TDEDKICK.COM

โตริโน่

( Torino )


website : http://www.torinofc.it/
No. Name Type Join Out
25 อันโตนิโอ โรซาติ ผู้เล่น 2018-07-12 -
39 ซัลวาตอเร่ ซิริกู ผู้เล่น 2017-07-01 -
18 ซามีร์ อูจ์คานี่ ผู้เล่น 2019-09-02 -
15 คริสเตียน อันซัลดี้ ผู้เล่น 2019-07-01 -
88 โทมัส รินคอน ผู้เล่น 2018-07-01 -
- Marco Giampaolo โค้ช 2020-08-07 -
13 ริคาร์โด้ โรดริเกวซ ผู้เล่น 2020-09-01 -
33 นิโกล่าส์ เอ็นคูลู ผู้เล่น 2018-07-01 -
10 ยาโก้ ฟัลเก้ ผู้เล่น 2017-01-04 -
11 ซิโมเน่ ซาซ่า ผู้เล่น 2019-07-01 -
24 ซิโมเน่ แวร์ดี้ ผู้เล่น 2020-09-01 -
8 ดานิเอเล่ บาเซลลี่ ผู้เล่น 2015-07-10 -
23 ซัวลิโญ่ เมอิเต้ ผู้เล่น 2018-07-12 -
yes นิโกล่า มูร์รู ผู้เล่น - -
5 อาร์มันโด้ อิซโซ่ ผู้เล่น 2018-07-04 -
30 ค็อฟฟี่ ฌิดชี่ ผู้เล่น 2019-07-01 -
9 อันเดรีย เบล็อตติ ผู้เล่น 2015-08-18 -
77 คาโรล ลิเนตตี้ ผู้เล่น 2020-09-01 -
10 Amer Gojak ผู้เล่น 2020-10-05 2021-06-30
32 วานย่า มิลินโควิช-ซาวิช ผู้เล่น 2017-07-01 -
26 เฟเดริโก้ โบนาซโซลี่ ผู้เล่น 2020-10-05 2021-06-30
7 ซาซ่า ลูคิช ผู้เล่น 2016-07-30 -
27 เมอร์กิม วอจโวด้า ผู้เล่น 2020-09-01 -
- ลูคัส โบเย่ ผู้เล่น 2016-07-01 -
20 ซิโมเน่ เอเดร่า ผู้เล่น 2016-07-01 -
4 ไลอันโก้ ผู้เล่น 2017-07-01 -
- โอลา ไอน่า ผู้เล่น 2019-07-01 -
- วิตาลี่ ดามาชคาน ผู้เล่น 2018-01-18 -
6 จาโคโป เซเกร ผู้เล่น 2018-07-01 -
99 อเลสซานโดร บอนจอร์โน่ ผู้เล่น 2019-07-01 -
3 เบรเมอร์ ผู้เล่น 2018-07-10 -
22 วินเชนโซ่ มิลลิโก้ ผู้เล่น 2019-07-01 -
80 Michel Ndary Adopo ผู้เล่น 2020-01-01 -
45 เอริค เฟริกรา ผู้เล่น 2018-07-01 -
- Shady Oukhadda ผู้เล่น 2019-07-01 -
- อิบราฮิม คาราโมโกะ ผู้เล่น 2020-10-05 -
- Luca Gemello ผู้เล่น 2020-01-01 -
17 วิลฟรีด สเตฟาน ซิงโก้ ผู้เล่น 2019-07-01 -
- นิโคล่า เราติ ผู้เล่น 2020-01-01 -
- Christian Celesia ผู้เล่น 2020-01-01 -
- Mihael Onisa ผู้เล่น 2019-07-01 -
- Patrick Enrici ผู้เล่น 2020-01-01 -
Tournament Join Out
Club Friendlies 2019-12-31 2020-12-30
Serie A 2020-09-19 2021-05-23
Coppa Italia 2020-09-21 2021-05-19

ประวัติ : โตริโน่

หากจะนึกถึงทีมฟุตบอลทีมหนึ่งในศึกลูกหนัง กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เชื่อว่าน่าจะมีชื่อของ โตริโน่ หรือเจ้าของฉายา “กระทิงหิน” อยู่บ้างแม้ว่าในปัจจุบันจะสโมสรฟุตบอลแห่งนี้จะไม่สามารถสร้างผลงานให้มีชื่อเสียงโด่งดังและประสบความสำเร็จได้มากเท่าที่ควรจะเป็น แต่เคยรู้หรือไม่ ว่า โตริโน่ เคยเป็นทีมที่มีฝีเท้าติดอันดับท็อปๆของลีกมาเมื่อนานมาแล้วแถมยังเคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในประเทศมาแล้วถึง 7 ครั้งด้วยกันนอกจากนั้นในช่วงที่พวกเขาท็อปฟอร์มสุดๆเกิดขึ้นช่วงราวๆยุคทศวรรษที่ 