TDEDKICK.COM

บอร์กโดซ์

( Bordeaux )


website : http://www.girondins.com
No. Name Type Join Out
1 เบอนัวต์ กอสติล ผู้เล่น 2017-05-25 -
7 จิมมี่ บริยองด์ ผู้เล่น 2018-08-10 -
44 ปอล เบส ผู้เล่น 2018-01-10 -
6 โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ผู้เล่น 2019-08-06 -
23 ลอริส เบนิโต้ ผู้เล่น 2019-07-02 -
12 นิโกล่าส์ เดอ เพรวิลล์ ผู้เล่น 2017-08-31 -
4 เมเซอร์ ผู้เล่น 2019-07-01 -
3 ปาโบล ผู้เล่น 2015-08-31 -
8 รูเบน ปราโด ผู้เล่น 2020-01-31 -
29 มักซิม เปิงด์เช่ ผู้เล่น - -
- เปาโล ซูซ่า โค้ช 2019-03-08 -
18 ฮวาง อุย-โจ ผู้เล่น 2019-07-14 -
20 ยุสซุฟ ซาบาลี ผู้เล่น 2017-07-01 -
5 โอตาวิโอ ผู้เล่น 2017-08-08 -
- อเลซ็องดร์ เมนดี้ ผู้เล่น 2017-07-01 -
11 ฟร็องซัวส์ กามาโน่ ผู้เล่น 2016-07-29 -
14 วูคาซิน โยวาโนวิช ผู้เล่น - -
26 โทมา บาซิช ผู้เล่น 2018-08-08 -
25 เอน็อก กวาเต็ง ผู้เล่น 2019-07-01 -
10 ซามูเอล คาคู ผู้เล่น 2018-08-06 -
16 กาเอต็อง ปุสแซ็ง ผู้เล่น - -
- โอแวร์ ม็องด็องด้า ผู้เล่น - -
28 เรมี่ อูแด็ง ผู้เล่น 2020-01-10 -
9 จอช มายา ผู้เล่น 2019-01-25 -
34 เดวิด คาร์โดโซ ผู้เล่น 2019-01-31 -
19 ยาซีน อัดลี่ ผู้เล่น 2019-01-31 -
- อารง บูเปนด์ซา ผู้เล่น 2019-07-06 -
33 Thomas Carrique ผู้เล่น - -
- ราอูล เบลลาโนว่า ผู้เล่น 2019-01-30 -
27 Ibrahim Diarra ผู้เล่น - -
24 อัลแบร์ ลอตแต็ง ผู้เล่น - -
- อเล็กซองด์ โลเร่ย์ ผู้เล่น - -
32 Dilane Bakwa ผู้เล่น - -
31 อมาโด ทราออเร ผู้เล่น - -
33 Mehdi Zerkane ผู้เล่น - -
Tournament Join Out
League Cup 2019-08-12 2020-07-31
Coupe de France 2019-10-23 2020-07-24
Club Friendlies 2019-12-31 2020-12-30
Ligue 1 2020-08-21 2021-05-23

ประวัติ : บอร์กโดซ์

ทีมฟุตบอลที่เคยโด่งดังมากที่สุดในประเทศฝรั่งเศส หลายๆคนคงสงสัยว่าทำไมจู่ๆสโมสรฟุตบอลที่มีชื่อเสียงถึงกลับห่างหายไปในสาระบบของทีมฟุตบอลที่แข็งแกร่งที่สุดใน ลีกเอิง ฝรั่งเศส มาไขคำตอบกันให้ได้รู้ว่าในอดีตที่ผ่านมาของสโมสรแห่งนี้มีความเคลื่อนไหวเป็นมายังไงบ้าง ย้อนกลับไปตั้งแต่เริ่มมีการก่อตั้งสโมสรในปี คศ.1881 วันที่ 1 ตุลาคม เป็นวันที่กำเนิดคลับกีฬาที่มีชื่อว่า บอร์กโดซ์ เดิมทีในยุคนั้นสมัยนั้นการมาของกีฬาลูกหนังที่นิยมกันมาที่สุดในปัจจุบัน อย่าง ฟุตบอล ยังไม่ได้เป็นที่นิยมหรือรู้จักกันมากมายส่วนใหญ่กีฬาที่เป็นตัวชูโรงของสโมสรแห่งนี้ก็จะเป็น กรีฑา และ ยิงปืน แต่ก่อนที่จะมาเป็นชื่อที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน ก่อนหน้านั้นพวกเขาใช้ชื่อสโมสรว่า “Girondins” โดยการรวมกลุ่มของนักฏิรูปประเทศฝรั่งเศส ประธานสโมสรคนแรกคือ อันเดร ชาโวอิส และหลังจากการก่อตั้งผ่านมาได้ไม่นานคลับแห่งนี้ก็เริ่มที่จะเพิ่มจำนวนกีฬาเข้าไปเพื่อให้สมาชิกในคลับได้ร่วมกิจกรรมกันได้อย่างทั่วถึงโดยมีทั้ง กีฬาว่ายน้ำ พายเรือ ขี่ม้า เป็นต้น

