TDEDKICK.COM

ไบรท์ตัน

( Brighton & Hove Albion )


website : https://www.brightonandhovealbion.com/
No. Name Type Join Out
- เกล็นน์ เมอร์เร่ย์ ผู้เล่น 2017-01-31 -
14 อดัม ลัลลาน่า ผู้เล่น 2020-07-27 -
23 เจสัน สตีล ผู้เล่น 2018-07-01 -
18 แดนนี่ เวลเบ็ค ผู้เล่น 2020-10-18 -
13 พาสคาล โกรสส์ ผู้เล่น 2017-06-10 -
4 เชน ดัฟฟี่ ผู้เล่น 2016-08-26 -
24 เดวี่ พร็อพเพอร์ ผู้เล่น 2017-08-07 -
1 แมทธิว ไรอัน ผู้เล่น 2017-07-01 -
33 แดเนียล เบิร์น ผู้เล่น 2018-08-09 -
5 เลวิส ดังค์ ผู้เล่น 2010-07-01 -
19 โฮเซ่ อิซเกียร์โด้ ผู้เล่น 2017-08-10 -
- เยอร์เก้น โลกาเดีย ผู้เล่น 2018-01-19 -
4 อดัม เว็บสเตอร์ ผู้เล่น 2019-08-03 -
34 โจเอล เวลท์แมน ผู้เล่น 2020-07-29 -
11 เลอันโดร ทรอสซาร์ ผู้เล่น 2019-07-01 -
9 นีล โมเปย์ ผู้เล่น 2019-08-05 -
20 ซอลลี่ มาร์ช ผู้เล่น 2013-07-01 -
16 อลิเรซ่า ยาฮานบาคช์ ผู้เล่น 2018-07-26 -
31 คริสเตียน วอลตัน ผู้เล่น 2013-07-01 -
- เพอร์ซี่ เทา ผู้เล่น 2018-07-20 -
- แมทธิว คลาร์ก ผู้เล่น 2019-07-01 -
21 ฟลอริน อันโดเน่ ผู้เล่น 2018-07-01 -
30 เบอร์นาร์โด้ ผู้เล่น 2018-07-05 -
29 อันดี้ เซกิรี่ ผู้เล่น 2020-10-01 -
- วิคตอร์ กีโอเคเรส ผู้เล่น 2018-01-01 -
- เกรแฮม พ็อตเตอร์ โค้ช 2019-05-20 -
8 อีฟส์ บิสซูม่า ผู้เล่น 2018-07-18 -
- Leo Oestigard ผู้เล่น 2018-08-08 -
3 เบน ไวต์ ผู้เล่น 2018-07-01 -
17 สตีเว่น อัลซาเต้ ผู้เล่น 2019-07-01 -
26 โรเบิร์ต ซานเชซ ผู้เล่น 2020-07-01 -
49 เจย์สัน โมลัมบี้ ผู้เล่น 2020-08-01 -
- ยาน มลาการ์ ผู้เล่น 2019-01-31 -
- บิลลี่ อาร์เซ ผู้เล่น 2018-08-03 -
10 อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ผู้เล่น 2019-01-24 -
55 ปีเตอร์ กวาริส ผู้เล่น 2018-08-09 -
- ทูดอร์ บาลูต้า ผู้เล่น 2019-01-31 -
7 อารอน คอนนอลลี่ ผู้เล่น 2019-07-01 -
41 แม็กซ์ แซนเดอร์ส ผู้เล่น 2020-07-01 -
- อเล็กซานเดอร์ โคชเรน ผู้เล่น 2020-07-01 -
- Jakub Moder ผู้เล่น 2020-10-05 -
2 ทาริค แลมพ์ตี้ ผู้เล่น 2020-01-31 -
72 เท็ดดี้ เจงส์ ผู้เล่น 2020-07-01 -
- Michal Karbownik ผู้เล่น 2020-10-05 -
- เฮย์ดอน โรเบิร์ต ผู้เล่น 2020-07-01 -
53 Lars Dendoncker ผู้เล่น 2020-07-01 -
Tournament Join Out
Club Friendlies 2019-12-31 2020-12-30
Premier League 2020-09-12 2021-05-23
EFL Cup 2020-08-28 2021-03-01

