TDEDKICK.COM

ปาร์ม่า

( Parma Calcio 1913 )


website : http://parmacalcio1913.com/
No. Name Type Join Out
22 บรูโน่ อัลเวส ผู้เล่น 2018-07-01 -
27 แชร์วินโญ่ ผู้เล่น 2018-08-17 -
17 อันโตนิโน่ บาร์ริลล่า ผู้เล่น - -
36 มัตเตโอ ดาร์เมียน ผู้เล่น 2019-09-02 -
33 ยูราย คุชก้า ผู้เล่น 2019-01-15 -
- มาร์เชลโล่ กัซโซล่า ผู้เล่น 2018-01-16 -
26 ลูก้า ซิลิการ์ดี้ ผู้เล่น 2017-07-15 -
34 ซิโมเน่ โคลอมบิ ผู้เล่น 2019-07-11 -
1 ลุยจิ เซเป้ ผู้เล่น 2019-07-09 2020-08-31
21 มัตเตโอ สคอซซาเรลล่า ผู้เล่น 2017-01-08 -
5 วาสโก เรจินี่ ผู้เล่น 2020-01-31 2020-08-31
2 ซิโมเน่ ลาโคโปนี่ ผู้เล่น - -
- ยาโคโป เดซี่ ผู้เล่น 2018-07-01 -
19 ยัสมิน คูร์ติช ผู้เล่น 2020-01-10 2020-08-31
9 โรเบร์โต้ อินเกลเซ่ ผู้เล่น 2019-07-16 2020-08-31
yes จานลูก้า คาปรารี่ ผู้เล่น 2020-01-31 2020-08-31
15 กาสตอน บรูกมาน ผู้เล่น 2019-08-01 -
10 เอร์นานี่ ผู้เล่น 2019-07-12 2020-08-31
16 แว็งซ็องต์ โลรินี่ ผู้เล่น 2019-07-08 -
93 มัตเตีย สโปรกาติ ผู้เล่น 2019-07-01 -
11 อันเดรียส คอร์เนลิอุส ผู้เล่น 2019-07-18 2021-06-30
28 ริคคาร์โด้ กาโยโล่ ผู้เล่น 2018-07-01 -
- Marco Frediani ผู้เล่น - -
3 กัสตริออต เดร์มากู ผู้เล่น 2019-07-07 -
- Luca Zamparo ผู้เล่น 2019-07-01 2020-09-01
- Yves Baraye ผู้เล่น 2015-08-30 -
- อีริก ลานินี ผู้เล่น 2020-01-30 -
- โลเรนโซ ซิโมเน็ตตี้ ผู้เล่น - -
8 อัลแบร์โต้ กราสซี่ ผู้เล่น 2019-08-14 2020-08-01
- จาโคโม ริชชี่ ผู้เล่น 2015-08-06 -
- อเลสซิโอ ดา ครูซ ผู้เล่น 2018-01-08 -
- ฟาบริซิโอ อลาสตร้า ผู้เล่น 2019-07-30 -
97 จูเซ็ปเป้ เปซเซลล่า ผู้เล่น 2019-08-27 2020-07-31
5 เปปิน ผู้เล่น 2019-07-01 -
- Abdou Lahat Diakhate ผู้เล่น 2019-01-25 -
yes โยนุต ราดู ผู้เล่น 2020-01-31 2020-07-31
7 ยานน์ การาโมห์ ผู้เล่น 2019-07-17 2020-08-31
- อันเดรีย ดินี่ ผู้เล่น - -
- จูเซ็ปเป้ การ์ริเอโร่ ผู้เล่น 2018-07-01 -
- มานูเอล น็อคชิโอลินี่ ผู้เล่น - -
yes เดยัน คูลูเซฟสกี้ ผู้เล่น 2020-01-03 2020-06-30
- โรแบร์โต้ ดาแวร์ซ่า โค้ช - -
- Andrea Di Maggio ผู้เล่น - -
23 Drissa Camara ผู้เล่น - -
- ฟรานเชสโก้ โกลโฟ ผู้เล่น 2018-07-01 -
- Carl Davordzie ผู้เล่น - -
88 อันเดรีย อาโดรันเต้ ผู้เล่น 2019-07-01 -
39 Redi Kasa ผู้เล่น - -
- วาลิด เชดดิร่า ผู้เล่น 2019-07-04 -
- Muhamed Olawale ผู้เล่น 2020-01-30 -
- ฟาเบียน ปาโวเน่ ผู้เล่น - -
41 Botond Balogh ผู้เล่น - -
38 Gabriele Artistico ผู้เล่น - -
40 Edoardo Corvi ผู้เล่น - -
42 Patricio Goglino ผู้เล่น - -
- อเลสซานโดร มาร์เทลล่า ผู้เล่น 2019-07-01 -
Tournament Join Out
Coppa Italia 2019-08-03 2020-06-17
Serie A 2019-08-24 2020-08-02
Club Friendlies 2019-12-31 2020-12-30

