TDEDKICK.COM

อาร์เซน่อล

( Arsenal )


website : http://www.arsenal.com
No. Name Type Join Out
10 เมซุต โอซิล ผู้เล่น 2013-09-02 -
5 โซคราติส ผู้เล่น 2018-07-02 -
23 ดาวิด ลุยซ์ ผู้เล่น 2019-08-08 -
12 วิลเลี่ยน ผู้เล่น 2020-08-14 -
14 ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง ผู้เล่น 2018-01-31 -
17 เซดริก โซอาเรส ผู้เล่น 2020-07-01 -
9 อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ ผู้เล่น 2017-07-05 -
20 ชโคดราน มุสตาฟี่ ผู้เล่น 2016-08-26 -
34 กรานิต ชาก้า ผู้เล่น 2016-07-01 -
1 แบรนด์ เลโน่ ผู้เล่น 2018-07-01 -
22 ปาโบล มารี ผู้เล่น 2020-07-01 -
31 เซอัด โคลาซินัช ผู้เล่น 2017-07-01 -
33 แม็ตต์ มาเคย์ ผู้เล่น 2015-07-01 -
13 รูนาร์ อเล็กซ์ รูนาร์สสัน ผู้เล่น 2020-09-21 -
25 โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ผู้เล่น 2016-01-13 -
21 คาลั่ม แชมเบอร์ส ผู้เล่น 2014-07-28 -
2 เอ็คตอร์ เบลเยริน ผู้เล่น 2014-07-01 -
18 โธมัส พาร์เตย์ ผู้เล่น 2020-10-05 -
yes ดานี่ เซบายอส ผู้เล่น 2019-07-25 2021-06-30
19 นิโคลัส เปเป้ ผู้เล่น 2019-08-01 -
3 คีแรน เทียร์นี่ย์ ผู้เล่น 2019-08-08 -
- ลูคัส ตอร์เรร่า ผู้เล่น 2018-07-10 -
15 เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนลส์ ผู้เล่น 2017-07-01 -
16 ร็อบ โฮลดิ้ง ผู้เล่น 2016-07-22 -
- คอนสแตนตินอส มาฟโรปานอส ผู้เล่น 2018-01-04 -
24 รีสส์ เนลสัน ผู้เล่น 2019-07-01 -
6 กาเบรียล ผู้เล่น 2020-09-01 -
- มัตเตโอ เกนดูซี่ ผู้เล่น 2018-07-11 -
30 เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ผู้เล่น 2019-07-01 -
28 โจ วิลล็อค ผู้เล่น 2019-07-01 -
32 เอมิล สมิธ โรว์ ผู้เล่น 2019-07-01 -
4 วิลเลี่ยม ซาลิบา ผู้เล่น 2019-07-25 -
- เจมส์ โอลายินก้า ผู้เล่น 2020-07-01 -
- ทรีซ จอห์น-จูลส์ ผู้เล่น 2020-07-01 -
7 บูกาโย่ ซาก้า ผู้เล่น 2019-07-01 -
- มิเกล อาร์เตต้า โค้ช 2019-12-20 -
- Matthew Smith ผู้เล่น 2019-07-01 -
35 กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ผู้เล่น 2019-07-02 -
Tournament Join Out
Champions Cup 2019-07-15 2019-08-10
Club Friendlies 2019-12-31 2020-12-30
Premier League 2020-09-12 2021-05-23
Community Shield 2020-08-28 2020-08-29
EFL Cup 2020-08-28 2021-03-01
Europa League Grp. B 2020-10-21 2020-12-10

