TDEDKICK.COM

ลีดส์ ยูไนเต็ด

( Leeds United )


website : https://www.leedsunited.com/
No. Name Type Join Out
19 ปาโบล เอร์นานเดซ ผู้เล่น 2017-01-09 -
13 กีโก้ กาซีย่า ผู้เล่น 2019-01-17 -
28 เกตาโน่ เบราร์ดี้ ผู้เล่น 2014-07-19 -
3 แบร์รี่ ดั๊กลาส ผู้เล่น 2018-07-28 -
6 เลียม คูเปอร์ ผู้เล่น 2014-08-13 -
- มาร์เซโล่ บิเอลซ่า โค้ช 2018-06-15 -
43 มาเตอุสช์ กลิค ผู้เล่น 2017-06-22 -
- เลาเรนส์ เดอ บ็อค ผู้เล่น - -
2 ลุค เอย์ลิง ผู้เล่น 2016-08-11 -
4 อดัม ฟอร์ชอว์ ผู้เล่น 2018-01-18 -
20 โรดริโก้ ผู้เล่น 2020-08-26 -
- อูอาซิม บูย ผู้เล่น 2017-08-01 -
15 สจ๊วต ดัลลัส ผู้เล่น 2015-08-04 -
9 แพทริค แบมฟอร์ด ผู้เล่น 2018-07-31 -
17 เอลแดร์ คอสต้า ผู้เล่น 2020-07-01 -
10 เอซกาน อลิโอสกี้ ผู้เล่น 2017-07-13 -
23 คาลวิน ฟิลลิปส์ ผู้เล่น 2015-07-01 -
5 โรบิน คอช ผู้เล่น 2020-08-29 -
- เจย์ รอย กร็อต ผู้เล่น 2017-08-24 -
- ราฟา มูยิก้า ผู้เล่น 2019-08-23 -
yes แจ็ค แฮร์ริสัน ผู้เล่น 2020-08-10 2021-05-31
21 ปาสกาล สตรายค์ ผู้เล่น 2020-07-01 -
- คอเนอร์ ชอห์เนสซี่ ผู้เล่น 2017-07-01 -
48 จอร์แดน สตีเว่นส์ ผู้เล่น 2018-02-01 -
1 อิลลัน เมส์ลิเยร์ ผู้เล่น 2020-07-23 -
44 มาเตอุสซ์ โบกุสซ์ ผู้เล่น 2019-01-29 -
46 เจมี่ แชคเคิลตัน ผู้เล่น 2018-07-01 -
30 โจ เจลฮาร์ดต์ ผู้เล่น 2020-08-10 -
25 เอเลีย คาปริเล่ ผู้เล่น 2020-01-21 -
- Cody Drameh ผู้เล่น 2020-08-13 -
7 เอียน โพเวด้า ผู้เล่น 2020-01-27 -
24 เลฟ เดวิส ผู้เล่น 2018-07-04 -
36 ร็อบบี ก็อตส์ ผู้เล่น 2020-07-01 -
38 อัลฟี่ แม็คคัลมอนต์ ผู้เล่น 2018-07-01 -
49 โอลิเวอร์ เคซี ผู้เล่น 2020-07-01 -
35 Charlie Cresswell ผู้เล่น 2020-07-01 -
Tournament Join Out
Club Friendlies 2019-12-31 2020-12-30
Premier League 2020-09-12 2021-05-23
EFL Cup 2020-08-28 2021-03-01

ประวัติ : ลีดส์ ยูไนเต็ด

อังกฤษหรือฉายาที่เรียกกันจนติดปากว่าเมืองผู้ดีนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับฟุตบอลเป็นอันดับต้นๆของโลกและพวกเขาก็ให้ยังความสำคัญกับกีฬาลูกหนังประเภทนี้เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของผู้จัด สมาคมฟุตบอล หรือแม้กระทั่งแฟนบอลประชาชนที่อาศัยอยู่ในระแหวกเมืองต่างๆพวกเขามักจะมีคลับสโมสรฟุตบอลที่เป็นเสมือนจุดศูนย์รวมจิตใจให้กับพวกเขาและเมื่อไหร่ก็ตามที่สโมสรที่พวกเขารักประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเป็นแชมป์ลีกหรือว่าแชมป์บอลถ้วยอะไรก็ตาม ผู้คนจะรวมตัวกันปิดเมืองเดินขบวนแห่เฉลิมฉลองให้กับความสำเร็จของสโมสรฟุตบอลที่เขารัก เช่นเดียวกับบรรยกาศของเมืองลีดส์ มนฑลยอร์คเชียร์ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกของประเทศอังกฤษ ซึ่งจะมีคลับฟุตบอลอยู่คลับหนึ่งที่มีแฟนบอลจำนวนมากที่ยังรักและคอยให้การสนับสนุนมาโดยตลอดแถมยังเป็นทีมฟุตบอลที่เป็นเหมือนตัวแทนของเมืองอีกด้วย และวันนี้เราจะพาท่านผู้อ่านมาแกะรอยประวัติศาสตร์สโมสรฟุตบอลที่เคยยิ่งใหญ่เมื่อในอดีตแม้ว่าในปัจจุบันนี้จะไม่ค่อยได้เห็นทีมๆนี้ขยับขึ้นมาอยู่บนลีกสูงสุดได้นานหลายปีแล้วก็ตาม เชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยในยุค 90 คงจะรู้จักกับฉายานามทีมฟุตบอลที่เรียกกันว่า “ยูงทอง” หรือ ยูงทองแห่งยอร์คเชียร์ กันเป็นอย่างดีซึ่งสโมสรแห่งนี้ก็คือ ลีดส์ ยูไนเต็ด นั่นเองหรือจะเรียกกันสั้นๆเอาว่า ลีดส์ คลับฟุตบอลที่ตั้งอยู่ที่ บีสตัน เมืองลีดส์ มลฑลยอร์คเชียร์ เริ่มมีการก่อตั้งคลับฟุตบอลมาตั้งแต่ปีคศ. 1919 ปัจจุบันลงเล่นอยู่ในลีกรองของอังกฤษอย่าง เดอะ แชมป์เปี้ยนส์ชิพ เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาแล้ว 3 ครั้งก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เสือทีมที่ประจำรังเหย้าของพวกเขาจะเป็นสีขาวล้วนและส่วนยุคทองของพวกเขาเกิดขึ้นในช่วงราวๆยุค 60-70 ซึ่งมีจะกุนซืออย่าง ดอน เรวี่ เป็นหัวเรือให้กับทีม

ตราสัญลักษณ์ของพวกเขาเป็น ดอกกุหลาบขาวแห่งยอร์ค และมีตัวอังษรย่อว่า LUFC และในสมัยที่ผลงานของพวกเขาโด่งดังในอังกฤษก็จะมีทีมคู่อริที่ไม่ค่อยชอบใจในการพบกันนักโดยมีทั้ง เชลซี, แมนฯซิตี้ และ มิลล์วอลล์ เดิมทีสโมสรแห่งนี้ถูกตั้งมาก่อนตั้งแต่ปี 1904 โดยมีที่มาจากคลับสโมสรที่ชื่อว่า ลีดส์ ซิตี้ เอฟซี ในปี 1905 พวกเขาก็เริ่มเดินหน้าเข้าสู่วงการฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัวโดยเริ่มนับหนึ่งจากดิวิชั่น 2 และโลดแล่นอยู่นานสองนานในดิวิชั่นเดิม โดยที่ในปี 1919 ทีม ลีดส์ ซิตี้ ต้องถูกคำสั่งให้ยุบทีมหลังจากทำผิดกฎต่อสมาคมโดยที่พวกเขาไม่ยอมจ่ายค่าเหนื่อยให้กับนักเตะซึ่งเกิดขึ้นในช่วงยุคสงครามโลกพอดี แต่แล้วก็เป็นการเริ่มต้นเส้นทางใหม่ของพวกเขา ลีดส์ กลับมาด้วยการก่อตั้งสโมสรแห่งใหม่โดยหันมาใช้ชื่อสโมสรว่า ลีดส์ ยูไนเต็ด โดยที่มี ดิ๊ก เรย์ ก้าวขึ้นมาเป็นประธานสโมสรคนแรกของทีมและได้รับบัตรเชิญให้ร่วมลงแข่งขันในรายการ มิดแลนด์ ลีก แทนที่โควต้าทีมสำรองของ ลีดส์ ซิตี้ เอฟซี ที่ถูกยุบไป ในขณะเดียวกันสนามเก่าที่พวกเขาเคยใช้มานั้นภายหลังก็ถูกทางฝั่งของ Yorkshire Amateur A.F.C. เข้ามาเซ้งต่อแต่หลังจากนั้น 1 ปีพวกเขาก็กลับมาซื้อที่ดินพื้นเก่าคืนไป พร้อมกับได้ตั๋วเชิญจากสมาคมฟุตบอลให้ลงเล่นใน ดิวิชั่น 2 ของอังกฤษและพวกเขาก็ทิ้งผลงานในปีนั้นไว้ด้วยอันดับที่ 12 ต่อมาอีก 3 ปีให้หลังการเข้ามาของ อาเธอร์ แฟร์คลัฟ กุนซือคนใหม่ของทีมก็ช่วยให้กองทัพ ยูงทอง เลื่อนชั้นจากดิวิชั่น 2 ไปสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ รวมไปถึงการชำระหนี้เก่าที่พวกเขาเคยกู้มาก่อตั้งสโมสรใหม่โดยที่พวกเขาทยอยจ่ายก้อนแรกไปจำนวน 35,000 ปอนด์ และหลังจากนั้นอีก 2 ปีทีมก็เริ่มทำผลงานออกมาได้อย่างย่ำแย่จนในที่สุดปลายฤดูกาล 1926-27 พวกเขายังคงวนเวียนอยู่ในโซนตกชั้นจนในที่สุดก็ไม่สามารถกู้ผลงานให้กับมาอยู่รอดปลอภัยได้พวกเขาจึงต้องล่วงตกชั้นลงไปในที่สุดแต่ในปีต่อมาพวกเขาก็สามารถกลับเลื่อนชั้นขึ้นมาได้จาการที่หันไปคว้าตัว ดิ๊ก เรย์ อดีตกุนซือคนแรกให้กลับมาคุมทีมอีกครั้งหลังจากที่เข้ามาทำหน้าที่ใหม่อีกครั้งได้ 3 ปี ทีมก็เริ่มกลับไปมีปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นอีกจนเป็นเหตุให้หลังจบฤดูกาล 1931 ลีดส์ ต้องล่วงตกชั้นอีกครั้ง แต่พวกเขาก็ยังสามารถกลับมาสู่ลีกสูงสุดได้แค่ในเวลาหนึ่งปีเท่านั้น

ในฤดูกาล 1935 ดิ๊ก เรย์ ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากไม่สามรถทำให้ทีมกับมามีผลงานที่ดีได้ จนทางสโมสรตัดสินใจดึง บิลลี่ แฮมป์สัน มารับไม้ต่อแต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมกลับมาโชว์ผลงานที่ดีได้แต่ก็รอดปลอดภัยโดยเกาะอันดับที่ 18 ของตารางไว้ได้ในตอนนั้นและหลังจากนั้นผลงานในซีซั่นใหม่ก็ยังทำออกมาได้ไม่ดีแถมยิ่งหนักลงเรื่อยๆแต่ก็ยังรอดปลอดภัยไปได้ในปีนั้นโดยที่มีแต้มห่างจากโซนตกชั้นแค่เพียง 2 แต้ม ในช่วงปี คศ.1939 ช่วงท้ายๆของฤดูกาล ลีดส์ ยังคงสุ่มเสี่ยงที่จะต้องตกชั้นลงไปแต่ช่วงนั้นเกิดสภาวะสงครามโลกครั้งที่สองเข้ามาพอดีทำให้การแข่งขันในปีนั้นต้องหยุดชะงักและปิดตัวลงไปก่อนจะสิ้นฤดูกาล ผ่านมาในปี 1947 ไฟสงครามเริ่มมอดลงไป พลพรรคนักเตะของ ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับมาลงสนามฟาดแข้งกันอีกครั้ง แต่ก็ต้องจบลงด้วยการตกชั้นลงไปในที่สุด ต่อมา ยูงทอง ต้องใช้เวลานานถึง 8 ปีถึงจะได้กลับมามีชื่ออยู่ในดิวิชั่น 1 ในการเปิดตัวบนลีกสูงสุดของพวกเขาในรอบ 10 ปีสโมรต้องเจอกับปัญหาใหญ่เรื่องของการเงินเนื่องจากสแตนเชียร์ทางฝั่งของสนามถูกเพลิงไหม้จนทำให้ต้องใช้เงินซ่อมแซมไปมากถึง 100,000 ปอนด์ หลังจากนั้นในฤดูกาล 1959 สโมสรก็ได้หากุนซือมารับหน้าที่ใหม่โดยไปได้ บิลล์ แลมบ์ตัน เข้ามารับตำแหน่งแต่ก็ไม่ช่วยให้ผลงานของ ลีดส์ ดีขึ้นแต่อย่างใดทำได้เพียงรั้งอันดับที่ 15 ของตารางไว้ได้ หลังจากนั้นก็ได้มีการเซ็นต์สัญญากับกองหน้ารุ่นเก๋าอย่าง ดอน เรย์วี่ เข้ามาเพิ่มเสริมแนวหน้าให้ดุดันกว่าเดิมแม้ว่า เรย์วี่ จะเข้าช่วงสุดท้ายของการค้าแข้งแล้วก็ตามอีกปีต่อมาพวกเขาก็ไม่รอดจากการตกชั้นหลังจากที่ผลงานตกต่ำลงหวบๆ จากนั้นต่อมาในฤดูกาล 1961 สถานการณ์ของทีมยังคงล่อแหลมว่าจะตกชั้นลงไปอีกรวมถึงการตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งกุนซือของ แจ็ค เทรย์เลอร์ ทำให้ ดอน เรย์วี่ ต้องสวมบทบาทเป็นทั้งนักเตะและ ผจก.ทีม เพื่อประครองให้จบซีซั่นและก็สามารถจับอันดับที่ 14 ในตารางไว้ได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง

จนฤดูกาลถัดมา เรย์วี่ ยังคงทำหน้าที่ประคับประคองทีมในดิวิชั่น 2 เหมือนเคยและรอดปลอดภัยมาได้อีกซีซั่น จนเข้าช่วงฤดูกาล 1964 เรย์วี ใช้นักเตะจากชุดเยาวชนขยับขึ้นมาเพื่อพัฒนารากฐานของสโมสรให้ไปรอดบวกกับการกลับมาเล่นให้ท็อปฟอร์มได้อีกครั้ง นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนสีเสื้อเหย้ามาเป็นสีขาวล้วนเพื่อให้เหมือนกับชุดของ เรอัล มาดริด ทีมดังจากสเปน แต่ใครจะเชื่อว่าเพียงการทำไม่กี่อย่างของ เรย์วี่ จะทำให้ ลีดส์ สามารถเอาแชมป์ลีก ดิวิชั่น 2 มาครองได้สำเร็จพร้อมกับพาทีมทะยานกลับสู่ดิวิชั่น 1 และการเดินทางต่อมาของ ยูงทอง ในดิวิชั่น 1 เป็นปีที่พวกเขาโชว์ฟอร์มเก่งออกมาได้อย่างมั่นใจจนสามารถเบียดเข้าใกล้คำว่าแชมป์แข่งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ก่อนที่สิ้นฤดูกาลพวกเขาจะห้อยคะแนนตามหลังเท่ากับ ปีศาจแดง เพียงแต่ว่าประตูได้เสียเป็นรองทำให้พวกเขาเป็นได้แค่รองแชมป์ในปีนั้น พร้อมกับการก้าวหน้าเข้าสู่การแข่งขันระดับทวีปยุโรปในปีต่อไปโดยที่ตอนนั้นยังคงเป็นชื่อรายการว่า อินเตอร์ ซิตี้ส์ แฟร์ส คัพ เป็นต้นฉบับของ รายการยูฟ่า คัพ และยูโรป้า ลีก ที่ถูกเปลี่ยนมาใช้ทีหลัง และในปีเดียวกันพวกเขายังเข้าใกล้แชมป์แถมบอลถ้วยประเพณีที่มีมายาวนานที่สุดของอังกฤษอย่างรายการ เอฟเอ คัพ แต่ก็ไปพลาดท่าแพ้ให้กับ ลิเวอร์พูล ไป 2-1 หลังจากนั้นในฤดูกาล 1966 พวกเขายังคงตกเป็นพระลองในดิวิชั่น 1 เมื่อไล่แต้มดูจนจบฤดูกาลพวกเขายังคงตามหลัง ลิเวอร์พูล ที่อยู่ตำแหน่งจ่าฝูงอยู่อีก 5 แต้ม ทำให้ได้มาแค่เพียงรองแชมป์ในปีนั้น ส่วนในรายการฟุตบอล ยุโรป ที่พวกเขาไปลงทัวร์เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์นั้นก็สร้างผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมจนสามารถผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ในปีต่อมาพวกเขาก็ยังมีความก้าวหน้าขึ้นกว่าเดิมการไปเตะในรายการยุโรปพวกเขาสามารถทะลุเข้าไปจนถึงนัดชิงได้แต่ก็ดันไปพ่ายแพ้ให้กับ ดินาโม ซาเกร็บ ยังไม่สามารถคว้าถ้วยแชมป์รายการใหญ่ในยุโรปมาครองไว้ได้ ในปีต่อมา 1968 ยูงทอง สามารถครองอันดับ 4 ของตารางไว้ได้อาจจะแย่กว่า 2-3 ปีที่ผ่านมาแต่ในที่สุดพวกเขาก็สามารถคว้าถ้วยใบแรกให้กับทีมได้สำเร็จคือการเอาชัยชนะเหนือ อาร์เซน่อล ทีมใหญ่ในกรุงลอนดอนกับรายการ ลีกคัพ มาได้อย่างหวุดหวิดจากนั้นในรายการบอลยุโรปที่พวกเขาได้เข้าไปชิงเป็นปีที่ 3 ก็สามารถเอาถ้วยแชมป์มาครองได้สำเร็จสามารถสร้างเกรียติประวัติให้กับสโมสรได้เป็นครั้งแรกในยุคที่ไม่คิดว่าพวกเขาจะสามารถประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เกิดปัญหาใหญ่ในทีมต่างๆมากมาย ต่อมาอีกหนึ่งฤดูกาล เรย์วี่ ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้จัดการให้กับทีมเหมือนเช่นเคยแถมยังสร้างประวัติศาสตร์ครั้งที่สองของทีมได้อีกโดยการคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 มาครองเป็นครั้งแรกหลังจบซีซั่น 1969