ประวัติ : ปาร์ม่า

ปาร์ม่า กัลโช่ หนึ่งสโมสรที่เรียกได้ว่าเจอกับปัญหาหนักหน่วงมาตลอดในการเป็นทีมฟุตบอลระดับอาชีพ พวกเขาต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดบนสังเวียนลูกหนังอิตาลีไม่ว่าจะใน เซเรีย อา เซเรีย บี ลามไปจนถึงลีกระดับล่างสุดอย่าง เซเรีย ดี พวกเขาก็เคยลุยมาหมดแล้วนับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของทีมฟุตบอลที่ไม่ย้อท้อต่ออุปสรรคที่เจอไม่ว่าพวกเขาจะต้องพบกับมรสุมทางด้านการเงินที่เข้ามาหาครั้งแรกครั้งเล่าจนทำให้ทีมถึงขั้นต้องล้มละลายแต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังกลับมายืนอยู่ในลีกสูงสุดอย่าง กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ได้เหมือนเคย จนทำให้ฉายาแมวเก้าชีวิตเหมาะสมที่จะยกให้กับทีมของ ปาร์ม่า ไปแบบไม่ต้องสงสัยเลย ในอดีตที่ผ่านมา “จัลโล่บลู” (ฉายาตามภาษาอิตาลี) ยังมีความน่าประทับใจหลายครั้งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาถึงจะเป็นสโมสรเล็กๆแต่ก็มีความสำเร็จมาครองไว้เหมือนกันโดยยุคทองที่สุดของพวกเขานั้นเกิดขึ้นอยู่ในช่วงราวปี 1992 จนถึงปี 2002 เห็นจะได้ พวกเขายังไม่ได้เคยได้แชมป์ลีกสูงสุดเลยสักครั้งแต่อันดับดีที่สุดที่พวกเขาทำได้คือการไต่ขึ้นไปเป็นรองแชมป์ลีกได้ในฤดูกาล 1996-1997 นอกจากนั้นโทรฟี่รายการระดับประเทศอย่าง โคปปา อิตาเลีย พวกเขาก็เคยได้มาถึง 3 ครั้งด้วยกันพร้อมกับ รายการ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า ที่คว้ามาได้ 1 ครั้ง และที่พีคไปกว่านั้นก็คือโทรฟี่ในระดับยุโรป ปาร์ม่า คว้าถ้วย ยูฟ่า คัพ มาได้ถึง 2 สมัย และรายการ ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัยปิดท้ายด้วยรายการ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ อีก 1 สมัย แค่นี้ก็ถือว่าเป็นความน่าประทับใจที่ทำให้แฟนบอลของพวกเขาลืมไม่ลง แต่ถ้าให้นับปัญหากับความสำเร็จตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาบอลเลยว่าความสำเร็จที่พวกเขาได้มาน้อยกว่าเยอะ

ช่วงวิกฤติครั้งใหญ่สุดเกิดขึ้นในปี 2003 เมื่อ ทานซี่ เจ้าของสโมสรถูกตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตในธุรกิจ ปาร์มาลัต ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของพวกเขาที่คอยผลักดันทีมฟุตบอลแห่งนี้แต่เมื่อมีคดีความเกิดขึ้นปัญหาที่ส่งมายังทีมฟุตบอล ปาร์ม่า คือการที่สโมสรฟุตบอลถูกองค์กรทางด้านการเงินเข้ามาควบกิจการได้จนถึงปี 2007 แต่สุดท้ายต่อให้พวกเขาจะพยายามยื้อรั้งยังไงก็ไปไม่รอด ในปี 2015 สโมสรถูกฟ้องล้มละลาย ทำให้ทางสมาคมฟุตบอลของอิตาลีต้องส่งพวกเขาลงไปเล่นในลีกล่างสุดของอิตาลีอย่าง เซเรีย ดี ในที่สุด แต่ด้วยความมานะของทีมภายในระยะเวลา 3 ปีพวกเขาก็โชว์ผลงานได้ดีจนสามารถเลื่อนชั้นตั้งแต่ เซเรีย ดี มาจนขึ้นถึงลีกสูงสุดอย่าง เซเรีย อา ได้สำเร็จ แต่เหตุการที่สำคัญๆที่เกี่ยวข้องกับสโมสรแห่งนี้ยังมีอีกมากมายและบทความนี้ก็จะพาท่านผู้อ่านไปย้อนอดีตความเป็นไปเป็นมาของสโมสรที่มีชื่อว่า ปาร์ม่า กัลโช่ สโมสรฟุตบอล แวร์ดี้ หรือ Verdi Foot Ball Club คือชื่อดั้งเดิมของพวกเขาที่ก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม ปี 1913 เพื่อให้เกรียติกับยอดนักประพันธ์เพลงที่เป็นคนสำคัญของเมืองปาร์ม่า กับการครบรอบ 100 ปี ตราสโมสรใช้สีเหลืองและน้ำเงินมาเป็นสีประจำของทีม ต่อมาในช่วงเดือนธันวามคมปีเดียวกันพวกเขาก็หันมาใช้ชื่อสโมสรภายใต้ Parma Football Club ณ เวลานั้นพวกเขาจะสวมเสื้อแข่งพื้นหลังเป็นสีขาวและมีกากบาทสีดำที่อยู่ตรงกลาง ในปี 1919 เป็นปีแรกที่ ปาร์ม่า เดินหน้าเข้าสู่ลีกฟุตบอลระดับอาชีพ และในปี 1922 ทางสมาชิกในคลับลงมติกันให้มีการสร้างสนามเหย้าโดยเดิมทีนั้นสนามที่พวกเขาใช้ทำการแข่งขันมาตลอดก่อนที่จะมีสนามของตัวเองก็คือการขอใช้สนามในค่ายทะหารเก่า ในปีต่อมาสนามของพวกเขาก็สร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อยทันทีก็ได้มีการย้ายถิ่นฐานโดยหันมาใช้สนามเหย้าที่มีชื่อว่า สตาดิโอ เอนนิโอ ตาร์ดินี่ ชื่อสนามของพวกเขามีที่มาคือการให้เกรีจยติกับประธานสโมสรคนเก่าที่ปลุกปลั้นสโมสรแต่กลับเสียชีวิตไปก่อนที่สนามจะสร้างเสร็จพวกเขาจึงใช้ชื่อนี้เป็นชื่อสนามเหย้า ในปี 1925 ปาร์ม่า ขยับจากลีกดิวิชั่น 2 ซึ่งตอนนั้นเรียกว่า เซกอนด้า ดีวีซีโอเน่ ลีก โดยขึ้นไปอยู่ใน ปรีม่า ดิวิชั่น หรือ ลีกสูงสุดของอิตาลีในตอนนั้น อีก 4 ปีต่ามา ปาร์ม่า คือหนึ่งสโมสรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อตั้งลีกฟุตบอล เซเรีย บี ต่อมาพวกเขาลงเล่นใน เซเรีย บี ปีแรกฤดูกาล 1929-1930 ผลงานยังไม่ดีเท่าไหร่ทีมจบอยู่ในอันดับที่ 12 อีกสองให้หลังผลงานของพวกเขาก็ยังไม่กระเตื้องขึ้นจนสุดท้ายตกชั้นลงไป ดิวิชั่น 3 หรือที่เรียกว่า ปรีม่า ดีวีซีโอเน่ และได้เปลี่ยนไปใช้ชื่อสโมสรใหม่ว่า Associazione Sportiva Parma ต่อมาพวกเขาก็กลายเป็นทีมที่เริ่มกันก่อตั้งลีก เซเรีย ซี ขึ้นมาภายใต้การร่วมงานกับสมาคมฟุตบอลอิตาลีหรือ FIGC แม้ว่าในช่วงปี 1943 พวกเขาเกือบจะได้ขยับเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ใน เซเรีย บี แต่ด้วยทีมดันไปมีปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตจนทำให้ทีมถูกปรับไม่ได้เลื่อนชั้น ต่อมาวงการฟุตบอลอิตาลีต้องหยุดชะลอตัวลงไปเนื่องจากมีสงครามโลกครั้งที่ 2 และกลับมาลงสนามฟาดแข้งกันอีกครั้งในช่วงปี 1945 โดยทางสมาพันธ์ฟุตบอล FIGC ก็ได้ปรับระบบโครงสร้างของ เซเรีย บี ใหม่ให้มีทีมที่ลงเล่นในลีกเหลืออยู่แค่ 22 ทีมเท่านั้น

