TDEDKICK.COM

โอลิมปิก มาร์กเซย

( Marseille )


website : http://www.om.net/
No. Name Type Join Out
10 ดิมิทรี ปาเยต์ ผู้เล่น 2017-01-30 -
16 โยฮันน์ เปอเล่ ผู้เล่น 2015-07-01 -
30 สตีฟ ม็องด็องด้า ผู้เล่น 2017-07-11 -
- คอนสแตนทินอส มิโทรกลู ผู้เล่น 2017-08-31 -
6 เควิน สตรอทมัน ผู้เล่น 2018-08-28 -
2 ฮิโรกิ ซากาอิ ผู้เล่น 2016-07-01 -
22 เกรกอรี่ แซร์กติช ผู้เล่น 2017-01-30 -
9 ดาริโอ เบเนเด็ตโต้ ผู้เล่น 2019-08-05 -
- อังเดร วิลลาส โบอาส โค้ช 2019-07-01 -
28 วาแลร์ แชร์กแมง ผู้เล่น 2017-07-01 -
26 ฟลอริย็อง โตแว็ง ผู้เล่น 2017-07-01 -
3 อัลบาโร่ กอนซาเลซ ผู้เล่น 2020-07-01 -
17 บูน่า ซาร์ ผู้เล่น 2015-07-07 -
8 มอร์กกาน ซ็องซง ผู้เล่น 2017-01-17 -
18 ฌอร์ด็อง อมาวี่ ผู้เล่น 2017-10-08 -
24 ซาอีฟ เอ็ดดีน คาอุย ผู้เล่น 2016-07-01 -
15 ดูเย่ ซาเลต้า-ซาร์ ผู้เล่น 2018-07-20 -
21 วาล็องแต็ง รงชิเย่ร์ ผู้เล่น 2019-09-03 -
27 มักซิม โลเปซ ผู้เล่น 2016-07-01 -
7 เนมานย่า ราดอนยิช ผู้เล่น 2018-08-30 -
4 บูบาการ์ กามาร่า ผู้เล่น - -
22 Pape Gueye ผู้เล่น 2020-07-01 -
31 อับดัลลาห์ อาลี โมฮาเหม็ด ผู้เล่น 2017-01-07 -
- คริสโตเฟอร์ ร็อคเคีย ผู้เล่น 2012-01-12 -
32 ลูคัส แปร์แร็ง ผู้เล่น 2019-07-01 -
29 ฟลอริย็อง ชาโบรลล์ ผู้เล่น 2019-07-01 -
5 เลโอนาร์โด้ บาเลร์ดี้ ผู้เล่น 2020-07-21 2021-06-30
34 อเล็กซองดร์ ฟลิโปโน ผู้เล่น 2018-07-01 -
23 มาร์เลย์ อาเก้ ผู้เล่น 2019-08-01 -
40 อาห์มาดู เดีย ผู้เล่น 2019-07-01 -
1 ซิม่อน เอ็นกาปันดูเอตน์บู ผู้เล่น 2019-10-11 -
35 Niels Nkounkou ผู้เล่น 2019-07-01 -
Tournament Join Out
League Cup 2019-08-12 2020-07-31
Coupe de France 2019-10-23 2020-07-24
Club Friendlies 2019-12-31 2020-12-30
Ligue 1 2020-08-21 2021-05-23
Super Cup 2021-01-15 2021-01-16

