TDEDKICK.COM

มิดเดิลสโบรห์

( Middlesbrough )


website : http://www.mfc.co.uk/page/Home
No. Name Type Join Out
22 โซล บัมบา ผู้เล่น 2021-08-10 -
14 ลี เพลเทียร์ ผู้เล่น 2021-07-02 -
28 ลุค แดเนียลส์ ผู้เล่น 2021-08-09 -
16 โจนาธาน ฮาวสัน ผู้เล่น 2017-07-07 -
- Neil Warnock โค้ช 2020-06-23 -
4 แกรนต์ ฮอลล์ ผู้เล่น 2020-07-31 -
32 เดยัน สโตยาโนวิช ผู้เล่น 2020-01-16 -
8 โอเนล เอร์นานเดซ ผู้เล่น 2021-08-29 2022-05-31
- แซมมี่ อเมโอบี้ ผู้เล่น 2021-07-01 -
25 แมทตี้ ครูกส์ ผู้เล่น 2021-07-23 -
11 Andraz Sporar ผู้เล่น 2021-08-31 2022-06-30
8619 ชูบา อัคปอม ผู้เล่น 2020-09-19 -
20 ดาร์เนลล์ ฟิชเชอร์ ผู้เล่น 2021-01-29 -
9 อูเช่ อิคเปซู ผู้เล่น 2021-07-02 -
18 ดันแคน วัทมอร์ ผู้เล่น 2020-11-17 -
1 โจ ลัมลี่ย์ ผู้เล่น 2021-07-01 -
17 พาทริค แม็คแนร์ ผู้เล่น 2018-07-01 -
12 มาร์คัส บราวน์ ผู้เล่น 2019-07-26 -
6 ดีล ฟราย ผู้เล่น - -
13 Toyosi Olusanya ผู้เล่น 2021-08-20 -
27 มาร์ค โจเอล โบลา ผู้เล่น 2019-07-28 -
7 มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ ผู้เล่น - -
- เฮย์เดน โคลสัน ผู้เล่น - -
2 อันเฟอร์นี่ ไดค์สตี ผู้เล่น 2019-08-07 -
23 เจมส์ เลีย ซิลิกี ผู้เล่น 2021-08-31 2022-06-30
10163 เลวิส วิงก์ ผู้เล่น - -
10 Martin Payero ผู้เล่น 2021-08-05 -
46 คอนเนอร์ มาลลีย์ ผู้เล่น - -
8313 สตีเฟน วอล์กเกอร์ ผู้เล่น 2020-08-01 -
10203 เชด สเปนซ์ ผู้เล่น 2018-07-01 -
10251 นาธาน วูด ผู้เล่น - -
10198 Jack Robinson ผู้เล่น - -
8412 Hayden Hackney ผู้เล่น - -
37 Josh Coburn ผู้เล่น - -
44 Cain Sykes ผู้เล่น - -
35 ไอเซห์ โจนส์ ผู้เล่น - -
9924 โซโลมอน ไบรน์ ผู้เล่น - -
24 Samuel Folarin ผู้เล่น 2020-08-01 -
39 Malik Dijksteel ผู้เล่น - -
34 Jeremy Sivi ผู้เล่น - -
Tournament Join Out
Championship 2021-08-06 2022-05-07
EFL Cup 2021-08-09 2022-02-27
Club Friendlies 2020-12-31 2021-12-30

ประวัติ : มิดเดิลสโบรห์

สิงห์แดงแห่งยอร์คเชียร์ ทีมฟุตบอลเก่าแก่ที่ก่อตั้งมานานควบคู่กับวงการฟุตบอลอังกฤษ จุดกำเนิดเริ่มต้นของสโมสรฟุตบอลแห่งนี้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 1876 มีถิ่นฐานตั้งอยู่ในเมืองมิดเดิ้ลสโบรซ์ มนฑลยอร์คเชียร์ ประเทศอังกฤษ เดิมที่มีสนามเหย้าที่เก่าแก่แห่งแรกคือสนาม ลินธอร์ป โร้ด กราวน์ด ตั้งแต่ปี 1882 ต่อจากนั้นก็ย้ายมายังบ้านใหม่ที่ อายร์ซัม ปาร์ค และใช้เวลาปักหลักปักฐานอยู่มายาวนานถึง 92 ปีโดยเริ่มตั้งแต่ปี 1903 จนมาถึงปี 1995 ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่ ริเวอร์ไซต์ สเตเดี้ยม บ้านหลังล่าสุดที่พวกเขาใช้มานานตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบันนี้โดยเป็นสนามที่ไม่ได้ใหญ่มากรองรับความจุผู้ชมได้อยู่ประมาน 34000 ที่นั่ง ในอดีต เดอะ โบโร่ หรือ มิดเดิ้ลสโบรห์ เคยเป็น 1 ใน 20 ทีมของอังกฤษที่ถูกรวมอยู่ในการเปิดตัวรายการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในปี 1992 และนับเป็นสโมสรแรกในประวัติศาสตร์ลูกหนังรายการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษที่ตกชั้นลงไป ตั้งแต่เริ่มมีการก่อตั้งเป็นปีแรก แต่ยังมีเรื่องราวความเป็นมาในอดีตของสโมสรแห่งนี้ที่ท่านอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน เราจะพาท่านผู้อ่านย้อนรอยกลับไปหาเหตุการณ์สำคัญๆเกี่ยวกับคลับฟุตบอลแห่งนี้ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นมาจนถึงยุคปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นในอดีคของทีมฟุตบอลแห่งยอร์คเชียร์ มิดเดิ้ลสโบรห์ เมื่อปี 1876 อย่างที่เคยทราบกันดีว่าก่อนที่ประชากรส่วนใหญ่ในอังกฤษจะหันมาสนใจกีฬาเกี่ยวกับฟุตบอลพวกเขาเคยให้การสนับสนุนกับกีฬาที่คล้ายๆกับฟุตบอลมาก่อนนั่นก็คือ คริกเก็ตส์ ซึ่งปัจจุบันนี้แม้ว่าจะยังมีการแข่งขันกันอยู่บ้างแต่ความนิยมไม่เหมือนกับฟุตบอล ที่ท้าวความมาเช่นนี้ก็เพราะว่า มิดเดิ้ลสโบรห์ กำเนิดมาจากการรวมตัวของกลุ่มสมาชิกกีฬาคริกเก็ตพวกเขาต้องการที่จะหากิจกรรมทำให้เกิดความฟิตในช่วงฤดูหนาวจึงได้รวมตัวกันก่อนตั้งเป็นทีมฟุตบอลขึ้นมาโดยในยุคนั้นฟุตบอลยังไม่ได้เป็นที่แพร่หลายมากนักจึงเป็นเพียงคลับฟุตบอลขนาดเล็กและมักจะลงแข่งขันกันอยู่ในท้องถิ่นของเมืองตัวเอง เช่นเดียวกับ มิดเดิ้ลสโบรห์ ที่เติบโตมาจากการลงเล่นในลีกสมัครเล่นของเมืองพวกเขาใช้เวลานานกว่า 10 ปีกว่าจะขยับขึ้นมาเป็นสโมสรฟุตบอลระดับอาชีพได้ โดยก่อนที่พวกเขาจะมาเป็นทีมฟุตบอลระดับอาชีพได้มีปัญหาภายในจนทำให้ทีมแบ่งแยกตัวกันออกไปเป็นสองสโมสรแต่สุดท้ายพวกเขาก็กลับมารวมตัวกันจนสามรถสร้างทีมฟุตบอลระดับอาชีพได้ในที่สุดโดยภายใต้ชื่อทีมว่า Middlesbrough and Ironopolis F.C. แต่ความขัดแย้งภายในทีมยังคงมีไฟที่ยังดับออกไปไม่หมดจนนำไปสู่การแยกทางกันอีกครั้งโดย มิดเดิ้ลสโบรห์ ที่เป็นทีมหลักพวกเขาตัดสินใจที่จะกลับไปเล่นในลีกสมัครเล่นโดยความสำเร็จครั้งแรกของพวกเขาก็คือการได้แชมป์ในรายการ FA Amateur Cup ที่ถูกจัดขึ้นจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษแต่เป็นการชิงแชมป์ของทีมสมัครเล่นเท่านั้น แม้ว่าอาจจะไม่ใช่รางวัลที่ยิ่งใหญ่อะไรแต่ก็คือหนึ่งในความสำเร็จที่พวกเขายังไม่เคยลืมเลือนเพราะมันคือการคว้าแชมป์แรกตั้งแต่เริ่มมีการก่อตั้งทีมขึ้นมา ในปี 1899 พวกเขาต้องการที่จะยกระดับของสโมสรขึ้นสู่เวทีลูกหนังระดับอาชีพบวกกับได้รับความสนับสนุนจากสโมสรเพื่อนบ้านอย่าง นิวคาสเซิ่ล และ ซันเดอร์แลนด์