และในปีนั้น ปาร์ม่า ก็ได้รับโอกาสให้เริ่มกลับมาออกสตาร์ทใน เซเรีย บี แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไปไม่รอดใน เซเรีย บี ต้องตกมาตายรังอยู่ในเซเรีย ซี หลังสิ้นฤดูกาล 1949 ต่อมาหลายฤดูกาลที่พวกเขาพยายามจะทำผลงานเพื่อขยับเลื่อนชั้นขึ้นไปและในที่สุดพวกเขาก็ทำได้ในปี 1954 โดยการจบในอันดับที่ 2 ของตารางและวนเวียนอยู่แถวๆกลางตารางของ เซเรีย บี มาตลอด ในฤดูกาล 1961 พวกเขาติดอยู่ 1 ใน 8 ของสโมสรที่ได้ผ่านเข้าไปลงทัวร์เนเมนต์รายการ โคปปา เดลเล่ อัลปิ โดยเป็นการเอาสโมสรฟุตบอลของฝั่ง อิตาลี และ ลีกสวิสเซอร์แลนด์ มาดวลกัน ผลปรากฎว่าเป็นทีมจากฝั่งของ อิตาลี ที่มียชัยชนะไปได้สำเร็จ ในปี 1965 พวกเขาต้องตกล่วงชั้นลงมาอยู่ใน เซเรีย ซี อีกครั้งหลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างย่ำแย่อีกทั้งปัญหาหลังๆก็เริ่มตามมาเมื่อทีมไม่มีผลงานที่ดีขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อเรื่องของการเงินสโมรต้องถูกทางศาลสั่งให้ทีมต้องชดใช้หนี้สิน จนพวกเขาต้องเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อเดิมว่า Parma Football Club ในปี 1968 ต่อมาอีก 2 ปี มีสโมสรที่ชื่อว่า Associazione Calcio Parmense คลับฟุตบอลท้องถิ่นที่สามารถขยับเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ในลีกระดับอาชีพอย่าง เซเรียซี ได้ในปีนั้นและก็เป็นสโมสรที่มีถิ่นฐานอยู่ในระแหวกเดียวกันกับ ปาร์ม่า พวกเขาจึงตัดสินใจเข้าร่วมเป็นทีมด้วยกันโดยสโมสรที่เข้ามาร่วมใหม่นั้นพวกเขาก็เข้ามาพยุงสโมสรจนสามารถใช้หนี้ได้หมดพร้อมกับยกระดับทีมจนได้เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ เซเรีย บี ในปี 1973 ปีแรกหลังจากที่รวมตัวแล้วพากันเลื่อนชั้นขึ้นมา พวกเขาสามารถรั้งอันดับ 5 ของตารางไว้ได้นับเป็นช่วงเวลาผ่านมา 19 ปีที่พวกเขามาทำผลงานได้ดีที่สุด แต่จู่ๆผลงานปีต่อมาของ จัดโล่บลู ก็หล่นหายไปแบบไม่น่าเชื่อพวกเขาต้องหนีตายในโซนท้ายตารางของ เซเรียบี ในปีนั้นจนแล้วจนรอดพวกเขาก็ต้องล่วงตกชั้นลงสู่ ดิวิชั่น 3 อีกครั้งหนึ่งแต่พวกเขาก็ใช้เวลาแค่เพียง 1 ปีกับ เซเรีย ซี โดยในปี 1984 พวกเขาเลื่อนชั้นสู่ ดิวิชั่น 2 จากการเป็นที่ 1 ของกลุ่ม A ในลีก 3 ของอิตาลี

แต่ถึงยังไง ปาร์ม่า ก็ยังคงเป็น ปาร์ม่า เลื่อนชั้นขึ้นมาได้แค่ปีเดียวก็ฟอร์มตกลงไปสะงั้นจนต้องทำให้แฟนบอลต้องไปนั่งลุ้นกัดฟันเชียร์ทีมรักในดิวิชั่น 3 อีกหน จนแล้วจนรอดทีมฟุตบอลแห่งนี้ก็ยังวนเวียนอยู่ระหว่างตาราง เซเรีย บี กับ ซี ตลอดหลายปี จนการได้กุนซือคนใหม่อย่าง เนวิโอ สการ่า ที่เข้ามารับงานคุมทีมในช่วงปี 1990 เขายกมาตราฐานการเล่นของทีมได้ดีขึ้นและเป็นคนที่ริเริ่มให้ทีมหันมาใช้แผนการการเล่นแบบ 3-5-2 ในระยะว่าแค่เพียงปีเดียวจากการคุมทีมของ เนวิโอ ก็ทำให้ ปาร์ม่า ขยับเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ในลีกสูงสุดได้ในที่สุด ในปีเดียวกัน คาลิสโต้ ทานซี่ เจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มยี่ห้อ ปาร์มาลัต เข้าซื้อหุ้นของสโมสรมากถึง 45 % จัดว่าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดในสโมสรเลยก็ว่าได้หลังจากนั้นเขาก็ทำการมอบมายตำแหน่งประธานสโมสรให้กับ จอร์โจ้ เปดราเนสคี่ แทนที่ประธานคนเก่าอย่าง แอร์เนสโต้ เซเรซิน ที่พึ่งจะเสียชีวิตไป พร้อมกับเตรียมเงินให้สโมสรช็อปนักเตะเข้าทีมอีกจำนวนหนึ่งเพื่อประครองให้ทีมอยู่รอดปลอดภัยบนตาราง เซเรีย อา อิตาลี เกมแรกของการขึ้นประเดิมลีกสูงสุดในฤดูกาล 1991 พวกเขาแพ้ให้กับ ยูเวนตุส ไป 2-1 แต่หลังจากที่แพ้ไปพวกเขาก็เอาฤกษ์เอาชัยได้นัดแรกจากการลงสนามดวลกับทาง นาโปลี ไป 1-0 พวกเขาจบอันดับ 6 เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 1991 คว้าตั๋วไปลุยฟุตบอลยุโรป แต่ในปีต่อมาแม้ว่าจะมีการเสริมทัพนักเตะเข้าทีมแต่พวกเขาก็ไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่กับรายการบอลถ้วย ยูฟ่า คัพ ตกรอบแรก แต่แม้ว่าแฟนบอลของพวกเขาต้องเสียใจในโทรฟี่ของยุโรปก็มาได้รางวัลปลอบใจกับโทรฟรี่รายการ โคปปา อิตาเลีย โดยสามารถเอาชนะ ยูเวนตุส ได้ในเกมที่ชิงชัยกันแบบเหย้าเยือน และผลงานในตารางคะแนนของพวกเขาก็ยังคงไว้ซึ่งมาตราฐานเดิมคือการเจิมอันดับ 6 ของลีกก่อนจบฤดูกาลลงไปในปี 1993

พวกเขาเดินหน้าลุยต่อในทัวร์นาเมนต์บอลถ้วยของยุโรปและพวกเขาก็สามารถคว้าโทรฟี่ระดับยุโรปมาได้เป็นครั้งแรกของสโมสร ปาร์ม่า สามารถผ่านเข้าไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศรายการ คัพ วินเนอร์ส คัพ โดยสามารถเอาชนะสโมสร รอแยล อันท์เวิร์พ ทีมชั้นนำของ เบลเยี่ยม โปรลีก ไปได้ ปีต่อมา ปาร์ม่า กัลโช่ ยังมาประกาศศักดาได้อีกครั้งในเวทีลูกหนัง ยูโรเปี้ยนส์ ซูเปอร์ คัพ ด้วยการเอาชนะสโมสรร่วมลีกอย่าง เอซี มิลาน ไปได้สำเร็จ นอกจากนี้พวกเขายังได้ลุ้นอีกโทรฟี่ในระดับยุโรปคือรายการ คัพ วินเนอร์สคัพ ที่ผ่านเข้าไปได้จนถึงนัดชิงอีกครั้งและเกือบป้องกันแชมป์ได้สำเร็จพวกเขาต้องแพ้ให้กับ อาร์เซน่อล ไปอย่างหวุดหวิด 0-1 ในฤดูกาลต่อมาปี 1995 การเสริมทัพด้วยการดึงนักเตะท็อปสตาร์เข้าทีมก็ทำให้ ปาร์ม่า คว้าบอลถ้วย ยูฟ่า คัพ มาครองได้โดยการเอาชนะเหนือ ยูเวนตุส ไปได้ด้วยสกอร์รวมสองนัด 2-1 แต่ในรายการบอลถ้วย โคปปา อิตาเลีย ที่เข้าไปชิงเจอกับยูเว่เจ้าเก่าพวกเขาต้องพลาดท่าแพ้ไป ส่งผลให้ปีนั่นรายการ อิตาเลี่ยน คัพ ตกไปอยู่ในมือของ เจ้าม้าลาย ในฤดูกาลต่อมาพวกเขาไม่สามารถคว้าโทรฟี่ไหนมาครองได้เลยแต่ก็สามารถเปิดประวัติตำนานให้กับนายทวารมือหนึ่งของอิตาลีและของโลกมาได้โดยพวกเขาพึ่งจะไปเซ็นต์สัญญาคว้าประตูดาวรุ่งอย่าง จานลุยจิ บุฟฟ่อน มาร่วมทีมนั่นเองพร้อมกับสิ้นฤดูกาล หัวเรือที่อยู่ช่วยกับ ปาร์ม่า มานานหลายปีอย่าง นาวิโอ สการ์รี่ ก็ตัดสินใจสละเก้าอี้ผู้จัดการทีมและถูกที่ด้วย คาร์โร อัลเชล็อตติ รวมไปถึงในช่วงสิ้นฤดูกาลก็ได้มีการแต่งตั้งประธานคนใหม่ให้เป็น สเตฟานโน่ ทานซี่ ลูกชายของ คาลิสโต้ เจ้าของทีมฟุตบอลปาร์ม่า และในปีต่อมาจากการเข้ามาทำหน้าที่ใหม่ทั้งกุนซือและประธานสโมสรก็ได้มีการเปลี่ยนห้องเครื่องงกันยกใหญ่มีนักเตะหลายๆคนที่ถูกขายทิ้งไปในยุคของ คาร์โล อัลเชล็อตติ เนื่องด้วยไม่อยู่ในระบบการเล่นที่ทาง อัลเช ต้องการนั่นเอง ปีแรกของการเข้ามา อัลเช ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรเมื่อเขาสามารถประครองให้ทีมจบอยู่ในอันดับที่ 2 ของลีกตามหลัง ยูเวนตุส อยู่เพียงแค่ 2 คะแนนเท่านั้น