ประวัติ : โอลิมปิก มาร์กเซย

มาร์แซ อ่านออกเสียงตามภาษาท้องถิ่นหรือถ้าเรียกกันตามคนไทยก็จะอ่านออกเสียงว่า มาร์กเซย สโมสรแห่งนี้เดิมทีมีประวัติมายาวนานและเป็นสโมสรแรกที่ได้คว้าแชมป์ในระดับลีกสูงสุด เดิมทีก่อนหน้านั้นสโมสร มาร์กเซย มีมาตั้งแต่ยุคปี 1892 โดยเป็นคลับสโมสรของกีฬาทั่วไปมีกิจการมากมายเกี่ยวกับกี่ฬา จนต่อมาเข้าสู่ยุคเฟื่องฟูของวงการฟุตบอล มาร์กเซย ก็ได้สร้างทีมฟุตบอลของตัวเองขึ้นมาภายหลังในปี 1899 และเป็นกีฬาที่กลายมาเป็นค่านิยมของคนในยุคนั้นมาจนถึงปัจจุบัน มาร์กเซย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสโมสรชั้นนำของคนในประเทศฝรั่งเศสไปโดยปริยาย ในช่วงปลายยุค 60 เป็นช่วงเวลาที่สโมสรประสบความสำเร็จมากมายได้รับทั้งเสียงชื่นชมของเหล่าแฟนบอลของตัวเองและแฟนบอลคู่แข่ง จุดเริ่มต้นของพวกเขาเกิดขึ้นราวๆปี 1899 แต่กว่าจะขึ้นสู่สโมสรระดับอาชีพได้นั้นถัดมาอีกหลายปีหลังจากที่กีฬาฟุตบอลในฝรั่งเศสมีการปฏิรูปแบบครั้งหญิ่งใหญ่มีการจัดให้แข่งขันกันในรูปแบบของ ลีกเอิง โดยทันทีที่เกมฟุตบอลลีกสูงสุดเปิดตัวขึ้น โอลิมปิก มาร์กเซย ก็เหมือนจะได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆเมื่อพวกเขาเป็นทีมแรกของการเปิดซิงเป็นแชมป์ฟุตบอลลีกสูงสุดของฝรั่งเศสนอกจากนั้นพวกเขายังคว้ารางวัลฟุตบอลถ้วยเก่าแก่ที่สุดในประเทศอย่าง กุป เดอ ฟร็องส์ อีก 3 ครั้งในช่วงปี 1935 ถึง 1948 ถ้านับรวมๆในหน้าประวัติศาสต์ความเป็นมาของตำราลูกหนังฝรั่งเศส มาร์กเซย เป็นทีมอันดับ 2 ที่ได้ลงแข่งในรายการ ลีกเอิง ฝรั่งเศส มากที่สุดรองจาก แซงต์เอเตียน และพวกเขาได้แชมป์รายการ เฟรนช์ คัพ มาแล้ว 9 สมัย และ กุป เดอ ฟร้องส์ 10 ครั้ง ปัจจุบันใช้สนามเหย้า สตาดเวลอดรอม ที่สามารถจุคนที่เข้ามาชมเกมส์ได้มากถึง 67,384 ที่นั่ง เป็นสนามที่ตั้งอยู่ในเมือง มาร์กเซย