ทำให้ โบโร่ ขยับเลื่อนขั้นขึ้นมาหาประสบการณ์ใหม่ในดิวิชั่น 2 ของอังกฤษตีตราว่าเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพแบบเต็มตัว และหลังจากนั้นอีก 3 ปีซึ่งจะตรงกับช่วงปี 1902 พอดีนับว่าเป็นครั้งแรกของ สิงห์แดงแห่งยอร์คเชียร์ ที่ทะยานขึ้นสู่เวทีสูงสุดระดับประเทศได้หลังจากจบปีแรกของการเลื่อนชั้นพวกเขาก็ย้ายบ้านใหม่โดยหันมาใช้สนาม อายร์ซัม ปาร์ค ที่เลยออกมาไม่ไกลจากสนามเก่ามากนัก ต่อมาในช่วงปี 1910 แอนดี้ วอร์คเกอร์ ผู้จัดการทีมของโบโร่ที่ทำหน้าที่คุมอยู่ ณ ตอนนั้น ถูกทางสมาคมฟุตบอลอังกฤษแบนห้ามเข้ามามีส่วนร่วมกับวงการฟุตบอลแบบไม่มีกำหนดเนื่องจากเจ้าตัวไปทำผิดกฎของสมาคมฟุตบอลเกี่ยวข้องการการล็อคผลจึงเป็นเหตุให้เขาต้องโบกมือลากับวงการลูกหนังไปเลยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อีกหลายปีต่อมา พวกเขาสร้างหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วยการทำสถิติได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาจากอดีตจนถึงปัจจุบันก็คือการรั้งอันดับ 3 ของลีกสูงสุดในฤดูกาล 1914 หลังจากนั้นอีก 1 ปี วงการลูกหนังอังกฤษต้องยุคพักการแข่งขันเนื่องจากเกิดสภาวะสงครามโลกครั้งที่ 1 และพักยาวไปจนถึงปี 1920 ถึงจะได้กลับมาเปิดสนามแข่งกันอีกครั้ง และหลังจากนั้นในฤดูกาล 1924 สี่ปีที่พวกเขากลับมาลงเล่นอยู่ใรลีกสูงสุดหลังหมดยุคสงครามผลงานก็เริ่มที่จะย่ำแย่ลงจนในที่สุด สิ้นฤดูกาล 1924 พวกเขาก็ไม่สามารถหนีรอดจากการตกชั้นไปได้ ทำให้ สิงห์แดง ต้องระหองระแหงกลับไปลุยต่อใน ดิวิชั่น 2 และการตกชั้นลงมาในคราวนี้พวกเขาต้องใช้เวลาอยู่นานถึง 3 ปีจึงจะได้เลื่อนชั้นกลับขึ้นไปพร้อมกับการเปิดตัวดาวซัลโวลระดับตำนานของสโมสรอย่าง จอร์จ แคมเซลล์ โดยที่ปีแรกในการย้ายมาอยู่กับ สิงห์แดง ก็ช่วนซัดประตูใหักับทีมไปทั้งสิ้น 59 ประตูและยังทำแฮตทริกไปถึง 9 ครั้งด้วยการทำให้สามารถพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ใน ดิวิชั่น 1ได้สำเร็จ โดยการคว้าแชมป์ในระดับดิวิชั่น 2 มาครองเป็นครั้งแรก แต่ว่าหนทางในลีกสูงสุดของพวกเขายังไม่ยืนยาวเท่าไหร่ภายในปีเดียวที่เลื่อนชั้นมาได้ก็ต้องกลับตกชั้นลงไปอีกครั้งหลังสิ้นฤดูกาล 1928 สลับด้วยการคว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 เป็นครั้งที่สองทำให้ทีมกลับเลื่อนชั้นขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ในช่วงปี 1939 ลีกฟุตบอลต้องปิดตัวลงเนื่องจากมีสงครามโลกครั้งที่สอง