จนทำให้ฤดูกาลต่อมา ปาร์ม่า สามารถก้าวเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เป็นปีแรกแต่ก็ต้องมาตจอดอยู่ที่ในรอบแบ่งกลุ่ม โดยผลงานในตารางลีกพวกเขาทำได้ด้วยการรั้งอันดับ 5 ทำให้ เวลาต่อมา อัลเชล็อตติ ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง และได้แต่งตั้งให้ อัลแบร์โต้ มาเลซานี่ ทำหน้าที่เป็น ผจก.ทีมคนใหม่ ในปี 1999 การเข้ามาทำหน้าที่ของ มาเลซานี่ ก็ถือว่าไม่ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวังเริ่มจากการปิดดีลนักเตะชื่อดังอย่าง เซบาสเตียน เวรอน ให้มาอยู่กับทีมได้พร้อมกับพาทีมเข้าไปชิงชัยในรายการ โคปปา อิตาเลีย และสามารถคว้าแชมป์มาครองได้เป็นครั้งที่สองของสโมสร พร้อมกับพาทีมรับชัยชนะในรายการ ยูฟ่า คัพ ที่สามารถเอาชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย ไปได้ รวมไปถึงโทรฟี่ใบสุดท้ายของปีนั้นจากรายการ ซูเปอร์ โคปปา อิตาเลียน่า ที่เอาชัยเหนือ เอซี มิลาน มาได้สำเร็จ โดยผลงานในลีกก็ยังทำออกมาได้ดีพวกเขาจบอันดับที่ 4 ของตาราง ปี 2000 ฟอร์มของทีมไม่ได้หวือหวาและไม่ได้ถ้วยใดใดมาครองเลยและก็จบที่อันดับ 5 ของลีก ในฤดูกาล 2001 ตำนานกองหน้าของทีมอย่าง เอร์นาน เครสโป ถูกขายไปให้กับสโมสรร่วมลีกอย่าง ลาซิโอ ด้วยสถิติโลกในตอนนั้นก็คือ 35 ลป. ระหว่างกลางซีซั่นผลงานของ มาเลชซานี่ ที่ทำทีมยังออกมาได้ไม่ค่อยดีจนได้มีการแต่งตั้งกุนซือใหม่โดยไปได้ อาร์ริโก้ ซาคคี่ มารับไม้ต่อซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ของเจ้าตัวที่ได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมให้กับ ปาร์ม่า แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ตัดสินใจถอนตัวออกจากทีมหลังจากที่คุมไปได้ไม่นานเมื่อรู้ว่าตัวเขาช่วยยกระดับผลงานของทีมไม่ได้จนสุดท้ายสโมสรก็ได้ตัว เรนโซ่ อูลิวิเอรี่ เข้ามาช่วยกอบกู้สโมสรเรียกฟอร์มเก่งของทีมกลับมาจนได้อันดับ 4 หลังสิ้นฤดูกาลและก็พลาดโอกาสในการคว้าถ้วยโทรฟี่รายการ โคปปา อิตาเลีย มาครองหลังจากที่แพ้ให้กับ ฟิออเรนติน่า ไปในนัดชิงชนะเลิศ ในปี 2002 การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่แฟนบอลของพวกเขาไม่มีวันลืมเมื่อบอร์ดบริหารของทีมตัดสินใจขายนายทวารมือหนึ่งอย่างอย่าง จานลุยจิ บุฟฟ่อน พร้อมกับ ลิลิยอง ตูราม ให้กับสโมสร ม้าลาย ทีมคู่ปรับร่วมสังเวียน ไปด้วยสถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลก โดยสถิตินายทวารเบอร์หนึ่งของโลกอยู่ยงคงกระพันมานานถึง 17 ปีจนกว่าจะมีผู้มาทำลายในภายหลัง