จนเข้าสู่ช่วงปี 1910 ฟุตบอลเริ่มมีบทบาทกับประชากรฝรั่งเศสมากขึ้นจนกลายมาเป็นกีฬายอดนิยมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทำให้สโมสรเริ่มหันมาตั้งหน้าตั้งตาทุ่มเทเพื่อจะพัฒนากีฬาฟุตบอลขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของบรรดากีฬาทุกอย่างที่มีอยู่ในคลับ พวกเขาลองผิดลองถูกอยู่กับวงการลูกหนังที่เรียกว่าฟุตบอลอยู่ถึงปี 1920 จนตัดสินใจส่งทีมฟุตบอลที่พวกเขาก่อสร้างปั้นตัวมาลงร่วมในการแข่งขัน ชัยชนะครั้งแรกในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ สโมสรสามารถเอาชนะคู่แข่งอย่าง เบอร์ดิกาเลี่ยนเน่ ไปได้แบบถล่มทลายด้วยสกอร์ชัยไปถึง 12-0 ในวันที่ 2 กรกฎาคม 1936 ต่อมาพวกเขาก็ได้ยอมรับให้เป็นทีมฟุตบอลในระดับอาชีพสามารถเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์เกมลีกของประเทศได้ตั้งแต่นั้นมาเรื่อยๆ แต่อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้พวกเขาได้รับคัดเลือกในการลงเล่นเกมลีกก็มาจากการที่พวกเขาตัดสินใจเข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับสโมสรของชาว บอร์เดเลส ที่มีชื่อว่า Girondins Guyenne Sport ซึ่งก็รวมตัวกันมาจนถึงยุคปัจจุบัน โดยจุดเริ่มต้นบนเส้นทางระดับอาชีพนั้นเกิดขึ้นในปี 1937 พวกเขาเปิดตัวในศึกฟุตบอล ดิวิชั่น 2 จากการนำทัพกุนซือชาวสเปนอย่าง เบนิโต้ ดิแอซ การเข้ามาทำหน้าที่ของ ดิแอซ ในปีแรกและเป็นกุนซือคนแรกของสโมสรนั้นเขาสร้างจุดเปลี่ยนด้วยการเซ็นสัญญานักเตะจากสโมสรอื่นๆและจากต่างประเทศเข้าทีมยกตัวอย่าง ซานติเอโก อูร์ติชเบเรีย หรือ จาอิเม แมนคิซิเดอร์ และยังมีกองหน้าในอดีตที่มีชื่อเสียงโด่งดังในอดีตอย่าง อองรี อาร์นัวเดา รวมไปถึง อันเดร เจราร์ด นัดแรกในฤดูกาล 1937 กับศึกฟุตบอลเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะทีมฟุตบอลระดับอาชีพ