แม้ว่าฤดูกาลต่อมาพวกเขาจะพยายามเต็มที่เพื่อป้องกันแชมป์ของตัวเองแต่ก็ทำไม่สำเร็จจอดเข้าไปเป็นอันดับ 2 ของตาราง รวมไปถึงรายการ เอฟเอ คัพ ที่เข้าไปชิงชัยกับ เชลซี แต่ก็พลาดท่าเป็นได้เพียงแค่รองแชมป์แต่พวกเขาก็ยังสามารถคว้าถ้วยรางวัลปลอบใจในรายการ แชริตี้ ชิลด์ มาครองด้วยการเอาชนะเหนือ แมนฯซิตี้ มาได้ 2-1 ในฤดูกาล 1972 ลีดส์ ก็สามารถคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้เป็นสมัยแรกและยังเป็นสมัยสุดท้ายของพวกเขาตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันและผลงานอื่นๆก็ไม่ได้ประสบความาสำเร็จใดใด แต่ก็เข้าใกล้กับคำว่าแชมป์ลีกเหมือนกันแต่สุดท้ายจบอยู่ในอันดับที่ 2 อีกครั้งและเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันมา ในปี 1973 ผลงานของพวกเขามีดร็อปลงไปเล็กน้อยโดยสามารถห้อยอยู่ในอันดับที่ 3 ของดิวิชั่น 1 จนจบซีซั่นส่วนผลงานในบอลถ้วยก็ยังคงไม่มีรายการไหนที่พวกเขาได้มาแต่ก็ยังผ่านเข้าไปพบเจอหน้ากับคู่แข่งในนัดชิงได้เหมือนกัน ในปี 1974 พวกเขามาสร้างเสียงเฮให้กับแฟนบอลด้วยการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดที่รอคอยมายาวนานได้เป็นสมัยที่สองพร้อมกับการอำลาจากสโมสรของ ดอน เรย์วี่ กุนซือคู่บุญที่อยู่ร่วมกับสโมสรมานานร่วม 13 ปี ในปี 1975 พวกเขาก็ได้เปิดตัวกุนซือคนใหม่โดยได้ ไบรอัน คลัฟ เข้ามาทำหน้าที่ แต่การเข้ามาของ คลัฟ ไม่เป็นที่พอใจของประธานสโมสรสักเท่าไหร่ จนทำให้เข้าต้องถูกไล่ออกหลังจากที่ทำหน้าที่มาได้เพียงแค่ 44 วัน โดยหลังจากนั้นก็ได้ จิมมี่ อาร์มฟิลด์ อดีตกัปตันทีมทัพสิงโตคำรามเข้ามารับช่วงต่อก่อนจะพาทีมจบอยู่ในอันดับที่ 9 ของตาราง ในปีเดียวกันพวกเขาก็สามารถผ่านเข้าไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศในรายการ ยูโรเปี้ยน คัพ เจอกับ บาเยิร์น มิวนิค แต่พวกเขาก็ต้องพบเจอกับความพ่ายแพ้กลับมาด้วยสกอร์ที่ปราชัยไป 2-0 ที่สนาม ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ จนผ่านพ้นยุคทองของพวกเขามานานหลายปีจนในที่สุดฤดูกาลแห่งความย่ำแย่ ปี 1982 พวกเขาต้องจบด้วยตำแหน่งบ๊วยของตาราง ยูงทอง ต้องเก็บข้าวของกลับลงไปเล่นใน ดิวิชั่น 2 อีกครั้งหลังจากที่เลื่อนชั้นขึ้นมานานหลายสิบปี จนอีกหลายปีต่อมาพวกเขาก็ใช้เวลาไปกับการพัฒนาฝีเท้าอยู่ใน ดิวิชั่น 2 จนในฤดูกาล 1991 พวกเขาก็สามารถพาตัวเองกลับมาลงเล่นอยู่ในลีกสูงสุดได้สำเร็จจากการจบอันดับ 4 ของตารางดิวิชั่น 2 