พวกเขาใช้สนามแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 1937 หากจะถามถึงยุคที่สโมสรลอยรำอยู่เหนือทีมใดในฝรั่งเศสก็คงจะเป็นช่วง ทศวรรษที่ 60 การที่สโมสรตัดสินใจแต่งตั้งตำแหน่งประธานสโมสรให้กับ มาร์กแซล เลอคลอด ขึ้นมาทำหน้าที่เขาก็ได้นำพาความก้าวหน้ามาสู่สโมสรอย่างคาดไม่ถึง เป็นเพราะรูปแบบการทำทีมของเขาที่ไม่สนหมีสนแปดใคร ทุ่มเงินไปในการลงทุนเพื่อคว้านักเตะเกรดเอเข้าทีมเพื่อให้ทีมประสบความสำเร็จ ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่เขาคิดมีนักเตะชื่อดังมากมายเข้ามาร่วมทีมในยุคที่ มาร์กแซล คุมตำแหน่งเขาทำให้สโมสรกลายเป็นทีมนัมเบอร์วันในฝรั่งเศสในทันทีผู้คนมากมายหันมาให้ความสนับสนุนสโมสรแห่งนี้เนื่องจากมีผลงานโด่งดังไปทั่วยุโรป ในยุคของ เลอคอล์ด เขาทำให้ มาร์กเซย เป็นแชมป์ ลีกเอิง ฝรั่งเศส ได้ 2 สมัยและบอลถ้วยอีก 2 สมัย แต่เส้นทางในการเป็นประธานของเขาเหมือนจะไปได้ไม่สวยหลังจากที่มีปัญหากับบริหารอย่างหนักจนในที่สุดเจ้าตัวก็ตัดสินใจลาออกจากสโมสร ก่อนที่จะไปได้ไม่สวยกับ มาร์กเซย ลาคอล์ด ยังเอ่ยปากขู่บอร์ดบริหารว่าตนจะถอนทีมจากลีกระดับอาชีพอีกด้วย เหตุผลเนื่องมาจากสมาพันธ์ฟุตบอลไม่ยอมรับการเข้ามาของนักเตะต่างชาติ ซึ่งมีกฎกำหนดไว้ว่าไม่ให้มีนักเตะต่างชาติร่วมทีมเกิน 2 คนแต่เขากลับอยากได้นักเตะต่างชาติเพิ่มอีกคนจึงเป็นปัญหาตามมาในภายหลัง ทางสโมสรจึงตัดสินใจตัดไฟด้วยการไล่ ลาคอล์ด ออกจากตำแหน่งกลับไม่ผลักดันแนวคิดของเขาทำให้เส้นทางระหว่างเขากับสโมสรจบลงกันในที่สุด หลังจากที่ มาร์กแซล ออกไปจากวงจรของ มาร์กเซย ก็เหมือนกับเป็นจุดพลิกผันของสโมสรเมื่อทีมเข้าสู่ยุคที่ตกต่ำสุดๆพวกเขาไม่สามารถคว้าแชมป์มาครองได้เลยตลอด 17 ปีที่ผ่านมานอกเหนือจากรายการฟุตบอลถ้วย