หลังจากที่ได้ออกสตาร์ทไปเพียงแค่ 3 แมตช์ หลังจากนั้นจึงกลับมาลงแข่งขันกันอีกครั้งในปี 1947 ผ่านมาหลายปีที่เกาะอยู่ในดิวิชั่น 1 พวกเขากับมาตกชั้นอีกครั้งเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 1953-54 ด้วยการรั้งอยู่ในอันดับรองบ๊วยของตาราง ต่อมาหลังจากที่ลงไปเล่นอยู่ในดิวิชั่น 2 พวกเขาก็ได้ให้กำเนิดแข้งในตำนานอย่าง ไบรอัน คลัฟ โดยเจ้าตัวช่วนซัดประตูให้กับทีมไป 40 ประตูตั้งแต่ย้ายเข้ามาในปีแรก แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นขึ้นไปได้โดยพวกเขาทำได้ด้วยการจบอยู่ในอันดับที่ 6 ในซีซั่น 1957 แต่หลังจากที่วนเวียนอยู่ในดิวิชั่น 2 ได้อยู่สักพัก คลัฟ ไม่เห็นถึงการพัฒนาของตัวเองจนต้องตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมกับสโมสร ซันเดอร์แลนด์ เพื่อหาโอกาสให้เขาได้เข้าไปติดทีมชาติด้วยหลังจากนั้น 2 ปี สิงห์แดง เกือบที่จะได้เลื่อนชั้นเนื่องจากทำผลงานจบอยู่ในอันดับ 4 แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการตีตั๋วเลื่อนชั้นกลับขึ้นไปได้ ต่อมาให้หลังจากนั้น 3 ปีสโมสรเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับผลงานเล่นที่เริ่มย่ำแย่ลงจนสุดท้ายต้องลงเอยด้วยการตกชั้นลงสู่ดิวิชั่น 3 ของอังกฤษ นับเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสร แต่พวกเขาก็ยังกระตือรือล้นที่จะกลับมาสู่มาตราฐานเกมลีกเดิมคือ ดิวิชั่น 2 จนสามารถทำได้ในระยะเวลาแค่เพียงปีเดียวพวกเขาเลื่อนชั้นขึ้นมาในฐานะรองแชมป์จากดิวิชั่น 3 และหลังจากนั้นพวกเขาก็ประคับประครองฟอร์มการเล่นของตัวเองจนสามารถอยู่ครึ่งบนของตารางคะแนนดิวิชั่น 2 มาได้หลายปี จนในที่สุดวันที่แฟนบอลของ เดอะ โบโร่ รอคอยก็มาถึงเมื่องพวกเขาทะยานคืนสู่เวทีลูกหนังสังเวียนใหญ่อย่าง ดิวิชั่น 1 จากฐานะแชมป์จาก ดิวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1973-74 และเป็นครั้งที่ 3 ที่พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 มาได้ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถประครองฟอร์มการเล่นให้โล้ดแล่นอยู่บนเวทีสูงสุดได้อย่างมั่นคง จนต้องล่วงลงมาอยู่ ดิวิชั่น 2 อีกครั้งหลังจากสิ้นฤดูกาล 1981-82