ประวัติ : อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อล (Arsenal) ชื่อเต็ม (Arsenal Football Club) ก่อตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1886 โดยกลุ่มพนักงานจากโรงงานอุตสาหกรรมผลิตอาวุธ ในเมืองวูลวิช ในช่วงแรกได้ใช้ชื่อว่า ไดอัล สแควร์ (Dial Square) และลงทำการแข่งขันอย่างเป็นทางการในแมตช์แรกที่พบกับ อีสเทิร์น วันเดอเรอร์ ซึ่งแมตช์นั้น ไดอัล สแควร์ ถล่มประตูแบบกระจุยกระจาย และเป็นชัยชนะครั้งแรก ในวันที่ 11ธันวาคม ค.ศ. 1886 หลังจากนั้นไม่นานก็ทำการเปลี่ยนชื่อมาเป็น รอยัล อาร์เซน่อล (Royal Arsenal) และทำการลงแข่งขันในรายการท้องถิ่นจนถึงปี ค.ศ. 1891 แล้วก็ได้ทำการปรับจากทีมสมัครเล่นมาเป็นทีมฟุตบอลอาชีพ โดยใช้ชื่อว่า วูลวิช อาร์เซน่อล (Woolwich Arsenal) เป็นต้นมา ในช่วงปี ค.ศ. 1913 วูลวิช อาร์เซน่อล ได้โยกย้ายไปเล่นที่ ไฮบิวรี่ (Highbury) และก็เกิดสงครามโลกขึ้น หลังจากเหตุการณ์สงบลง ก็ได้กลับมาแข่งขันฟุตบอลเหมือนเดิม และได้แต่งตั้งเป็นดิวิชั่น 1 ขึ้นมา แล้ว วูลวิช อาร์เซน่อล ก็คือหนึ่งในสโมสรที่ถูกคัดเลือกให้เข้าร่วมแข่งขันลีกสูงสุดของประเทศในเวลานั้น ปีต่อมา วูลวิช อาร์เซน่อล ได้ตัดคำว่า "วูลิช" ออกจากชื่อสโมสรให้เหลือเพียงคำว่า อาร์เซน่อล หรือเรียกกันในนามฉายาภาษาไทยว่า “ปืนใหญ่” ในช่วงปี ค.ศ. 1930 เป็นต้นมา อาร์เซน่อล ก็สามารถคว้าแชมป์ลีกได้ 5 สมัย

โดยสมัยแรกเป็นการคุมทีมของ เฮอร์เบิร์ต แชปแมน (Herbert Chapman) ในปี ค.ศ. 1931 และช่วงปี ค.ศ. 1932 ถึง ปี ค.ศ. 1935 อาร์เซน่อลก็ทำแฮตทริกในการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอีก แล้วช่วงปี ค.ศ. 1980 ถือว่าเป็นช่วงที่อาร์เซน่อลประสบความสำเร็จมากที่สุดอีกหนึ่งทศวรรษ เพราะว่าเข้าชิงแชมป์เอฟเอคัพ 3 ครั้ง ก่อนที่จะเป็นแชมป์ 2 สมัย แล้วในช่วงเวลานั้นมียอดนักเตะดังมากมาย ทั้ง อเล็กซ์ เจมส์ (Alex James), เท็ด เดร็ค (Ted Drake), คลิฟฟ์ บาสติน (Cliff Bastin), เดวิด แจ๊ค (David Jack), เอ็ดดี้ แฮ็ปกู้ด (Eddie Hapgood) และ จอร์จ เมล (Josh mel) และในช่วงทศวรรษนี้ก็ต้องสูญเสีย เฮอร์เบิร์ต แชปแมน ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับคืนมา จนกระทั่งเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 สมาคมฟุตบอลอังกฤษก็ได้ทำการประกาศยุติการแข่งขัน หลังจากกลับมาสู่สภาวะปกติ ในช่วงปี ค.ศ. 1947 ทอม วิทเทคเกอร์ เข้ามาคุมทีม และเป็นอีกหนึ่งกุนซือที่ทำให้ อาร์เซน่อล กลับมาประสบความสำเร็จ ช่วงปี ค.ศ. 1947-1948 สามารถคว้าแชมป์ลีกมาครองได้ ต่อมาในช่วงปี ค.ศ. 1950 ก็คว้าแชมป์เอฟเอคัพได้อีก หลังจากนั้นไม่นาน อาร์เซน่อล ก็คว้าแชมป์ลีกอีกรอบ และในปีเดียวกันนั้นก็จบรองแชมป์ในรายการเอฟเอคัพด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งยุคที่โดดเด่น จนย่างเข้าสู่ทศวรรษ 60 อาร์เซน่อล ก็เหมือนจะเข้าสู่ยุคมึดมน เพราะสโมสรไม่สามารถคว้าแชมป์ในรายการใดๆ ได้เลย อีกทั้งยังต้องเปลี่ยนผู้จัดการใหม่อีก แต่แล้ว เบอร์ตี้ มี ก็พา อาร์เซน่อล ประสบความสำเร็จจนได้ด้วยการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ในรายการดิวิชั่น 1 และเอฟเอคัพ ในปี ค.ศ. 1970-1971