แต่ที่หนักไปกว่านั้นก็คือการล่วงชั้นสู่ดิวิชั่น 2 ของฝรั่งเศสและดูเหมือนว่ากระเป๋าคลังของสโมสรก็เริ่มที่จะร่อยหลอจนต้องอาศัยวิธีการแก้ปัญหาด้วยการดึงตัวนักเตะระดับเยาวชนจากลีกระดับท้องถิ่นเข้าทีม สโมสรเริ่มกลับมาสู่ยุคเฟื่องฟูได้อีกครั้งในช่วงฤดูกาล 1989-1992 การแต่งตั้งให้ เรย์มง เกอทาร์ล เข้ามาคุมบังเหียนเขาสามารถช่วยฝื้นฝูสโมสรให้กับมาสู่ความสำเร็จได้อีกครั้งหลังจากการเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาอยู่บนตาราง ลีกเอิง ฝรั่งเศส ได้เป็นที่เรียบร้อย ก็เดินหน้าคว้าแชมป์ลีกมาครอง 4 สมัยติดต่อกัน นอกจากนั้นยังสามารถประกาศชื่อเสียงของสโมสรไปทั่วยุโรปด้วยการคว้ารางวัลฟุตบอลรายการใหญ่ในยุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วงฤดูกาล 1993 ซึ่งในเกมนัดชิงเจอกับกองทัพจากเมืองมิลานสโมสรชื่อดังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี อย่าง เอซี มิลาน โดยประตูชัยลูกเดียวที่ทำให้ได้แชมปืมาครองในชุดที่คว้าแชมป์ยุโรปมาได้มีตำนานนักเตะชื่อดังอย่าง ฟาเบียน บาร์กเตซ นาวทวารมือ 1 แถมยังเป็นยุคที่เขาโด่งดังในฟุตบอลระดับโลก และก็ยังมีห้องเครื่องคนสำคัญอีกหนึ่งรายอย่าง ดิดิเย่ร์ เดอชองส์ ที่ปัจจุบันกลายมาเป็นกุนซือให้กับทีมชาติฝรั่งเศสแถมยังสร้างชื่อให้กับประเทศด้วยการพากองทัพเป็นรองแชมป์ฟุตบอลยูโรและคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2020 มาครองได้อีกด้วย เนื่องจากสนามเหย้าเฝ้ารังของ มาร์กเซย มีขนาดใหญ่ฐานแฟนบอลของทีมก็เริ่มมีมากขึ้น มาร์กเซย จึงกลายมาเป็นสโมสรอันดับต้นๆของฝรั่งเศสที่มีกองเชียร์จำนวนมากที่คอยให้กำลังใจและแรงสนับสนุนต่างๆจนทำให้ติดอยู่ในอันดับที่ 16 ของโลกที่มีรายได้สูงโดยมีสถิติที่เคยอ้างอิงออกมาว่า เกมที่ มาร์กเซย ลงสนามนั้นในบ้านของตัวเองมีแฟนบอลเฉลี่ยนเข้าชมต่อเกมมากถึง 5 หมื่นคนและรายได้ที่สรุปยอดมาในปี 2016 จาการเข้าชมเกม มาร์กเซย มีกำไรถึง 135 ล้านยูโรตลอดปีของซีซั่นนั้นๆ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงปี 2016 เมื่อนักธุรกิจชื่อดังอย่าง แฟร้งค์ แมคคอร์ท เข้ามาเทคโอเวอร์เป็นเจ้าของสโมสรต่อจากจ้าวเดิมและได้ดึงตัวนักธุรกิจอย่าง จาร์เค้ อองรี เออโร เข้ามาเป็นประธานสโมสร พร้อมกับดึง รูดี้ การ์เซีย เข้ามาเป็นกุนซือให้กับทีม สโมสรก็ยังคงยืนหยัดอยู่บนหัวตารางคะแนน ลีกเอิง ฝรั่งเศส และยังมีส่วนร่วมกับเกมฟุตบอลระดับยุโรปอยู่เรื่อยๆ โดยสรุปที่ผ่านมาความสำเร็จในฟุตบอลลีกเอิง มาร์กเซย คว้ามาได้มากถึง 10 ครั้งและแชมป์รายการใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 1 สมัย ปัจจุบันยังคงเป็นทีมใหญ่ในลีกที่มีฐานแฟนบอลมากมายเป็นอันดับต้นๆของประเทศฝรั่งเศส

