าและหลังจากนั้นจบสิ้นฤดูกาล 2018 ทีมก็ได้แต่งตั้งกุนซือหน้าใหม่อย่าง แฟร้งค์ แลมพ์พาร์ด เข้ามาคุมทีมโดยก่อนหน้านี้ก็มีข่าวกันมาอย่างนัก และทั้งหมดนี้ก็เป็นประวัติคร่าวๆของ แกะเขาเหล็กแห่งมิดแลนด์ ( Updated : 8-5-2020 )

Top Goal Player