หลังจากนั้นผลงานขจอง โบโร่ ยังคงย่ำแย่และเจอกับปัญหาเรื่องของการเงินกวนใจมาตลอดหลายปี จนกระทั่งปี 1986 เหตุการณ์สำคัญที่เกือบทำให้แฟนบอลของ เดอะ โบโร่ จะต้องหาทีมเชียร์กันใหม่กันเลยเมื่อสโมสรต้องถูกทางสมาคมฟุตบอลของอังกฤษจ่อฟ้องสโมสรของพวกเขาล้มละลาย หลังจากที่กุนซือใหม่ม่อย่าง บรูซ ริอ็อค กำลังทำหน้าที่คุมทีมอยู่ในเวลานั้น เขาต้องยอมแบกหน้าไปกู้เงินกับ PFA เพื่อนำเงินมาจ่ายให้กับนักเตะ แต่สุดท้ายสิ้นเสียงนกหวีดการแข่งขันในฤดูกาล 1985-86 ทีมก็ต้องจบด้วยการตกชั้นลงสู่ดิวิชั่น 3 อีกครั้ง ยิ่งทำให้สถานการณ์ทางการเงินยิ่งย่ำแย่ลงไปทำให้สมาคมฟุตบอลอังกฤษถึงกับต้องแบนพวกเขาออกจากการแข่งขันหากไม่สามารถหาเงินใช้หนี้ได้ แต่ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของการให้เวลาพวกเขาหาทางในการแก้ปัญหา จู่ๆ สตีฟ กิ๊บสัน นักธุรกิจท้องถิ่นก็เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรและขอรักษาสิทธิ์ให้สโมสรยังได้ลงเล่นอยู่ในเกมระดับอาชีพต่อไป พร้อมกันนั้นก็ได้มีการแต่งตั้งให้ โคลิน เฮนเดอร์สัน เข้ามาทำหน้าที่เป็นประธานสโมสรคนใหม่ แต่ในช่วงที่พวกเขาจะต้องแก้ไขปัญหาต่างๆเกี่ยวกับการใช้หนี้สโมสรยังคงต้องใช้สนาม วิคตอเรีย ปาร์ค รังเหย้าของ ฮาร์เทิลพูล เป็นการชั่วคราวในตอนนั้น ต่อมาในฤดูกาล 1987 มิดเดิ้ลสโบรห์ สามารถกลับคืนสังเวียนเก่าอย่าง ดิวิชั่น 2 ได้สำเร็จด้วยการขนผู้เล่นดาวรุ่งขยับขึ้นมาเป็นแกนหลักของทีม และหลังจากนั้นอีก 1 ปี ริอ็อค ยิ่งทำให้แฟนบอลของ เดอะ โบโร่ ต้องซูฮกให้และเทใจให้เต็มๆเมื่อเขาสามารถยกระดับการเล่นของ มิดเดิ้ลสโบรห์ จนสามารถกลับมาอยู่บนลีกสูงสุดของประเทศได้อีกครั้ง แต่หลังจากการเลื่อนชั้นขึ้นมาได้ไม่นานพวกเขาก็ต้องร่วงตกชั้นอย่างรวดเร็วเพียงผ่านมาแค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้น

จนในช่วงฤดูกาล 1991 โบโร่ เกือบจะเลื่อนชั้นได้สำเร็จแต่ไปพลาดในช่วงนัดเพลย์ออฟเกมสุดท้ายที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับ น็อตต์สเคาน์ตี้ ถัดมาในฤดูกาล 1992 พวกเขาสามรถเลื่อนชั้นขึ้นมาได้อีกรอบก่อนที่จะติดอยู่ในทีมที่เปิดตัวชื่อลีกสูงสุดใหม่มาเป็น พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาล 1993 แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไม่สามารถรักษาระดับให้อยู่รอดปลอดภัยบน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไว้ได้โดยพวกเขาเข้าป้ายจอดอยู่ในอันดับรองบ๊วยของตาราง จนทำให้ต้องตกชั้นลงมาในที่สุด ภายใต้ชื่อใหม่เป็น ดิวิชั่น 1 ซึ่งเดิมทีจะเป็น ดิวิชั่น 2 หลังจากนั้นในฤดูกาล 1995 สโมสรเริ่มมีการขยับเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อ สตีฟ กิ็บสัน ขยับขึ้นมาเป็นประธานสโมสรแทนที่ โคลิน เฮนเดอร์สัน และแต่งตั้งให้ ไบรอัน ร็อบสัน ที่เป็นนักเตะก้าวมาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีม ในปีนั้นเขาก็สามารถคว้าแชมป์ใน ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ พร้อมกับการเปลี่ยนบ้านใหม่โดยย้ายมาเล่นอยู่ในสนาม ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม และสามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่บนสังเวียนใหญ่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้อีกครั้ง แต่ในฤดูกาล 1997 พวกเขาก็ต้องล่วงตกชั้นลงมาอีกที แม้ว่าจะทุ่มเทไปกับการคว้านักเตะหน้าใหม่เข้าทีมก็ตาม แต่หลังจากที่ล่วงตกชั้นลงไปเพียงปีเดียว สิงห์แดง ก็สามารถขยับกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีกได้อย่างทันควันด้วยการคว้าอันดับ 2 ใน ดิวิชั่น 2 ไว้ได้ พวกเขาใช้เวลาอยู่ในรายการสูงสุดของประเทศมาได้อย่างมั่นคงหลายปีพยายามที่จะเข้าใกล้ความสำเร็จให้มากที่สุด พวกเขาต้องยอมทุ่มเงินในการเลือกซื้อนักเตะชื่อดังเข้าทีมมากมายแต่ก็ไม่สามาถซื้อความสำเร็จมาครองได้เลยนับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมาแต่ในปี 2004 พวกเขาสามารถชูถ้วยระดับเมเจอร์ใบแรกของสโมสรได้เป็นครั้งแรกเมื่อทีมผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศในรายการ ลีก คัพ จนสามารถเอาชนะ โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส มาได้จนทำให้ความสำเร็จในครั้งนั้นเป็นที่จดจำของแฟนบอล และต่อยอดให้พวกเขาสามารถผ่านเข้าไปเล่นในบอลถ้วย ยูฟ่า คัพ ในปีต่อไป แต่ก็ไม่ได้ไปไกลจนถึงรอบลึกเท่าไหร่ในรายการนี้เนื่องจากเป็นยุคที่วงการฟุตบอล อิตาลี มีนักเตะฝีเท้าดีดีมากมายเหลือเกิน ทีมในเกาะอังกฤษก็จะมีแต่ทีมใหญ่ๆอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, ลิเวอร์พูล ที่เกาะกลุ่มทะลุเข้าไปจนถึงรอบลึกๆ แต่สำหรับ โบโร่ แค่การได้เข้าไปอยู่ในรายชื่อทีมที่ได้ลงการแข่งขันก็นับว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมากๆแล้วและ