การเป็นสโมสรขนาดใหญ่ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่จะได้เห็นหน้าเห็นตาของอดีตนักเตะชื่อดังอยู่ในทีม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันอาจจะไม่ใช่นักเตะที่ทำให้ให้สโมสรมีชื่อเสียงได้ถึงทุกวันนี้แต่กลับเป็นสโมสรที่เป็นฝ่ายปลุกปั้นนักเตะให้อยู่ระดับแถวหน้าของวงการฟุตบอล โดยวันนี้ขอยกตัวอย่างนักเตะที่ มาร์กเซย สร้างมาให้โด่งดังเขาคนนั้นไม่ใช่ใคร แฟร้งค์ ริเบรี่ เจ้าของฉายา ไอ้หน้าบาก ชื่อฉายาฟังดูอาจจะไม่ค่อยรื่นหูสักเท่าไหร่แต่เรื่องของฝีไม้ลายมือของเขานั้นจัดว่าเป็นที่โด่งดังมาในยุค 90 ปลายๆแม้ว่าเดิมที่จุดเริ่มต้นของ ริเบรี่ จะลงเล่นให้กับสโมสร เม็ตซ์ มาก่อนตั้งแต่ที่เขาเริ่มเข้ามาเป็นนักเตะระดับอาชีพแต่ด้วยความที่ประสบการณ์ของเจ้าตัวยังน้อยอยู่ทำให้ไม่เป็นที่เรื่องลือสักเท่าไหร่จนสุดท้ายเขาก็ได้ย้ายไปเล่นกับสโมสรต่างแดนกับสโมสร กาลาตาซาราย สุดยอดทีมชั้นนำของลีกสูงสุดประเทศตรุกีโดยที่ต้อนนั้น เม็ตซ์ ขายไปแค่เพียง 2 ล้านยูโร และหลังจากที่ย้ายทีมไปได้ไม่นานเรื่องอื้อฉาวช็อควงการฟุตบอลก็คือการที่ แฟร้งค์ ริเบอรี่ เข้าฟ้องร้องกับสมาคมฟุตบอล ฟีฟ่า จากกรณีดังที่ว่าสโมสรไม่ยอมจ่ายค่าจ้าให้กับเขา จนกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตในตอนนั้น ซึ่งในตอนนั้น ริเบรี่ ถือว่าเริ่มมีชื่อเสียงกับฟุตบอลอยู่บ้างก็พอจำทำให้เป็นข่าวอื้อฉาวขึ้นมาอยู่ช่วงหนึ่งเลย จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นกับสโมสร โอลิมปิก มาร์กเซย เมื่อทางสมาพันธ์ฟุตบอล

หลังจากที่สอบสวนคดีอยู่นานก็ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องของประธานสโมสรของ กาลาตาซาราย ที่ขู่จะทำร้าย ริเบรี่ ด้วยไม้เบสบอลทำให้ ฟีฟ่า ตัดสินว่าเป็น ริเบรี่ ที่ชนะคดีในครั้งนี้ไปทำให้เขาได้ถูกยกเลิกสัญญากับสโมสรใหญ่ในตุรีกีแล้วกลับมาทำหน้าที่ในลีกบ้านเกิดของตัวเอง โดยเขาตัดสินใจย้ายมาอยู่กับ มาร์กเซย ด้วยสัญญานาน 5 ปีเต็ม ด้วยผลงานที่กำลังทำออกมาได้ดีหลังจากที่ย้ายไปเก็บประสบการณ์มา มาร์กเซย ต้อนรับ นักเตะหน้าบาก รายนี้ด้วยการมอบเบอร์เสื้อหมายเลข 7 ซึ่งเป็นเบอร์ที่มีความหมายและนัยยะสำคัญกับสโมสรรวมไปถึงเป็นเลขที่ แฟร้งค์ ริเบรี่ ชื่นชอบอยู่ด้วยเหมือนกัน การเริ่มต้นฤดูกาลกลับ มาร์กเซย ในช่วงปี 2005-2006 เป็นไปได้ดีจาการที่ ริเบรี่ เป็นนักเตะที่มีความคล่องแคล่วสูงทำและเป็นตัวรุกที่พาบอลไปถึงพื้นที่อันตรายได้เสมอเขาจึงถูกจับมาเล่นในแดนหน้าอยู่หลายตำแหน่ง ทั้งปีก มิดฟิลด์ตัวรุก กลองหน้าตัวต่ำคอยช้อนเกม เป็นต้นแถมยังมีลูกยิงไกลที่เป็นไฮไลท์ของ ริเบรี่ เขาเคยยิงประตูสุดสวยในระยะไกลให้กับ มาร์กเซย มาแล้วเรียกได้ว่าเป็นแข้งที่มีพรสวรรค์มากๆคนหนึ่ง หลังจากที่มาอยู่กลับ มาร์กเซย ได้สองสามฤดูกาลผลงานของเจ้าตัวก็พุ่งทะลุถึงขีดสุดจนมีหลายๆสโมสรให้ความสนใจอยากจะขอดึงเขาไปร่วมทีมโดยที่มีทั้ง อาร์เซน่อล ทีมใหญ่อย่างกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ หลายๆทีมในยุโรป จนสุดท้ายหวยก็ไปออกที่ เอฟซี บาเยิร์น มิวนิค สุดยอดสโมสรแห่งศึกฟุตบอล บุนเดสลีก้า เยอรมัน ต้องบอกเลยว่าในยุคนั้น บาเยิร์น ก็ไม่ใช่ทีมกระจอกแล้วแถมยังมีแข้งชื่อดังมากมายที่อยู่ในตอนนั้นและความสำเร็จมากมายของ แฟร้งค์ ริเบรี่ ก็ตามมาอีกมากมายตั้งแต่ที่เขาย้ายไปร่วมงานกับ เสือใต้ ในลูกหนังเมืองเบียร์ นอกจากนั้น ริเบรี่ ยังได้รางวัล นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของฝรั่งเศส กลบประวัติ 4 ปีซ้อนของ เธียร์รี่ อองรี ที่เคยทำไว้ได้อีกด้วย