ประวัติ : ไบรท์ตัน

ไบร์ทตัน (Brighton) ชื่อเต็ม ไบร์ทตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน (Brighton & Hove Albion) อยู่ในเมืองไบร์ทตัน ทางตะวันออกของซัสเซ็กซ์ เป็นเมืองชายทะเลที่มีนกนางนวลอยู่เป็นจำนวนมาก และนี่ก็เป็นที่มาของตราสโมสรและฉายาของสโมสรที่มีชื่อว่า นกนางนวล (The Seagulls) ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 1901 ลงแข่งขันในลีกตอนใต้ของประเทศหรือรายการเซาเทิร์นลีกนั่นเอง และสามารถคว้าแชมป์เซาเทิร์นลีกได้ด้วยในปี ค.ศ. 1909-1910 ส่งผลให้ทีมได้ลงแข่งขันในรายการแชริตี้ชีลด์ ในยุคนั้นเป็นการแข่งขันกันระหว่างแชมป์ฟุตบอลลีกกับแชมป์เซาเทิร์นลีก และในปีนั้น ไบร์ทตัน ก็สามารถเอาชนะ แอสตัน วิลล่า ไปได้ 1 ประตูต่อ 0 เลยคว้าแชมป์แชริตี้ชีลด์ไปครอง นับว่าเป็นแชมป์อีกในรายการสำคัญของประเทศ ก่อนที่ ปี ค.ศ. 1920 จะเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกหรือฟุตบอลอาชีพเป็นครั้งแรก ในฐานะทีมที่ทำผลงานได้โดดเด่นในเซาเทิร์นลีก โดยที่เข้ามาแข่งขันในระดับดิวิชั่น 3 ก่อน และใช้เวลาพัฒนาทีมอยู่หลาย 10 ปี กว่าจะจบอันดับรองแชมป์ดิวิชั่น 3 ได้ ในปี ค.ศ. 1971-1972 และได้สิทธิเลื่อนชึ้นขึ้นสู่ดิวิชั่น 2 แต่ว่า ไบร์ทตัน ก็ลงเล่นได้เพียงปีเดียวเท่านั้นก็ต้องตกลงไปเล่นดิวิชั่น 3 เหมือนเดิม ในช่วงปี ค.ศ. 1976 ทีมได้แต่งตั้ง อลัน มัลเลอรี่ (Alan Mullery) อดีตเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติอังกฤษ เข้ามาคุมทีมในฐานะกุนซือคนใหม่ หลังจาก อลัน มัลเลอรี่ แขวนสตั๊ดก็รับงานคุมทีมเป็นครั้งแรกทันที อลัน มัลเลอรี่ สามารถพา ไบร์ทตัน ขึ้นสู่ดิวิชั่นได้ถึง 2 ครั้ง 2 หน ในช่วงระยะเวลาเพียง 3 ปีเท่านั้น

ในปี ค.ศ. 1976-1977 ไบร์ทตันจบในตำแหน่งรองแชมป์ดิวิชั่น 3 และได้เลื่อนขึ้นไปเล่นในดิวิชั่น 2 ใหม่ ก่อนที่จะคว้าตำแหน่งรองแชมป์ดิวิชั่น 2 ในปี ค.ศ. 1978-1979 ส่งผลให้ ชนะ ไบรท์ตัน เลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 หรือ ลีกสูงสุดของประเทศในเวลานั้นได้เป็นครั้งแรก ณ ตอนนั้น ไบร์ทตัน สร้างชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากกับการแข่งขันฟุตบอลลีก จนมาถึงปี ค.ศ. 1983 ไบร์ทตันก็ได้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนที่จะแพ้ไป 4 ประตูต่อ 0 เลยจบได้แค่รองแชมป์ แล้วในปีเดียวกันนั้นก็ตกที่นั่งลำบาก เพราะไบร์ทตันหล่นไปเล่นดิวิชั่น 2 ต่อมาในปี ค.ศ. 1987 ไบร์ทตัน ก็ตกลงไปเล่นในดิวิชั่น 3 แต่ก็สามารถขึ้นมาสู่ดิวิชั่น 2 ได้ ในปีถัดมา แล้วในปี ค.ศ. 1996 ทีมก็ต้องตกชั้นไปเล่นดิวิชั่น 3 อีกครั้ง ในสถานการณ์ทางการเงินที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ ไบร์ทตัน ตัดสินใจขายสนาม โกลสโตน กราวด์ (Goldstone Ground) เพื่อระดมทุนใช้หนี้สโมสร ในช่วงปี ค.ศ. 1996-1997 จิมมี่ เคส (Jimmy Case) ถูกไล่ออก หลังจากคุมทีมได้ย่ำแย่ วนเวียนอยู่แต่ในโซนท้ายของตาราง ต่อมาทีมได้แต่งตั้ง สตีเว่น กริฟฟ์ (Steve Gritt) เข้ามาบริหารทีมใหม่ แล้วผลงานของทีมก็ดีขึ้นตามลำดับ แต่ทีมก็โดนทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษลงโทษด้วยการหัก 2 คะแนน จากการประท้วงของแฟนคลับในสนาม กรณีไบร์ทตันต้องขายสนามแข่งโกลสโตนให้กับนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