40 พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองติดต่อกันถึง 5 ปีซ้อนจนได้ฉายานามในยุคนั้นว่า “Grande Torino” ทีมฟุตบอลแห่งนี้ถูกก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1906 ซึ่งถือว่านานพอสมควรซึ่งพวกเขามีถิ่นฐานอยู่ที่เมืองตูริน ซึ่งเป็นเมืองเดียวกับสโมสรคู่ปรับอย่าง ยูเวนตุส นั่นเอง โดยที่ทัพของเจ้า กระทิงหิน นั้นจะอยู่ระแวกแคว้น ปีเอมอนเต้ ในประเทศอิตาลี สนามดังเดิมที่พวกเขาใช้มาเมื่อในอดีตคือสนาม สตาดิโอ โอลิปิโก กรันเด โตริโน่ ก่อนที่จะมาเปลี่ยนชื่อสนามใหม่ว่า สตาดิโอ คอมมูนาเล่ โดยสามารถจุคนเข้าชมเกมได้อยู่ที่ 27,958 ที่นั่ง ตราสัญลักษณ์สโมสรเป็นพื้นสีนำตาลแดงตรงกลางจะมีรูปวัวกระทิงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองตูริน แต่เรื่องราวในอดีตของพวกเขาไม่ได้มีเพียงเท่านี้ยังมีอีกหลายๆความเป็นมาของพวกเขา ทั้งเรื่องเศร้า และเรื่องดี วันนี้จะพาท่านผู้อ่านย้อนกลับไปขุดคุ้ยประวัติของสโมสรฟุตบอลแห่งนี้

ย้อนรอยกลับไปในปี คศ. 1887 เริ่มมีประชากรชาวเมืองตูริน แคว้นปีเอมอนเต้ ในประเทศอิตาลี หันมาสนใจเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอลและคริกเก็ตจำนวนมากทำให้เกิดความคิดที่จะก่อตั้งสโมสรฟุตบอลและคริกเก็ตขึ้นมาโดยความคิดริเริ่มของกลุ่มคนประเทศอังกฤษและสวิสเซอร์แลน เป็นเหตุให้เมืองตูรินมีสโมสรฟุตบอลแห่งแรกในเมือง ในอีก 2 ปีต่อมามีสโมสรใหม่เปิดตัวขึ้นมาภายใต้ชื่อสโมสรว่า Nobili Torino หลังจากนั้นไม่นานผ่านมาจนถึงปี 1891 ทั้งสองสโมสรที่อยู่ในเมืองหลวงแคว้านปิเอมอนเต้ก็ตัดสินใจรวมกันเป็นหนึ่งภายใต้ชื่อคลับว่า Internazionale Torino และการเติบโตอย่างรวดเร็วของกลุ่มแฟนบอลในเมืองทำให้มีอีกหลายสโมสรที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาอีก โดยมีทั้งสโมสร Foot-Ball Club Torinese, Ginnastica Torino และ ยูเวนตุส ซึ่งหันมาเปิดสโมสรฟุตบอลอย่างเป็นทางการโดยในปี 1898 การแข่งขันในระดับชิงแชมป์แห่งชาติโดยการก่อตั้งของสามสโมสรใหญ่ๆอย่าง เจนัว ,Foot-Ball Club Torinese และ Ginnastica Torino ที่ร่วมมือกันจัดตั้งการแข่งขันนี้ขึ้นมา ภายหลังต่อมาอีก 2 ปี Foot-Ball Club Torinese ตัดสินใจร่วมมือ Internazionale Torino เพื่อยกระดับมาตราฐานของทีมให้มีฐานของแฟนบอลที่มากขึ้น ผ่านมาหลังจากวันนั้นได้ 3 ปี เกิดความขัดแย้งกันระหว่างสโมสรประจำเมืองทำให้กลุ่มคนส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยเกียวกับนโยบายของสโมสร ยูเวนตุส ที่เป็นทีมฟุตบอลหลักๆของเมืองตูริน ทำให้เกิดสโมสรฟุตบอล โตริโน่ ขึ้นมาในวันที่ 3 ธันวาคม 1906 เกมแรกของ เจ้ากระทิงหิน คือการดวลกับทาง โปรแวร์เชลลี่ โดยที่พวกเขาสามารถเอาชัยชนะมาได้ด้วยสกอร์ชัยไป 3-1