ในปีต่อมาพวกเขาก็ยังได้ผ่านเข้าไปเล่นอยู่ในรายการ ยูฟ่า คัพ เป็นปีที่สองหลังจากที่สามารถครองอันดับ 7 ของลีกไว้ได้ ในฤดูกาล 2006 มิดเดิ้ลสโบรห์ โชว์ฟอร์มออกมาได้อย่างน่าประทับใจในการลงเล่นบอลถ้วยต่างๆรวมไปถึงการเข้าชิงชนะเลิศในรายการ ยูฟ่า คัพ ที่ต้องดวลกับ เซบีย่า แม้ว่าจะเป็นฝ่ายแพ้แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจของแฟนบอลที่พวกเขาได้เห็นทีมรักของตัวเองผ่านเข้าไปถึงนัดชิงชนะเลิศในระดับบอลถ้วยยุโรปได้ ต่อมาอีก 3 ปีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นในทีมไม่ว่าจะเป็นกุนซือหรือนักเตะเอง ก็มีการเปลี่ยนหน้าเข้ามาเรื่อยๆแต่สิ่งเดียวของโบโร่ที่ไม่เปลี่ยนไปคือต่อให้พวกเขายืนอยู่บนลีกสูงสุดได้ยาวนานแค่ไหนสุดท้ายจะต้องตกชั้นลงไปอยู่ในลีกรองอยู่ดี โดยในปี 2009 พวกเขาจอดอันดับรองบ๊วยของลีกส่งผลให้ทีมตกชั้นลงสู่ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ และเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาบน พรีเมียร์ลีก ได้อีกครั้งในฤดูกาล 2016 แต่ก็ขึ้นมาได้เพียงแค่ปีเดียวก็ต้องกลับบ้านเก่าด้วยการเข้าป้ายจอดตำแหน่งรองบ๊วยของพรีเมียร์ลีกอีกหน จนแล้วจนเล่า มิดเดิ้ลสโบรซ์ ยังคงเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อโล้ดแล่นอยู่ในสังเวียนลูกหนังระหว่าง ลีกสูงสุด กับ ลีกรอง โดยที่พวกเขาก็ไม่ได้เข้าใกล้กับความสำเร็จสักเท่าไหร่ และนี่ก็เป็นที่ไปที่มอของ สิงห์แดงแห่งยอร์คเชียร์ ( Updated : 8-5-2020 )

Top Goal Player