ในปี ค.ศ. 1997 และทาง ดิคก์ ไนท์ (Dick Knight ) แฟนพันธุ์แท้ของทีมก็ได้เข้ามาจัดการ โดยการหนุนหลังของเหล่าแฟนคลับเพื่อกดดันบอร์ดบริหารสโมสร หลังจากที่ขายสนามไปแล้ว ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล ไบร์ทตัน ยังพอมีลุ้นหนีตกชั้น เพราะมีผลการแข่งขันอยู่ 2 แบบ คือ เสมอกับชนะ หากทำได้อันใดอันหนึ่งก็จะเป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งนัดนั้นพบกับ แฮร์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ปรากฎว่าผลออกเสมอ เลยทำให้ ไบร์ทตัน รอดตกชั้นแบบหวุดหวิด หลังจากที่ ไบร์ทตัน ขายสนามไปนั้น ต้องใช้สนาม เคอาร์บีเอส พรีสต์ฟิลด์ (Priestfield Stadium) ของจิลลิ่งแฮม ที่อยู่ห่างถึง 70 ไมล์ เป็นสนามเหย้าแข่งขัน แล้วก็ได้ใช้สนามเป็นเวลาถึง 2 ปีด้วย จนถึงปี ค.ศ. 1999-2000 สโมสรก็ได้แต่งตั้ง มิคกี้ อดัม (Micky Adams) เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ แล้วทางสโมสรก็ไปเช่าสนาม วิธดีน สเตเดี้ยม (Withdean Stadium) เป็นสนามเหย้าของตัวเอง หรือชื่ออย่างเป็นทางการเรียกว่า ดิ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส คอมมิวนิตี้ สเตเดี้ยม (American Express Community Stadium) และใช้ชื่อย่อว่า ดิ เอเม็กซ์ (The Amex) แล้วในปี ค.ศ. 2000-2001 ไบร์ทตัน คว้าแชมป์ดิวิชั่น 3 ได้ พร้อมกับตบเท้าขึ้นสู่ดิวิชั่น 2 ทันที หลังจากนั้น มิคกี้ อดัม ก็ลาออกในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2001 เพื่อไปเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมของ เดฟ บาสเซ็ซ (Dave Bassetts) ที่เลสเตอร์ ซิตี้ และทำการแต่งตั้ง ปีเตอร์ เทย์เลอร์ (Peter Taylor) เข้ามาคุมทีมแทน แล้วได้เปลี่ยนแปลงระบบการเล่นไปในทางที่ดีขึ้น

จนทำให้ไบร์ทตันคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 ได้สำเร็จ ต่อมาอีก 5 ปีสโมสรอยู่ในช่วงที่ยากลำบากเกือบจะยุบทีม แต่แล้วไบร์ทตันก็ก้าวขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ได้ และเป็นหนึ่งในทีมที่ร่วมกันก่อตั้ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขึ้นมา ในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2009 และได้เปลี่ยนเจ้าของทีมมาเป็น โทนี่ บลูม (Tony Bloom) แล้วสโมสรก็ประสบความสำเร็จในการระดมทุนสร้างสนามขึ้นมาใหม่ ด้วยมูลค่าตกอยู่ที่ 93 ล้านปอนด์ โดยใช้ชื่อสนามว่า ฟาลเมอร์ สเตเดี้ยม (Falmer Stadium) นอกจากนี้ โทนี่ บลูม ยังถือหุ้นสโมสรสูงถึง 75 เปอร์เซ็นด้วย ในฤดูกาลสุดท้ายที่ ไบร์ทตัน ใช้สนาม วิธดีน สเตเดี้ยม ก็สามารถคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 หรือลีกวันได้ในปี ค.ศ. 2010-2011 แล้วฤดูกาลถัดมาก็ย้ายมาเล่นที่สนาม ฟาลเมอร์ สเตเดี้ยม นับว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานหลาย 10 ปี ที่ ไบร์ทตัน ไม่มีสนามเหย้าเป็นของตัวเอง พอมาถึงปี ค.ศ. 2016-2017 ไบร์ทตัน ไม่แพ้ทีมไหนมา 18 เกม เป็นจ่าฝูงของตารางจนถึงเดือนมกราคม แล้วก็จบด้วยตำแหน่งแชมป์แชมเปี้ยนชิพ ทำให้ ไบร์ทตัน เลื่อนชั้นสู่เวทีพรีเมียร์ลีก แล้วสโมสรก็อยู่ในอันดับกลางตารางมาเกือบทุกปี โดยสโมสรมีคู่ปรับสำคัญตลอดกาล อย่าง คริสตัล พาเลซ ที่อยู่ห่างกันเพียง 40 ไมล์ ปัจจุบัน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน อยู่ภายใต้การคุมทีมของ เกรแฮม พอตเตอร์ (Graham Potter)

ไบรท์ตัน คือ 1 ในสโมสรที่ร่วมก่อตั้ง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขึ้นมา แต่ก็ยังไม่เคยได้สัมผัสถ้วยใบนี้เลยสักครั้ง ส่วนใหญ่ความสำเร็จจะมาจากการแข่งขันในระดับรอง เกียรติประวัติแชมป์ทั้งหมดของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน หรือ “นกนางนวล” : ระดับประเทศ แชมป์แชมเปี้ยนชิพ (1 สมัย), แชมป์เซคันด์ดิวิชั่น หรือ แชมป์ลีกวัน (3 สมัย), แชมป์ลีกทู (2 สมัย), รองแชมป์เอฟเอฟคัพ (1 ครั้ง), แชมป์เซาเทิร์นลีก (1 สมัย), แชมป์แชริตี้ชิลด์ หรือ แชมป์เอฟเอคอมมิวนิตี้ชิลด์ (1 สมัย), แชมป์ซัสเซ็กซ์ รอแยล อัลส์เตอร์ รีไฟส์ แชริตี้ คัพ (2 สมัย) ( Updated : 14-4-2020 )

Top Goal Player