ในปีต่อมาหลังจากที่ก่อตั้งทีมฟุตบอล ศึกแรกของ ตูรินดาร์บี้แมตช์ก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อพวกเขาต้องดวลกับ ยูเวนตุส ทีมอริร่วมเมืองโดยเกมในวันนั้นเป็น โตริโน่ ที่สามารถเก็บ 3 แต้มเต็มๆไปได้และมาย้ำสกอร์ชัยอีกครั้งในการเจอกันครั้งต่ามาโดยสกอร์ 4-1 ส่งผลให้ โตริโน่ ผ่านเข้ารอบไปชิงชนะในระดับประเทศได้เป็นครั้งแรกแต่ก็เป็นได้แค่เพียงรองแชมป์เท่านั้น ในปี 1908 ถ้วยใบแรกระดับประเทศของพวกเขาคือการเอาชนะ โปร แวร์เชลลี่ ในรายการ Palla Dapples พร้อมกับเข้าร่วมในรายการระดับยุโรปได้อีกด้วยแต่ถ้วยนี้พวกเขาได้เป็นเพียงแค่รองแชมป์เนื่องจากต้องแพ้ให้กับ เซอร์เวต ไปในปี 1915 สโมสรเกือบจะสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศมาครองได้สำเร็จด้วยการรั้งอยู่ในอันดับที่ 2 ลีก รองจากเจนัวเพียงไม่กี่คะแนนแต่เกมการแข่งขันต้องถูกระงับไปเมื่อเข้าสู่ช่วงสภาวะสงครามโลกครั้งที่ 1ในช่วงหลังจากที่สิ้นยุคสงครามก็ปาเข้ามาในปี 1922 ในประเทศอิตาลีถูกแยกการแข่งขันในระดับลีกเป็น 2 รายการโดยที่ทางฝั่งของ โตริโน่ นั้นหันมาเล่นในรายการ ปรีมา ดิวิชั่น เป็นลีกที่หันมาเปิดตัวขึ้นเองหลังจากที่ไม่เห็นด้วยกับ FIGC สมาคมฟุตบอลของอิตาลีในเวลานั้นและการแตกตัวของลีกใหม่พวกเขาก็ยังไม่สามารถคว้าความสำเร็จครั้งแรกของสโมสรมาครองได้ทั้งๆที่วนเวียนเข้าใกล้คำว่าแชมป์มาตลอดหลายปี จนเข้าสู่ช่วงปี 1926 พวกเขาตกเป็นอันดับ 2 ของลีกระดับภูมิภาครองจาก โบโลญญ่า อยู่ในขณะนั้นจนปีต่อมา 2 สมาคมก็ตัดสินใจกลับรวมตัวกันเป็นลีกเดียว โตริโน่ ยังคงได้เข้าร่วมอยู่ลในลีกระดับสูงสุดของอิตาลีและในปี 1927 โตริโน่ ก็ผงาดฟาดแชมป์สคุตโต้ได้เป็นครั้งแรกโดยต้องยกผลงานให้กับสามผสานฉายา “Trio delle meraviglie หรือ สามประสานมหัศจรรย์” โดยมี จูลิโอ ลิบอนัตติ,อดอลโฟ่ บาลอนชิเอรี่ และ จิโน่ รอสเซ็ตติ ที่เป็นแกนหลักของทีมในเวลานั้น แต่แล้วหลังจากที่พวกเขาฉลองแชมป์กันไปได้ไม่นานในช่วงเดือน พฤศจิกายน ของปีเดียวกัน FIGC ก็ได้ลงใส่บทลงโทษให้กับ โตริโน่ เนื่องจากมีการตรวจพบว่าสโมสรมีการทุจริตล็อคผลบอลจึงต้องถูกยึดแชมป์คืนไปในปีนั้น

แต่พวกเขาก็ไม่อยากที่จะทำให้แฟนบอลต้องอับอายกับสิ่งที่พวกเขาทำเอาไว้จนทำให้ในปีตต่อมา เจ้ากระทิงหิน ก็สามารถขึ้นมาเป็นแชมป์สคุตโต้หรือแชมป์ลีกสูงสุดได้อย่างภาคภูมิใจ หลังจากนั้นในช่วงปี 1929 เริ่มเขาสู่ยุคเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหลังจากสมาคมฟุตบอลอิตาลีมีโปรเจคที่จะก่อตั้งลีกฟุตบอลหนึ่งเดียวในประเทศให้เป็นรูปแบบสากลมากขึ้นซึ่งก็คือศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา ที่รู้จักกันมาจนถึงทุกวันนี้ในปีนั้น โตริโน่ เกือบจะทิ้งทวนด้วยการคว้าแชมป์ลีกหนสุดท้ายก่อนจะย้ายมาเป็น เซเรีย อา แต่ก็ดันไปพลาดท่าให้กับ โบโลญญ่า ในนัดชิงทำให้พวกเขาไม่สามารถป้องกันแชมป์ของตัวเองได้สำเร็จ หลังจากนั้นปีต่อมาพวกเขาก็ก้าวขยับขึ้นมาลงเล่นในศึกกัลโช่ เซเรีย อา เป็นปีแรกโดยเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 1930 ในปีแรกยังคงโชว์ฟอร์มออกมาได้ดีจนจบอยู่ในอันดับที่ 4 ของตารางคะแนนผ่านมาหลายฤดูกาลในลีกใหญ่พวกเขายังคงมีชื่ออยู่ในตารางมาเรื่อยๆจนในฤดูกาล 1935 ทีมเกือบตกชั้นหลังจากที่ทำผลงานออกมาได้แสนจะห่วยแตกแต่ก็เอาตัวรอดด้วยการเพลย์ออฟมาได้พวกเขายังคงอยู่ใน เซเรีย อา ต่อไปในปีต่อมา ในปีถัดมาผลงานของพวกเขาก็เปลี่ยนจากหลังมือมาเป็นหน้ามือแทน โชว์ฟอร์มออกมาได้อย่างน่าประทับใจจนสามารถผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศบอลถ้วยประจำประเทศอย่าง โคปปา อิตาเลีย และสามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จนับเป็นเกรียติประวัติครั้งแรกกับการคว้าแชมป์รายการนี้มาครองพร้อมในปีเดียวกันพวกเขาก็ทำผลงานในลีกได้ดีเช่นเดียวกันโดยจบอยู่ในอันดับ 3 ของตารางบวกกับอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีเดียวกันคือพวกเขาต้องหันมาใช้ชื่อสโมสรใหม่ว่า Associazione Calcio Torino เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองการปกครองในยุคสมัยนั้น โดยอีก 2 ปีถัดมาคือช่วงฤดูกาล 1938 โตริโน่ ผ่านเข้าไปชิงแชมป์รายการ โคปปา อิตาเลีย ได้อีกครั้งแต่ผลสุดท้ายก็เสียแชมป์ให้กับคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง ยูเวนตุส ไปด้วยผลสกอร์รวมเหย้า-เยือน 5-2 และหลังจากนั้นผลงานของพวกเขายังคงก้าวหน้าและไขว่คว้าที่จะครองแชมป์ลีกสูงสุดมาครองให้จนได้จนในปี 1939 พวกเขาเกือบได้แชมป์มาครองแต่ในที่สุดก็โดนทางฝั่งของ โบโลญญ่า ปาดน่าเอาไปได้ทั้งที่มีแต้มต่างกันอยู่เพียง 4 คะแนน ในปี 1940 การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญการเข้ามาทำหน้าที่ของประธานคนใหม่อย่าง แฟร์รุชชิโอ โนโว่ ที่มีส่วนช่วยในการบริหารทีมทำให้สโมสรมีความร่ำรวยยิ่งขึ้นและสถานะทางการเงินก็คล่องตัวกว่าเดิม และเป็นปีที่ โตริโน่ ได้สร้างชื่อเสียงไว้มากโดยการนำทัพของเหล่าบรรดานักเตะคนสำคัญอย่าง อันโตนิโอ ยานนี่, จาชินโต้ เอลเลน่า และ มาริโอ สเปโรนี่ พร้อมกับถูกตั้งฉายาให้กับทีมในปีนั้นว่า “Grande Torino”และหลังจากนั้นคำว่าแชมป์ของพวกเขาก็ดูจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆโดยในช่วงที่ผ่านมา 2 ฤดูกาลพวกเขาเบียดเข้าลุ้นตำแหน่งแชมป์อยู่ทุกปี

จนมาถึงในฤดูกาล 1943 พวกเขาก็สร้างเสียงเฮให้กับแฟนบอลได้สำเร็จ เด็ดชัยในแมตช์สุดท้ายด้วยการเอาชนะ บารี่ ไป 1-0 ขึ้นแท่นเป็นจ่าฝูงของตารางพร้อมกับรับรางวัลเป็นแชมป์รายการ กัลโช่ เซเรีย อา ได้เป็นครั้งที่ 2 พร้อมกับคว้าดับเบิ้ลแชมป์ด้วยการเอาชนะในรายการ โคปปา อิตาเลีย เหนือทีม เวเนเซีย ไปได้ในนัดชิงชนะเลิศ 4-0 พอสิ้นสุดฤดูกาลนั้น เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดีทำให้ลีกฟุตบอลต้องปิดตัวลงและว่างเว้นไปจากการแข่งขันนานนับ 