ดูเหมือนว่าการตัดสินใจขายนักเตะคนสำคัญออกไปในครั้งนี้จะทำให้ทีมมีสภาพที่ย่ำแย่ตามมา จนทำให้ อูลิวิเอรี่ ถูกปล็ดจากตำแหน่ง ผจก.ทีม และได้ตัว พาเนี่ยล พาสซาเรลล่า เข้ามารับช่วงต่อแต่ก็อยู่ได้ไม่นานเจ้าตัวก็ถูกปลดออกแล้วแทนที่ด้วย ปิเอโตร คาร์มินญานี่ ที่ทำหน้าที่เป็นเฮชโค้ชให้กับทีมชุดเยาวชนขึ้นมาดำรงค์ตำแหน่งแทนและช่วยดึงทีมจนสามารถจบในอันดับ 10 ของตารางไว้ได้พร้อมกับได้ชัยชนะในนัดชิงรายการ โคปปา อิตาเลีย เหนือสโมสรคู่แข่งอย่าง ยูเวนตุส ไปด้วยกฎอเวโกล์ ในปี 2004 เหมือนจะมีมรสุมลูกใหญ่ใกล้ตัวพวกเขาเข้ามาทุกเมื่อเจ้าของสโมสรฟุตบอลและธุรจกิจ ปาร์มาลัต อย่าง คาลิสโต้ ทานซี ถูกจับดำเนินคดีในข้อหายักยอกทายเทบัญชีและถูกฟ้องร้องจนพาให้พวกเขาต้องหาทางออกโดยใช้วิธีขายนักเตะในทีมเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ให้กับ ทานซี่ แต่ยังดีที่ในปีนั้นพวกเขายังมี อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ ที่มาเป็นความหวังคนสำคัญให้กับทีมโดยที่เจ้าตัวช่วนผลิตสกอร์ไปทั้งสิ้น 23 ประตูได้ตำแหน่งเป็นรองดาวซัลโวของลีกในปีนั้นพร้อมกับการพาสโมสรจบในอันดับ 5 ของตารางได้อีกด้วย ฤดูกาลต่อมาของพวกเขายังคงเจอกับวิกฤติทางด้านการเงินจนสโมสรจำใจต้องขายผู้เล่นคนสำคัญของทีมออกไปจนส่งผลให้ผลงานที่ทำออกมาได้ดูย่ำแย่เอามากๆนอกจากนั้นยังได้ทำการปลด ซิลวิโอ บัลดินี่ ถูกถอดจากตำแหน่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมและแทนด้วย ปิเอโตร คาร์มินญานี่ ที่เข้ามารักษาการณ์แทนจนสุดท้ายพาทีมจบในอันดับที่ 17 ต้องลงฟาดแข้งนัดเพลย์ออฟหนีตายจนสุดท้ายพวกเขาก็รอดอยู่ในลีกต่อไปได้สำเร็จ ในปีต่อม่าพวกเขายังคงมองหาอัศวินม้าขาวที่จะช่วยเข้ามาแก้ไขปัญหาวิกฤติในครั้งนี้ แม้ว่าจะมี เอ็นริโก้ บอนดี ที่ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นประธานสโมสรคนใหม่เข้าก็พยามแก้ไขปัญหาในทีม ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยตัวนักเตะหรือจะเป็นด้านทางการบริหารการตลาดก็ยังไม่สามารถช่วยทีมให้หลุดผลวิกฤติครั้งนี้ไปได้แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังคงรั้งอยู่บนตาราง เซเรีย อา ได้ต่อไปด้วยการจอดป้ายอันดับ 10 ของลีก ก่อนที่จะได้ขยับมาอยู่ในอันดับที่ 7 หลังจากที่ศาลได้สรุปข้อตัดสินคดี กัลโช่โปลี ทำให้ในปีต่อมาทีมได้โควต้าไปลุยเพลย์ออฟในรายการฟุตบอลยุโรป

ฤดูกาล 2007 ในที่สุดเจ้าของ ปาร์ม่า คนใหม่ก็ย่างกายเข้ามา ตอมมาโซ่ กีราร์ดี้ ที่สามารถเอาชนะในการประมูลเก้าอี้เจ้าของทีมได้สำเร็จเมื่อนักธุรกิจหนุ่มรายนี้เขามาควบกิจการของสโมสรได้เป็นที่เรียบร้อยเขาก็ได้ดึงตัว เอซี คาร์เปเนโดโล จำของทีมฟุตบอลใน เซเรีย ซี เข้ามาทำหน้าที่เป็นประธานสโมสรคนใหม่และในที่สุดพวกเขาก็สามารถปลดแอกตัวเองออกจากการถูกสมาพันธ์ฟุตบอลควบคุมบัญชีได้ตลอด 