ในช่วงต้นทศวรรษ 70 ก็ได้แต่งตั้ง เทอร์นี่ นีลล์ เข้ามาคุมทีมต่อ แล้วก็พาสโมสรเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ 3 ปีติด นอกจากนั้นยังคว้าแชมป์มาได้ด้วย ต่อมาในปี ค.ศ. 1979 อาร์เซน่อล ได้ผ่านเข้าสู่ชิงชนะเลิศในรายการยูฟ่าคัพวินเนอร์คัพ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ทำให้สโมสรทำการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมคนใหม่อรกครั้ง โดยครั้งนี้เป็น จอร์จ เกรแฮม อดีตดาวดังของทีม แล้วในช่วงปี ค.ศ. 1986-1987 ก็สามารถพาสโมสรคว้าแชมป์ลีกคัพได้ นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์ลีก ในปี ค.ศ. 1988-1989 และปี ค.ศ. 1990-1991 ได้ด้วยและเป็นการคว้าแชมป์แบบดับเบิ้ลแชมป์ แล้วอาร์เซน่อลก็ได้แชมป์ยูฟ่าคัพวินเนอร์คัพ (Cup Winner Cup) ในปี ค.ศ. 1994 ด้วย โดยหลังจากหมดยุคของ จอร์จ เกรแฮม ก็ได้แต่งตั้ง บรู๊ช ริอ็อค เข้ามารับตำแหน่งแทน ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาสโมสรเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมหลายครั้ง และครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นครั้งประวัติศาสตร์ กับการก้าวเข้ามาคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ (Arsene Wenger) ในปี ค.ศ. 1997-1998 แล้วปีแรก อาร์แซน เวนเกอร์ ก็ไม่ทำให้นักเตะและแฟนคลับผิดหวัง เพราะสโมสรสามารถคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ ด้วยการคว้าแชมป์ลีกกับแชมป์เอฟเอคัพ นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสรที่สามารถทำ ดับเบิ้ลแชมป์ (Double Champ) ได้ อีกทั้ง อาร์แซน เวนเกอร์ ยังเป็นผู้จัดการทีมต่างชาติคนแรกที่พาสโมสรสู่ความสำเร็จ พร้อมรับตำแหน่งผู้จัดการยอดเยี่ยมในปีนั้นไปครอง และแน่นอนว่าหลังจากนั้น เวนเกอร์ ก็พาสโมสรประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาน และเป็นที่สนใจของนักเตะต่างชาติที่จะเข้ามาร่วมทีมด้วย ไม่ว่าเป็น เอ็มมานูเอล เปอตีต์ (Emmanuel Petit) และ ปาทริก วิเอร่า (Patrick Vieira) ทั้ง 2 รายนี้มีดีกรีเป็นนักเตะฝรั่งเศสชุดแชมป์โลกด้วย แต่สโมสรก็ต้องเสียนักเตะคนสำคัญไปอย่าง เอียน ไรท์ (Ian Wright) ที่ทำประตูสูงสุดของอาร์เซน่อลไป 185 ประตู ต่อมาในปี ค.ศ. 1998 สโมสรก็ประสบความสำเร็จอีกครั้งด้วยการคว้าแชมป์แชริตี้ชิล