2 ปี จนกลับมาเตะกันอีกทีในปี 1946 โตริโน่ กลับมาพร้อมกับการป้องกันแชมป์ลีก ปีต่อมาฝีเท้าของนักเตะชุด Grande Torino ยังคงโชว์ฟอร์มได้โหดกระโดดขึ้นบัลลังค์จ่าฝูงในเกมสุดท้ายได้อีกครั้งส่งผลให้พวกเขาสามารถเอาแชมป์ลีกมาครองได้เป็นสมัยที่ 3 และยังเป็นการคว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกัน แต่ความฮ็อทของ เจ้ากระทิงหิน ยังไม่จบแต่เพียงเท่านั้นเมื่อพวกเขาผงาดคว้าแชมป์ลีกได้เป็นสมัยที่ 4 ในปี 1948 เป็น 4 ปีซ้อนตามกันมาติดๆโดยปีนี้พวกเขาเข้าเป็นที่หนึ่งนำทีมวางอันดับ 2 อย่าง เอซี มิลาน ไปไกลถึง 16 แต้มด้วยกัน ปีต่อมาเส้นทางในการลุ้นแชมป์สมัยที่ 5 ของ โตริโน่ ยังคงดำเนินต่อไปพวกเขาอาศัยเบียดตำแหน่งจ่าฝูงของตารางเคียงคู่กับ เจนัว มาเรื่อยๆตั้งแต่เริ่มต้นซีซั่นแต่หลังจากนั้นเกิดเหตุการณ์สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อในช่วงพักครึ่งซีซั่นแรกทีมก็ได้เดินทางไปแข่งขันกระชับมิตรกับสโมสรต่างๆโดยพวกเขาต้องเดินทางไปที่ประเทศโปรตุเกสเพื่อเตะอุ่นเครื่องกับ เบนฟิก้า แต่ใครจะรู้ว่าขากลับพวกเขาจะต้องพบเจอกับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อเครื่องบินที่ขนทัพนักเตะสตาฟโค้ชรวมไปถึงนักข่าวที่เดินทางไปด้วยรวมๆแล้ว 31 ราย กำลังจะบินกลับมายังประเทศอิตาลีแต่ดันเกิดพายุลูกใหญ่ทำให้วิสัยทัสน์ในการมองเห็นของกัปตันถูกจำกัดทำให้นักบินจำเป็นต้องนำเครื่องลงจอดแต่แล้วด้วยทัศนวิสัยที่มองไม่ชัดเจนทำให้เครื่องบินพุ่งชนเข้ากับด้านหลังของ วิหารซูแปร์ก้า อย่างจัง ! จนทำให้เครื่องบินระเบิดเกิดเสียงดังไปทั่วพื้นที่ต่อมาหลังจากนั้นได้มีการเข้าไปตวรจสอบความเสียหายปรากฎว่าไม่พบเจอผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้เลยทำให้แฟนบอลสโมสรโตริโน่และแฟนบอลทีมชาติอิตาลีต่างพากันเสียใจและร่วมกันไว้อาลัยให้กับเหตุการณ์ในครั้งนี้ เนื่องจากนักเตะชุดเฟืองฟูของ โตริโน่ ล้วนแล้วแต่เป็นตัวผู้เล่นสำคัญของทีมชาติอิตาลี โดยมีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีนักเตะของ โตริโน่ ติดทีมชาติไปรวมลงแข่งในสนามถึง 10 ตำแหน่งด้วยกันหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นทางสมาคมฟุตบอล อิตาลี หรือ FIGC จึงยกแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ให้กับ โตริโน่ เพื่อเป็นการให้เกรียติกับผู้เสียชีวิตกับเหตุการณ์ครั้งนี้พร้อมกับได้ปิดตำนานยุคของ Grande Torino ไปในปีนั้น

โตริโน่ สามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 5 ได้ติดต่อกันนับเป็นประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขาแต่ก็เต็มไปด้วยบรรยากาศที่น่าเศร้าไปและในปีนั้นพวกเขาก็ไม่ได้เฉลิมฉลองกับการเป็นแชมป์ ในปีต่อมาหลังจากการสูญเสียไปแล้ว โตริโน่ ยังคงประครองทีมด้วยการดึงนักเตะชุดเยาวชนเข้ามาปละสามารถเกาะกลุ่มหัวตารางคะแนนไว้ได้โดยพวกเขาจบในอันดับที่ 5 ของตารางแต่จนแล้วจนรอดพวกเขาก็ต้องพยายามดิ้นรนหนีตายมาตลอดหลังจากนั้นจนกระทั่งสิ้นฤดูกาล 1959 พวกเขาจบในอันดับบ๊วยของตาราง ทำให้ต้องตกชั้นลงสู่ดิวิชั่น 2 หรือ เซเรีย บี ในปีต่อมาพวกเขาใช้เวลาใน ดิวิชั่น 2 ได้เพียงแค่หนึ่งฤดูกาลก็สามารถพากันกลับมายัง เซเรีย อา ได้อย่างรวดเร็วโดยการคว้าแชมป์ เซเรีย บี มาครอง ในปี 1963 สถานการณ์ของพวกเขาเริ่มมีแนวโน้มจะย่ำแย่ลงเรื่อยๆโดยการทรงตัวอยู้ในพื้นที่ครึ่งล่างของตารางแต่ก็ยังรอดตกชั้นมาได้อย่างหวุดหวิดพร้อมกับสิ้นฤดูกาลก็ได้มีการแต่งตั้งให้ ออร์เฟโอ ปิโอเนลลี่ เข้ามาทำหน้าที่เป็นประธานสโมสรคนใหม่พร้อมกับการดึงตัวโค้ชคนใหม่อย่าง เนเรโอ ร็อคโค่ เข้ามาจัดตราทัพทำศึกในฤดูกาลต่อไป โดย เนเรโอ ก็ได้เซ็นสัญญาคว้าตัว จีจี้ เมโรนี่ เข้ามาช่วยยกระดับสโมสรด้วยในฤดูกาลต่อ โตริโน่ ยังคงได้ผ่านเข้าไปชิงฟุตบอล ถ้วยโคปปา อิตาเลีย เป็นปีที่สองติดต่อกันแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อพวกเขาต้องพ่ายแพ้ไปในนัดชิง ในช่วงฤดูกาล 1968 กำลังพลของทัพกระทิงหินต้องขาดผู้เล่นตัวหลักอย่าง จีจี้ เมโรนี้ ที่ประสบอุบัติเหตุโดนรถชนจนเสียชีวิตพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง ฟาบริซิโอ โปเล็ตติ แต่ในปีนั้นพวกเขาก็ยังสามารถเอาถ้วยรางวัลโคปปา อิตาลี มาปลอบใจแฟนบอลได้สำเร็จ ในปี 1971 เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 ปีของ โตริโน่ ที่ได้เข้าชิงในรายการฟุตบอลถ้วย อิตาเลี่ยน คัพ สำหรับผลงานในปีนี้พวกเขายังคงเป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่าโดยสามารถคว้าถ้วยแชมป์มาครองได้เป็นสมัยที่ 4 ในปี 1976 พวกเขามาประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในรายการ เซเรีย อา จากการเข้ามาคุมทีมของ ลุยจิ ราดิเช่ ที่สามารถทำให้ทีมจบอยู่ในอันดับที่ 1 ของตารางคว้าถ้วยแชมป์มาครองเป็นสมัยที่ 6 พร้อมกับเป็นการกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งในรอบ 27 ปีตั้งแต่เกิดเหตุโศกอนาตกรรม

ในปีต่อมาพวกเขาก็เกือบที่จะป้องกันแชมป์ได้แต่สุดท้ายต้องพลาดยกถ้วยให้กับอริร่วมเมืองอย่าง ยูเวนตุส ไปในที่สุดโดยที่พวกเขามีแต้มตามหลัง ยูเว่ อยู่เพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น ในปี 1980 โตริโน่ ผ่านทะลุไปถึงนัดชิงโคปปา อิตาเลีย อีกครั้งโดยครั้งนี้ต้องตัดเชือกกับทาง หมาป่าแห่งกรุงโรม ไปถึงการดวลจุดโทษผลปรากฎว่าพวกเขาเป้าไม่นิ่งพอเป็นฝ่ายแพ้ไปส่งผลให้ โรม่า คว้าแชมป์โคปปาไปครอง จนผ่านมาอีก 2 ปีพวกเขาก็ยังคงได้ผ่านเข้าไปชิงฟุตบอลคัพ ประจำอิตาลีได้อีกหนแต่ก็ต้องผิดหวังไปเพราะไปพลาดท่าแพ้ให้กับทัพงูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน จนกระทั่งการกลับมาของ ลุยจิ ราดิเซ่ กุนซือผู้กลับมาสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับทีมเมื่อ 4 ปีก่อนหน้านี้ ก็ได้กลับมาทำหน้าที่อีกครั้งแต่ก็ยังไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ลีกมาครองได้เป็นสมัยที่ 7 แต่ก็ยังช่วยให้ โตริโน่ โชว์ฟอร์มออกมาได้ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะโดยที่พวกเขาจบอยู่ในอันดับที่ 2 ของตารางในฤดูกาล 1985 ที่ ลุยจิ กลับเข้ามาเป็นกุนซือ อีก 3 ปีต่อมาพวกเขาก็สามารถผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศในบอลถ้วย โคปปา อิตาเลีย อีกครั้งในรอบ 10 ปี แต่ผลงานในนัดชิงยังทำออกมาได้ไม่ดีกลายเป็นทีมคู่ปรับอย่าง ซามพ์โดเรีย ที่เป็นฝ่ายได้แชมป์ไปครอง ต่อมาหลังสิ้นฤดูกาล 1989 ฟอร์มของพวกเขาจู่ๆก็ตกต่ำลงอย่างน่าตกใจทำให้อันดับหล่นลงไปอยู่ในพื้นที่ตกชั้นและหลังจากนั้นก็ไม่สามารถฟื้นคืนชีพจากการเพลย์ออฟได้ทำให้ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ใน เซเรีย บี แต่ผ่านไปแค่ปีเดียวใน ดิวิชั่น 2 พวกเขาก็กลับมายืนอยู่ในลีกสูงสุดได้อีกครั้งพร้อมกับการของแชมปป์รายการ เซเรีย บี เป็นปีที่สอง ในปี 1991 พวกเขายังคงยืนหยัดอยู่บนตารางสูงสุดของอิตาลีและมีรางวัลปลอบใจด้วยการคว้าถ้วยแชมป์เล็กอย่างรายการ มิโตรปา คัพ มาครองในปีต่อมาหลังจากที่ทีมคว้าตั๋วไปลุยฟุตบอลยุโรปจาการที่จบอันดับ 3 ในปีที่แล้วพวกเขาสามารถผ่านเข้าไปถึงนัดชิงชนะเลิศในรายการ ยูฟ่า คัพ และเกือบจะได้จับถ้วยแชมป์มาครองแต่เทพีแห่งโชคกับดลบันดาลแชมป์ในปีนั้นให้กับ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม ยอดทีมจาก ฮอลแลนด์ ที่สามารถคว้าแชมป์ไปด้วยกฎอเวโกล์ ในปีต่อมา โตริโน่ คว้าแชมป์โคปปาได้เป็นสมัยที่ 5 แต่ดูเหมือนว่าหลังจากที่พวกเขาได้ถ้วยแชมป์มาครองผลงานที่เคยทำได้ดีจู่ๆก็แผ่วไปจนกลายเป็นสถานการณ์ที่เริ่มจะตกต่ำลงเรื่อยๆ อีก 3 ปีต่อมาการเข้ามาของ จานมาร์โด คาลเลรี่ ที่ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสโมสรคนใหม่แทนที่ผลงานหรือการปรับจูนจะดีขึ้นกับทำให้ฟอร์มของพวกเขายิ่งตกต่ำลงเรื่อยจนนำไปสู่การตกชั้นหลังสิ้นฤดูกาล 1996 พวกเขาใช้เวลาในกัลโช่ เซเรีย บี อยู่นานถึง 3 ปีด้วยกันถึงจะสามารถเลื่อนชั้นมาบนลีก เซเรีย เอ ได้

แต่ขึ้นมาได้ไม่เท่าไหร่ เจ้ากระทิงหิน ก็ต้องตกชั้นลงไปหลังจบฤดูกาล ไม่รู้ว่าเกิดอะไรกับพวกเขาพอกลับไปเล่นใน เซเรีย บี ได้ปีเดียวพวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์ลีกมาครองพร้อมกับรับตั๋วเลื่อนชั้นแบบอัตโนมัติในทันที โดยการคว้าแชมป์ เซเรีย บี ในครั้งนี้่เป็นปีที่ 3 สำหรับพวกเขาแล้ว และก็ต้องมาทำให้แฟนบอลต้องผิดหวังอีกครั้งในฤดูกาล 2003 ที่พวกเขาไม่สามารถประครองฟอร์มเก่งเอาไว้ได้ทำให้ผลสุดท้ายกลายเป็นทีมท้ายตารางจนต้องตกชั้นลงไปในที่สุด ในปี 2005 สโมสรสามารถกลับมาเล่นในเซเรีย อา ได้สำเร็จจากการจบในอันดับ ที่ 2 ของ เซเรีย บี