3 ปีที่รอคอย และการเข้ามาทำหน้าที่ของกุนซือคนใหม่อย่าง เคลาดิโอ รานิเอรี่ ที่มาแทนที่ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง รานิเอรี่ ช่วยทีมให้อยู่รอดปลอดภัยใน กัลโช่ เซเรีย อา ด้วยการจบอยู่ในอันดับที่ 12 แต่แล้วเหมือนฝันร้ายยังคงไม่จบไม่สิ้นหลังจากทีมต้องเสียนักเตะตัวหลักแข้งสำคัญของทีมออกไปมากมายก็ยิ่งทำให้ผลงานของพวกเขาต้องตกต่ำลงไปจนสุดท้ายหลังสิ้นฤดูกาล 2008 พวกเขาก็ต้องล่วงตกชั้นลงไปอยู่ใน เซเรีย บี อย่างหนีไม่พ้น และในปีต่อมาสโมสรก็สามารถคว้าตำแหน่งรองแชมป์ของตารางมาได้โดยในตอนนั้นได้กุนซืออย่าง ฟรานเชสโก้ กุยโดลิน ก่อนที่จะมาเป็นกุนซือรายนี้สโมสรมีการโยกย้ายเปลี่ยนผู้จัดการเป็นว่าเล่นจนมาสรุปอยู่ที่กุนซือรายนี้โดยพวกเขาขยับเลื่อนชั้นขึ้นมาได้ในฤดูกาล 2010 และจบด้วยอันดับ 8 พลาดโอกาสในการไปลุยฟุตบอลถ้วยยุโรป พวกเขาใช้วิถีของการอยู่รอดด้วยการจอดอยู่ในอันดับกลางๆตารางและก็พยายามหา ผู้จัดการทีมคนใหม่อยู่เรื่อยๆหวังเพื่อมาพาทีมไปสู่ความสำเร็จตลอดระยะเวลาในการอยู่บนตาราง กัลโช่ เซเรีย ต่อให้พวกเขาจะประครองมาได้หลายปีแต่สุดท้ายในปี 2015 สโมสรต้องพบเจอกับมรสุมอีกหนึ่งลูกใหญ่เพราะทีมโดนตรวจสอบว่ายังมีหนี้ก้อนใหญ่ที่พวกเขายังชำระไม่หมดรวมไปถึงการที่พวกเขายังค้างค่าเหนื่อยนักเตะในทีมอยู่หลายตำแหน่งซึ่งเป็นเรื่องไม่ชอบธรรมตามกฎของสมาคมฟุตบอล จนทำให้ทางสมาคมฟุตบอลต้องลงโทษตัดแต้มพวกเขา จนสุดท้ายลามเข้าไปถึงการล้มละลายในที่สุดและก็ตามมาด้วยการถูกปรับตกชั้นลงไปเล่นในรายการล่างสุดอย่าง เซเรีย ดี แต่สุดท้ายด้วยความเป็นแมวเก้าชีวิตพวกเขากลับมาในฐานะสโมสรใหม่ภายใต้ชื่อว่า Parma Calcio 1913 ที่นำทัพโดย เนวิโอ สกาล่า อดีตกุนซือเก่าของทีมที่เข้ามาดำรงค์ตำแหน่งเป็นประธานสโมสรพร้อมกับการดึงตัว ลุยจิ อปอลโลนี่ อดีตนักเตะของ ปาร์ม่า ที่ขยับสกิลขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีม ในปี 2016 การกำเนิดสโมสรอีกครั้งของพวกเขาสร้างสถิติในการขายตั๋วใน เซเรีย ดี ได้ถึง 9,000 ใบ ซึ่งได้ทำลายสถิติเดิมที่เคยทำเอาไว้เมื่อนานมาแล้วตั้งแต่สมัยที่พวกเขาเคยเล่นอยู่ในดิวิชั่น 4 แรกๆ และหลังจากนั้นพวกเขาก็โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอดและสามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาจนกลับมาสู่ลีกสูงสุดได้ในระยะเวลา 3 ปีและกลายเป็นสโมสรแรกในกัลโช่ เซเรีย อา ที่สามารถเลื่อนชั้น 3 ปีติดต่อกัน ในปัจจุบันพวกเขายังคงเล่นอยู่ในดิวิชั่นสูงสุดของ อิตาลี และยังมีผลงานที่อยู่ในเกนท์ที่ยังถือว่าไม่ดีสักเท่าไหร่แต่ก็ยังประครองทีมอยู่รอดปลอดภัยในอันดับกลางตารางของ เซเรีย อา ฤดูกาล 2019-20 และนี้ก็เป็นที่ไปที่มาแบบฉบับคร่าวๆที่เอามาฝากผู้ที่ชื่นชอบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังดินแดนมาเฟีย ( Updated : 27-4-2020 )

Top Goal Player