นัดแรกของพวกเขาลงเตะในวันที่ 23 พฤษภาคม โดยผลที่ออกมาคือชัยชนะเหนือ เอฟซี สโญเนเซียร์ ณ สนาม สต๊าด เดอ โคลอมเบส์ ไปได้ 2-1 ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะครั้งแรกของการแข่งขันระดับอาชีพของ บอร์กโดซ์ ต่อมาในเกมลีก ดิวิชั่น เปิดตัวในวันที่ 22 สิงหาคม พวกเขาประเดิมความพ่ายแพ้ในระดับเกมลีกโดยแพ้ให้กับทาง ตูลูส ไป 2-3 ซึ่งขยายความนิดหนึ่งเกี่ยวกับ ตูลูส สโมสรฟุตบอลที่ก่อตั้งปลักหลักฐานอยู่ในเมือง บอร์กโดซ์ เหมือนกันทั้งสองทีมเป็นทีมคู่แค้นที่แย่งกันสร้างผลงานมาตลอด หรือเรียกง่ายว่าเป็นคู่อริกันในวงการฟุตบอล ในฤดูกาลแรกของการแข่งขัน บอร์กโดซ์ สามารถจบอันดับที่ 6 ของตารางได้ หลังจากสิ้นฤดูกาล 1937-1938 สโมสรได้ย้ายสนามเหย้าเดิมเปลี่ยนไปใช้สนาม Stade Chaban-Delmas ที่เป็นรังเหย้ามาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งสนามแห่งนี้ในปีที่ บอร์กโดซ์ ย้ายมาถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสนามในการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 1938 ต่อมาในปี 1940 บอร์กโดซ์ เข้าร่วมกับสโมสรท้องถิ่นเพื่อขยายความยิ่งใหญ่โดยทีมที่พวกเขาเข้าร่วมด้วยมีชื่อว่า เอเอส พอร์ต ต่อหมาหลังจากที่รวมเสร็จสับพวกเขาก็เปลี่ยนมาใช้ชื่อสโมสรว่า บอร์กโดซ์ เอเอส ในปี 1941 ในปีเดียวกัน บอร์กโดซ์ สามารถเข้าชิงชนะเลิศในรายการบอลถ้วยเก่าแก่สุดของฝรั่งเศสอย่าง กุป เดอ ฟร็องส์ พร้อมกับโกยชัยชนะเหนือ เอสซี ไฟว์ ไปได้ 2-0 สร้างประวัติศาสตร์แชมป์ถ้วยระดับประเทศใบแรกให้กับสโมสร แต่ ณ ตอนนั้นประเทศฝรั่งเศสก็กำลังอยู่ในช่วงยุคของสงครามโลกการแย่งชิงอำนาจที่รู้กันดีเมื่อการไล่ล่าอนานิคมสิ้นสุดลง บอร์กโดซ์ ได้กลับมาลงแข่งขั้นในเกมลีกอีกครั้งและสามารถเลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ได้เป็นครั้งแรกในปี 1948 โดยพวกเขาได้ตั๋วเลื่อนชั้นจากการจบในอันดับ 2 ของรายการ ดิวิชั่น 2 ฝรั่งเศส ต่อมาการเข้ามาทำหน้าที่ของกุนซือที่ต้องพาทีมสู้ศึกหนังในลีกสูงสุดสโมสรได้ตั้งให้ อันเดร เจราร์ด เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมการเข้ามาของ เจราร์ด ไม่ได้ทำให้แฟนบอลของ บอร์โดซ์ ต้องผิดหวังโดยการจัดตราทัพด้วยการเซ็นนักเตะเข้าทีมอย่าง เบอร์ตัส เด ฮาร์เดอร์ ,อีตัวอาร์ด การ์กู และ คามิลเล่ ลิบาร์ เจ้าของฉายา 3 ประสานของบอร์กโดซ์ ที่ถูกตั้งชื่อว่าเป็น ปีศาจ 3 หัว เพียงการเข้ามาทำหน้าที่ของพวกเขาเหล่านี้ก็ทำให้ บอร์กโดซ์ ประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดนับเป็นประวัติศาสตร์ความสำเร็จครั้งแรกที่ยิ่งใหญ่ของสโมสรแห่งนี้