และนี่ก็เป็นเรื่องราวสั้นๆของตำนานนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงและเคยเป็นตัวแทนของสโมสรแห่งนี้มาแล้วจากจุดเล็กๆสู่ความยิ่งใหญ่ พวกเขาทำให้คนที่ชื่นชอบในวงการฟุตบอลได้เห็นแล้วว่าถึง “แม้ว่าความสำเร็จยังมาไม่ถึงแต่ไม่ใช่ว่าไม่มี และแม้ว่าวันนี้ยังไม่สำเร็จวันหน้าก็ยังรออยู่” มาร์กเซย ที่เคยตกชั้นด้วยกฎของการบริหารการเงินไม่ดีจนถึงกลับทำให้ทีมต้องล้มละลาย และสุดท้ายไม่คิดว่าความพยายามของสโมสรที่เป็นปลึกแผ่นกันมารวมไปถึงแฟนบอลที่คอยนับวันเวลารอให้ทีมรักของพวกเขากลับมาให้ได้จะเป็นแรงใจก็ดีหรือกำลังสนับสนุนก็ดี ทำให้ทุกวันนี้ เราแฟนบอลชาวไทยยังได้เห็นสโมสรแห่งนี้โล้ดแล่นอยู่บนเวทีลูกหนังยุโรปมาตลอดเรื่อยมา แม้ว่าการแข้งขันที่เข้มข้นขึ้นมากๆมีหลายๆสโมสรที่เริ่มจะพัฒนาทีมขึ้นมาจนเป็นคู่ปรับที่แข็งแกร่งทำให้เส้นทางสู่ความสำเร็จดูจะลำบากมากขึ้นกว่าเดิมและแม้ว่าชัยชนะคือคำตอบเดียวของการแข่งขันฟุตบอล แต่สิ่งสำคัญที่สุดของพวกเขาก็คือ กำลังใจจากแฟนบอล ต่อให้สโมสรไม่ประสบความสำเร็จเหมือนที่เคยๆ แต่แฟนบอลก็ยังไม่หนีหายไปไหนยังคงคอยสนับสนุนและให้กำลังใจทีมฟุตบอลแห่งนี้มาตลอดแถมยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย ปัจจุบันสโมสรยังคงเล่นอยู่ในลีกสูงสุดของประเทศฝรั่งเศสและมีคู่แข่งที่เป็นคู่ปรับกันมาตลอดเลยก็คือ โอลิมปิก ลียง คู่คับคู่แค้นเป็นทีมอริประจำสังเวียนที่คอยแย่งชิงความสำเร็จกันมาตลอด เจอกันเมื่อไหร่เป็นว่าใส่กันแบบไม่ยั้ง และนี่ก็เป็นความหลังเรื่องราวความเป็นมาของสโมสรที่มีชื่อว่า โอลิมปิก มาร์กเซย ( Updated : 15-4-2020 )

Top Goal Player