และหลังจากที่พวกเขาเลื่อนชั้นขึ้นมาก็ยังโชว์รีลาออกมาได้อย่างแพรวพราวสามารถเบียดแย่งแชมป์ลีกมาจาก ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล ที่มีแต้มสูสีกันมากๆแต่ผลสุดท้ายพวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์ลีกมาครองได้เป็นสมัยที่ 3 และเป็นปีสุดท้ายของรายการ ดิวิชั่น 1 ก่อนที่หลังจากในปีนั้นถัดมาสมาคมฟุตบอลอังกฤษจะจัดระบบชื่อลีกใหม่มาเป็น พรีเมียร์ลีก

แต่หลังจากที่พวกเขาคว้าแชมป์มาครองไว้ได้เมื่อซีซั่นกับไม่สามารถรักษาฟอร์มเก่งในฤดูกาลต่อมาได้ทำให้ทีมหล่นลงไปอยู่ในอันดับที่ 17 ของตารางแต่ก็ยังไปได้ถ้วยเล็กจากรายการ แชริตี้ ชิล มาครองจากการเฉือนเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปอย่างเมามันส์ 4 ประตูต่อ 3 ระยะเวลายังดำเนินต่อมาเรื่อยๆพร้อมกับฟอร์มการเล่นของพวกเขาที่ยังเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายมาตลอดการอยู่ใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จนในฤดูกาล 1998 มีการเปลี่ยนแปลงประธานสโมสรคนใหม่โดยได้แต่งตั้งให้ ปีเตอร์ ริดส์เดล ก้าวขึ้นมาทำหน้าที่แทนซึ่งถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับสโมสรการเข้ามารับตำแหน่งของ ริดส์เดล ก็สามารถยกระดับทีมให้กับมาติดท็อป 4 ของตารางอย่างต่อเนื่องแต่ถ้าถามถึงเรื่องความสำเร็จในยุคนั้นคงไม่มีทีมไหนเทียบเท่ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังสร้างชื่อโด่งดังมากในยุคของ เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสัน หลังจากนั้น ลีดส์ ยูไนเต็ด ก็ยังคงโล้ดแล่นอยู่บนพรีเมียร์ลีกมาอย่างยาวนานพร้อมกับการผ่านเข้าไปเล่นในศึกลูกหนังยุโรปอยู่เรื่อยๆเหตุนี้ส่งผลให้นโยบายของ ปีเตอร์ ริดส์เดล ที่พร้อมจะกู้เงินทุ่มซื้อนักเตะเข้าทีมเพื่อสร้างความสำเร็จสำหรับเวทียุโรป ซึ่งตรงในช่วงปี 2001 พอดี จนทำให้บรรดาเหล่าสปอนเซอร์ทั้งหลายต่างพากันเข้ามาร่วมลงทุนในกิจการของสโมสรแต่แล้วหายนะในช่วงของครึ่งฤดูกาลแรกก็มาเยือนเมื่อผลงานของทีมกับตกต่ำจนอันดับหล่นไปอยู่ที่ 13 แต่ในช่วง 18 เกมที่เหลือในครึ่งฤดูกาลหลังพวกเขายังสามารถทวงบัลลังค์หัวตารางกลับมาได้จนจบอยู่ในอันดับที่ 4 แต่ก็หมดโอกาสที่จะไปลุ้นบอลถ้วยใหญ่สุดในรายการยุโรป ในปีตต่อมาสโมสรต้องแบกหน้าหาเงินมาต่อสัญญานักเตะที่อนุมัติเงินซื้อเข้าทีมมากมายจนทำให้พวกเขากลายเป็นหนี้เพิ่มขึ้นมาอีกโดยผลงานที่พวกเขาทำออกมาในฤดูกาล 2002 นั้นยังออกมาไม่ได้ตามที่ดั่งใจพวกเขายังคงหมดสิทธิ์ไปลุยบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก เนื่องจากจบอยู่ในอันดับที่ 5 ของตารางและก็มีเปลี่ยนกุนซือของทีมมาเรื่อยๆ