ต่อมาหลังจาการเป็นแชมป์แล้วสโมสรยังได้ผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอล ละติน คัพ อีกด้วยโดยสามารถผ่านทะลุเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศและเสมอกันในเวลา 90 นาทีแต่ดันมาพลาดท่าเสียทีแพ้ในช่วงต่อเวลาพิเศษไปทำให้พวกเขาได้แค่รองแชมป์รายการนี้มาครอง และหลังจากที่เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ไปจนกระทั่งจบซีซั่นผลงานของทีมนั้นก็อยู่ในเกนท์ที่ดีเพียงแต่ว่า 2 ปีกลับโดน นีซ ปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกไปครั้งทั้งสองสมัยโดย บอร์กโดซ์ เป็นได้แค่เพียงรองแชมป์ทั้งสองปี แต่เป็นช่วงเวลาที่พวกเขาเป็นได้เพียงแค่พระรองทั้งรายการบอลลีกและบอลถ้วยอย่าง กรุ๊ป เดอ ฟร็องส์ แต่หลังจากนั้นไม่นานช่วงเวลาที่น่าผิดหวังก็เกิดขึ้นกับแฟนบอล เมื่อใรฤดูกาล 1955-1956 บอร์กโดซ์ ต้องตกชั้นลงไปสู่ดิวิชั่น 2 และต้องใช้เวลาอยู่หลายฤดูกาลกว่าจะเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาสู่ดิวิชั่น 1 ได้ในปี 1960 แต่หลังจากนั้นก็ต้องตกชั้นลงไปอีกครั้ง ทำให้สโมสรตัดสินใจถอด เจราร์ด ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมและถูกแทนที่ด้วย อาร์ติกัส กุนซือเลือด ซัลวาร์ดอร์ เขานำบอร์กโดซ์เลื่อนชั้นกลับขึ้นมาได้ในปี 1962-63 หลังจากนั้นการอยู่บนตารางลีกสูงสุดในปีแรกของการทำหน้าที่ผู้จัดการทีมก็ถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยมสามารถเกาะอยู่ในอันดับ 4 ของตารางและยังได้ผ่านเข้าไปเล่นในนัดชิงรายการ Coupe de France แต่ก็ต้องพลาดแชมป์บอลถ้วยไปเพราะดันไปแพ้ให้กับสโมสรร่วมลีกอย่าง โอลิมปิค ลียง ไปนอกจากนั้น บอร์กโดซ์ ได้ผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอล Inter-Cities fairs Cup ในช่วงฤดูกาลที่ 1964-1965 แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จหลังจากที่พลาดท่าแพ้ให้ยอดทีมจาก บุนเดสลีก้า เยอรมัน อย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไป 4-3 หลังจากนั้น 2-3 ฤดูกาลของ บอร์กโดซ์ ก็ยังไม่ได้กลับมาประสบความสำเร็จแถมปัญหาภายในทีมก็เกิดขึ้นมากมายจนถึงกับขั้นต้องขายสโมสรทิ้ง และในปี คศ.1970 ช่วงยุคย่ำแย่ที่สุดของ บอร์กโดซ์

การเข้ารับช่วงต่อของเจ้าพ่อนักธุรกิจซื้อขายที่ดินอย่าง เคล้าซ์ เบซ ได้เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรและขึ้นเป็นประธานสโมรในเวลาต่อมา การดำเนินปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสโมสรยังคงเดินหน้ามาเรื่อยๆจนถึงวันครบรอบ 100 ปีของสโมสรในแมตช์การกุศลพวกเขาสามารถเอชนะยอดทีมจากสเปน บาร์เซโลน่า ไป 2-0 และไปแพ้ให้กับ สตุ๊ตการ์ท ยอดทีมจากเมืองเบียร์ไปในนัดชิงชนะเลิศ หลังจากที่ เคล้าซ์ เบซ ได้เข้ามากอบกู้ชื่อเสียงให้กับสโมสรเขาใช้เงินในการซื้อความสำเร็จไปมากมายไม่ว่าจะด้วยการเลือกซื้อนักเตะหรือเพิ่มเงินอัดฉีดให้กับทีมผู้พัฒนาทำให้ บอร์กโดซ์ คว้าแชมป์ลีกมาครองได้มากถึง 3 สมัยด้วยกันและยังมีถ้วยรางวัลชนะเลิศจากรายการ กุป เดอ ฟร็องส์ อีกหนึ่งสมัยอีกด้วย โดยทั้งสิ้นทั้งหมดระยะเวลาที่สโมสรดำเนินมาพวกเขาได้แชมป์ลีกมาแล้ว 4 สมัยจนจากอดีตมาจนถึงปี 1989 ที่เป็นปีสุดท้ายในรอบนั้นแถมยังได้ผ่านเข้าไปแข่งขันในรายการ ยูโรเปี้ยน คัพ อีก แต่ด้วยความที่ลงทุนไปเยอะทำให้สโมสรยังคงพบเจอกับปัญหาเรื่องของหนีสิ้นพัวพันจนเป็นเหตุที่ทำให้ทีมต้องล่วงตกชั้นลงไปอีกครั้งและกลับมาได้มาอยู่ใน ลีกเอิง ได้อีกครั้งในปี 1992 พร้อมกับสร้างตำนานนักฟุตบอลระดับโลกอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน และ คริสตอฟ ดูการ์รี่ รวมไปถึงนักเตะดาวรุ่งอีกหนึ่งคนอย่าง บิเซนเต้ ลิซ่าราซู เป็นชุดดาวรุ่งที่พาสโมสรประสบความสำเร็จมากที่สุดในฤดูกาล 1995 พวกเขาได้แชมป์รายการ อินเตอร์โตโต้คัพ และมาได้แชมป์ ยูฟ่า คัพ ในปี 1996 รวมไปถึงแชมป์ลีกในปีเดียวกันเพิ่มมาอีก 1 สมัย พร้อมกับรางวัลรองเท้าทองคำที่มอบให้แก่ ซิลแวงน์ วิลตอร์ ที่ซัดไป 22 ประตูคนเดียวในปีนั้น