ส่วนรายการใหญ่ที่สุดของประเทศอย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็ยังคงทำได้แค่รองแชมป์ และในช่วงปี ค.ศ. 1999-2000 ก็เหมือนจะก้าวตามรอยเดิม เพราะได้แชมป์แชริตี้ชิล และเป็นรองแชมป์ อังกฤษพรีเมียร์ลีก ช่วงในปี ค.ศ. 2000-2001 ก็ชวดแชมป์เอฟเอคัพอีก แล้วในปีเดียวกันนี้ก็ช้ำชอกด้วยการจบที่รอบก่อนรองชนะเลิศในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ยุคที่ อาร์แซน เวนเกอร์ คุมทีม ก็ถือว่าเป็นช่วงระยะเวลายาวนานเหมือนกัน และเป็นหนึ่งในตำแหน่งผู้จัดการทีมที่นำความภูมิใจและเกียรติยศมาให้กับสโมสร และช่วง 4 ปีหลัง อาร์แซน เวนเกอร์ ก็พาสโมสรคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้อีกครั้ง พร้อมกับเป็นแชมป์ลีกสมัยที่ 12 ด้วย แล้วก็คว้ารางวัลผู้จัดการยอดเยี่ยมแห่งปีมาครอง รวมถึงนักเตะคนสำคัญของสโมสร อย่าง โรแบร์ ปิแรส (Robert Pires) ที่สามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมได้เช่นกัน ในต่อมาอาร์เซน่อลพลาดท่าเสียแชมป์ลีก แต่ยังดีที่คว้าแชมป์เอฟเอคัพมาครองแทน นอกจากนี้ยังมีนักเตะคนสำคัญระดับตำนานที่แจ้งเกิดในยุคของ อาร์แซน เวนเกอร์ อาทิ เช่น เธียร์รี่ อองรี่ (Thierry Henry) ที่เคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม จากของ พีเอฟเอ (PFA) และสำนักผู้สื่อข่าว แล้วก็ทำสถิติอันยอดเยี่ยม ด้วยการทำ 100 ประตู ในฤดูกาล 2003 ถึง 2004 และในปีนั้น อาร์เซน่อล ก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้อีก 1 สมัย และก็เป็นแชมป์แบบไร้พ้ายด้วย โดยไม่แพ้ทีมไหน 48 เกม ประกอบไปด้วย ชนะ 26 เกม เสมอ 23 เกม และก็ทำได้การทำลายสถิติหลายรายการ โดยภาพรวมของการคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ นับว่าเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับสโมสรในสมัยใหม่ และก็ได้ทำการอำลาสโมสรในเวลาต่อมา แต่ประวัติสโมสรอาร์เซน่อลก็ได้ทำการจารึกเรื่องราวที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ได้สร้างไว้ แล้วสโมสรก็ได้ทำการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมมาเป็น อูไน เอเมรี่ ก่อนที่จะปลดและแต่งตั้ง มิเกล อาร์เตต้า (Mikel Arteta) เข้ามาคุมทีมแทนจนถึงปัจจุบัน

ความสำเร็จของสโมสรไม่น้อยหน้าไปกว่าทีมระดับท็อปซิกเลย เกียรติประวัติแชมป์ทั้งหมดของ อาร์เซน่อล หรือ “ปืนใหญ่” : ระดับทวีปยุโรป รองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก (1 ครั้ง), รองแชมป์ ยูฟ่า ยูโรป้าลีก (1 ครั้ง), แชมป์ยูฟ่าคัพวินเนอร์สคัพ (1 สมัย) , รองแชมป์ซุปเปอร์คัพ (1 ครั้ง) : ระดับประเทศ แชมป์ดิวิชั่น 1 หรือ แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (13 สมัย), แชมป์เอฟเอฟคัพ (13 สมัย), แชมป์อีเอฟแอลคัพ หรือ แชมป์คาราบาวคัพ (2 สมัย), แชมป์แชริตี้ชิลด์ หรือ แชมป์เอฟเอคอมมิวนิตี้ชิลด์ (15 สมัย) ( Updated : 8-4-2020 )

Top Goal Player