ในปี 2003 สถานการณ์เรื่องการเงินของทีมเริ่มมีปัญหาจนต้องปล่อยนักเตะคนสำคัญอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ ไปให้กับกองทัพ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สร้างสถิติกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในบรรดาขุนพลสายเลือดอังกฤษ และยังมีกองหน้าดาวเด่น อย่าง ร็อบบี้ คีน ที่ปล่อยไปให้กับ สเปอร์ส แต่พวกเขาก็ยังต้องหาอะไหล่นักเตะมาสวมแทนที่โดยหันไปดึงนักเตะเกรดบีดเข้ามาทดแทนพร้อมกันในปีนั้นผลงานของสโมสรไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่พวกแฟนบอลคาดหวังจนเกิดกระแสวิพากย์วิจารณ์ทั้งกุนซือสโมสรและประธานอย่าง ปีเตอร์ รีดส์เดล จนในที่สุดทั้งสองตำแหน่งก็ตัดสินใจสละเก้าอี้ด้วยกันทั้งคู่ โดยได้ จอห์น แม็คเคนซี่ เข้ามาทำหน้าที่เป็นประธานคนใหม่พร้อมกับแต่งตั้งให้ ปีเตอร์ รีด เข้ามาคุมทีม ในช่วงปี 2004 สถานะทางการเงินของ ยูงทอง ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆเมื่อพวกเขาเป็นหนี้มากกว่า 100 ล้านปอนด์ ส่งผลให้ทีมต้องตัดสินใจนักเตะตัวสำคัญๆของทีมเพื่อนำเงินมาหมุนใช้หนี้ทำให้ทีมโชว์ฟอร์มออกมาได้ไม่ดีในปีนั้นพร้อมกับการปลด ปีเตอร์ รีด ออกจากตำแหน่งกุนซือ แต่ผลสุดท้ายด้วยปัญหาการเงินที่รุมเร้าจนไม่สามารถกู้สถาการณ์ของทีมได้ ลีดส์ ต้องตกชั้นลงไปเล่นอยู่ใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในฤดูกาลหน้าและเส้นทางใน ดิวิชั่น 2 ที่พวกเขาต้องเดินต่อไปก็เต็มไปด้วยปัญหาเดิมๆคือเรื่องของการเงินที่ย่ำแย่จนไม่สามารถซื้อนักเตะเข้าทีมนอกจากนั้นยังต้องพยายามปล่อยนักเตะที่มีค่าเหนื่อยในทีมสูงเพื่อลดรายจ่ายออกไปพวกเขาต้องยอมรับกับผลงานที่ตามมาก็คือฟอร์มการเล่นที่ต้องดร็อปลง จนสโมสรได้ เควิน แบล็คเวลล์ อดีตผู้ช่วย ผจก.ทีม ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นกุนซืออย่างเต็มตัวก็สามารถยกระดับให้ ลีดส์ กลับมาอยู่ในอันดับที่สามารถลุ้นเลื่อนชั้นกลับขึ้นไปได้แต่แล้วในนัดเพลย์ออฟเกมสุดท้ายพวกเขาก็ต้องพลาดท่าแพ้ไปทำให้ไม่สามารถขึ่นสู่เวทีพรีเมียร์ลีกได้ในปีนั้น

ในช่วงฤดูกาล 2006-2007 ผลงานการออกสตาร์ทของพวกเขาใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ออกมาในสภาพย่ำแย่ทำให้สโมสรตัดสินใจเด้ง แบล็คเวลล์ ออกจากตำแหน่งพร้อมกับหันไปตั้ง จอห์น คาร์เวอร์ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่แต่เขาก็เข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นานก็ถูกทางด้านของ เดนนิส ไวส์ เข้ามาทำหน้าที่แทนแต่ดูเหมือนว่าสถาการณ์ของทีมจะยิ่งแย่ลงและสุดท้ายพวกเขาก็ไม่รอดจากการตกชั้นลงไปในปีนั้น ลีดส์ ลงจุดต่ำไปอีกขั้นคือการเล่นอยู่ใน ลีกวัน อังกฤษ ตั้งแต่ฤดูกาล 2007-2008 ในปีนั้นสโมสรตัดสินใจขอยกเลิกการถูกควบกิจการจากทางสมาพันธ์ฟุตบอลอังกฤษจนทำให้พวกเขาถูกตัดแต้มไปถึง 15 แต้มแต่แล้ว เดนิส ไวส์ พรร้อมกับ กุสตาโว โปเยต์ ที่มาช่วยเป็นมือขวาให้กับ ไวส์ ก็ช่วยจนทีมสร้างสถิติไร้พ่ายใน 13 เกมแรกมาได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ช่วงพักเบรคครึ่งแรกของซีซั่น โปเยต์ ก็ได้ย้ายไปรับงานให้กับ สเปอร์ส ก็เหลือแต่ ไวส์ ที่ต้องทำหน้าที่ประคองทีมให้อยู่รอดปลอดภัยในตาราง ลีกวัน โดยที่พวกเขาลงแข่งจนครบฤดูกาลสามารถคว้าอันดับที่ 5 มาครองได้ผ่านเข้าไปเพลย์ออฟเลื่อนชั้นแต่ก็ไม่ผ่านด่านนัดสุดท้ายในการเจอกับ ดอนคาสเตอร์ พวกเขายังต้องวนอยู่ในตาราง ลีกวัน ต่อไป จนมาถึงฤดูกาล 2010 วันที่แฟนบอลของพวกเขารอคอยก็มาถึงเมื่อทีมรักในดวงใจสามารถรั้งอันดับ 2 ในตาราง ลีกวัน จนสิ้นฤดูกาลส่งผลให้พวกเขาเลื่อนชั้นสู่ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ มาแบบอัตโนมัติและก็ยังวนเวียนอยู่ในลีกนั้นมาตลอดหลายฤดูกาลโดยที่ผลงานยังไม่คงเส้นคงวา จนผ่านมาถึงปี 2014 มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเมื่อผู้นำกลุ่ม GFH Capital โดยนาย ซาลห์ นูรัดดิน ที่เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรแห่งยอร์คเชียร์เมื่อปี 2012 ซึ่งขยับขึ้นมาเป็นผู้บริหารใหญ่ในสโมสรและภายหลังก็ได้ตัดสินใจหุ่น 75% ให้กับ มัสซิโม่ เชลลิโน่ นักธุรกิจชาวอิตาเลี่ยนแต่การเปลี่ยนแปลงเจ้าของสโมสรคนใหม่ยืดเยื้อและวุ่นวายอยู่หลายปีจนกว่า เชลลิโน่ จะได้เข้ามาเปิดตัวเป็นเจ้าของแบบเต็มตัวก็ปาเข้าไปปี 2016 แต่ผลงานของสโมสรก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้นยังคงเกาะอยู่ในพื้นที่กลางๆของตาราง แชมเปี้ยนชิพ ต่อมาในปี 2017 เชลลิโน่ นายใหญ่ของทีมก็ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษแบนด์ 18 เดือนไม่ให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับวงสโมสรเนื่องจากไปทำผิดกฎเกี่ยวกับข้อบังคับการปล่อยตัวนักเตะจนเป็นเหตุที่ทำให้เจ้าตัวต้องยอมตัดสินใจปล่อยขายหุ้น 50% ไปให้กับ อันเดรีย ราดริซซานี่ เพื่อนนักธุรกิจร่วมชาติ และจบด้วยอันดับที่ 7 ในฤดูกาลนั้นภายหลังอีกหนึ่งปีต่อมา ราดริซซานี่ ทุ่มเงินซื้อหุ้นต่อจาก เชลลิโน่ มากทั้งหมด 75% พร้อมกับกลายมาเป็นเจ้าของสโมสรคนใหม่ส่งผลให้กุนซือคนเก่าที่ทำหน้าที่อยู่อย่าง แกรี่ มังค์ ต้องยอมลาออกจากตำแหน่ง และได้มีการแต่งตั้งให้ โธมัส คริสเตียนเซ่น เข้ามารับช่วงต่อ การเข้ามาของ ราดริซซานี่ นักธรุกิจรายนี้ไม่เพียงที่จะมาอุ้มสโมสรให้กลับมาโด่งดังเจ้าตัวยังซื้อสนาม เอลแลนด์ โร้ด กลับมาเป็นของ ลีดส์ ยูไนเต็ด อีกครั้งหลังจากที่เคยขายไปเมื่อช่วงปี 2004 แต่แล้วช่วงเดือนกุมภาพันธ์ คริสเตียนเซ่น ก็ถูกปลดออกจากกุนซือและกลายมาเป็น พอล เฮ็คกิ้งบอทท่อม ก่อนที่จะพาทีมจบด้วยอันดับที่ 13 และหลังจากนั้นฤดูกาลต่อมา 2018-19 ก็ได้จัดตั้งกุนซือคนใหม่มาเป็ย มาร์เซลโล่ บิเอลซ่า ( Updated : 8-5-2020 )

Top Goal Player