หลังจากนั้นตั้งแต่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงระบบการแข่งขันในยุโรปจากรายการยู่ฟ่า คัพ เป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งจะอยู่ในช่วงยุค 2002 บอร์กโดซ์ สามารถวนเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอล ยุโรป ได้อยู่หลายครั้งและยังผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศได้อีกด้วยนอกจากนั้นผลงานของ บอร์กโดซ์ ก็ดีขึ้นตามลำดับจนมาได้จับถ้วยแชมป์ลีกอีกครั้งในปี 2008-2009 พร้อมกับถ้วย กุป เดอ ฟร็องส์ อยู่หลายสมัยเดียวจะยกไปสรุปให้ฟังอีกทีว่ามีปรไหนที่พวกเขาได้แชมป์รายการอะไรบ้าง สุดท้ายความสำเร็จของก็ถูกชะงักลงไปเพราะมีหลายสโมสรยกระดับของตัวเองได้ดีอย่างน่าใจหายหนึ่งในนั้นก็คือทีมฟุตบอลมหาเศรษฐีอย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่ทุ่มเงินไปกับการทำทีมอย่างมหาศาลเพื่อจะเป็นสโมสรเดียวที่ผูกขาดแชมป์รายการลีกเอิง ทำให้ บอร์กโดซ์ ก็เริ่มที่จะห่างหายไปจากหน้าแชมป์ของประเทศฝรั่งเศสเพราะตัวผู้เล่นและศักยภาพของทีมยังเป็นรองคู่แข่งอยู่มากโข แต่สโมสรก็ยังถือว่าเติมโตมาเรื่อยๆและเกาะอยู่ในครึ่งบนของตารางมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และนี่ก็เป็นเพียงที่มาเล็กๆน้อยๆที่หามาให้ศึกษากัน ส่วนเรื่องลึกๆภายในสโมสรยังคงมีอีกมากมายแต่คิดว่าคงไม่ได้มีส่วนสำคัญกับคำตอบที่ผู้อ่านกำลังหาอยู่ ดังนั้นจึงเรียบเรียงมาเพียงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเหตุการณ์สำคัญๆของทีมที่เคยมีมาความสำเร็จสูงสุดร่วมไปถึงอุปสรรคหนักหนาสาหัสที่พวกเขาประสบมาคืออะไร คำตอบก็อยู่ในบทความที่เขียนขึ้นมานี้เรียบร้อย อย่างไรก็ตามตำนานอย่าง บอร์กโดซ์ ถึงจะเป็นทีมยักษ์หลับประจำลีกเอิง แต่เมื่อใดก็ตามที่มีอำนาจทางการเงินเท่าเทียบกับสโมสรใหญ่ๆหลายทีมเชื่อว่าต้องมีวันที่พวกเขาจะกลับมาผงาดได้อีกครั้ง อย่างแน่นอน สรุปความสำเร็จ ( Updated : 15-4-2020 )

Top Goal Player