แต่โชคร้ายที่พวกเขาต้องเจอกับปัญหาหนีสิ้นการเงินที่รุมเร้าไม่สามารถแก้ไขได้จนทำให้ทางสโมสรตัดสินใจที่จะปฏิเสธในการเข้าร่วมการแข่งขันใน เซเรีย เอ แถมยังถูกฟ้องจนกลายเป็นสโมสรล้มละลายในเวลาต่อมา แต่แล้วทางสมาคมฟุตบอลอิตาลีได้รับการยื่นขอฟื้นสภาพทีมขึ้นมาใหม่จากกลุ่มนักธุรกิจที่เข้ามาอุ้มสโมสร โตริโน่ เอาไว้ทำให้ทีมยังคงสภาพเป็นทีมฟุตบอลต่อไปโดยที่เริ่มไต่เต้าจาก เซเรีย บี ขึ้นมาเหมือนเคย พร้อมกับการก้าวขึ้นมาทำหน้าที่ของประธานคนใหม่อย่าง อูร์บาโน่ ไคโร พร้อมกับพาสโมสรเปลี่ยนชื่อใหม่โดยหันไปใช้ Torino Football Club หลังจากนั้นผ่านมาอีก 1 ฤดูกาลผลงานของ โตริโน่ ค่อนข้างที่จะโอเคใน เซเรีย บี จนสามารถจบในอันดับที่ 3 ตามต่อด้วยการเพลย์ออฟจนสามารถเลื่อนชั้นกลับสู่ เซเรีย อา ได้สำเร็จ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขายังคงไม่สามารถต้านทานการแข่งขันที่ค่อนข้างเข็มข้นในลีกสูงสุดได้ โดยที่ต้องใช้ความพยายามที่จะต้องหนีตายจากโซนตกชั้นอยู่ 3 ปีจนสุดท้ายก็ไม่รอดพวกเขาจอดดับกลับมาเล่ยใน ดิวิชั่น 2 อีกครั้งในฤดูกาล 2010 เวลาก็ดำเนินมาเรื่อยๆจนในปี 2012 สโมสรก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งพวกเขาได้แต่งตั้ง จาน ปิเอโร่ เวนตูร่า ให้มารับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ โดยเริ่มพาทีมลงดวลศึก เซเรีย บี ในซีซั่น 2011-12 จนสามารถช่วยทีมให้หลุดพ้นจาก ดิวิชั่น 2 ได้สำเร็จพร้อมกับก้าวขยับกลับขึ้นมาอยู่ในลีกสูงสุดในปีถัดไป

หลังจากการลงเล่นใน เซเรีย อา ไปช่วงแรกๆพวกเขาก็เกือบจะประคองตัวเองไม่รอดเหมือนกันแต่ก็ยังสามารถรั้งให้อยู่ในพิ้นที่ปลอดภัยได้ในปีแรกที่ก้าวขึ้นมา หลังจากนั้นฤดูกาล 2014 ผลงานของ โตริโน่ กลับมาทำได้ดีอีกครั้งพร้อมกับการรั้งอันดับ 7 ของ เซเรีย อา รับตั๋วไปเล่นบอลถ้วยยุโรป บวกกับผลงานของ ชิโร่ อิมโมบิเล่ นักเตะแข้งใหม่ขวัญใจแฟนบอลที่พึ่งย้ายมาจาก เจนัว ก็ซัดประตูรัวๆให้กับทีมจนสามารถคว้างรองเท้าทองคำประจำกัลโช่ เซเรีย อามาครองได้ในปี 2013-14 แต่หน้าเสียดายเมื่ออนาคตของทีมอย่าง อิมโมบิเล่ ต้องถูกปล่อยตัวไปหลังจบฤดูกาลแต่ผลงานในปีต่อมาของ โตริโน่ ก็ยังถือว่าอยู่ในโซนปลอดภัยโดยเกาะอยู่อันดับกลางๆตารางไว้ได้สำเร็จ หลังจากนั้นผลงานของ กระทิงหิน ยังคงขึ้นๆลงวนเวียนอยู่แถวๆกลางตารางและไม่สามารถสร้างความสำเร็จใดใดได้เลยในปี 2018 มีการขยับเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยคือการเป็น ผจก.คนใหม่มาเป็น วอลเตอร์ มาซซาร์รี่ แต่ผลงานของทีมก็ไม่ได้ดีขึ้นมากมายพวกเขาจบในอันดับที่ 9 ในปีนั้นดีกว่าปีที่ มิไอโลวิช คุมอยู่ 3 ขั้น และนี้ก็เป็นเรื่องราวของ เจ้ากระทิงหิน แห่ง กัลโช่ ทีมฟุตบอลที่มีทั้งเรื่องน่าชื่นชมและน่าผิดหวังรวมไปถึง โศกอนาตกรรมที่แฟนบอลอิตาลีไม่มีวันลืมเลือน ( Updated : 30-4-2020 )

Top Goal Player