TDEDKICK.COM

โบโลญญ่า

( Bologna )


website : http://www.bolognafc.it
No. Name Type Join Out
23 ดานิโล่ ผู้เล่น 2019-07-01 -
29 ลอเรนโซ่ เด ซิลเวสตรี ผู้เล่น - -
24 โรดริโก้ ปาลาซิโอ ผู้เล่น 2017-08-17 -
17 การี เมเดล ผู้เล่น 2019-08-29 -
16 อันเดรีย โปลี ผู้เล่น 2017-07-01 -
9 เฟเดริโก้ ซานตานเดร์ ผู้เล่น 2018-07-01 -
1 อันเจโล่ ดา คอสต้า ผู้เล่น 2015-01-20 -
- ซินิซ่า มิไฮโลวิช โค้ช 2019-01-29 -
28 ลูคัสซ์ สโครุปสกี้ ผู้เล่น 2018-07-01 -
21 โรแบร์โต้ โซเรียโน่ ผู้เล่น 2019-07-01 -
- ดีเอโก้ ฟัลชีเนลลี่ ผู้เล่น 2018-07-04 -
10 นิโกล่า ซานโซเน่ ผู้เล่น 2019-07-01 -
- อันโตนิโอ ซานตูร์โร่ ผู้เล่น 2017-07-11 -
4 สเตฟาโน่ เดนสวิล ผู้เล่น 2019-07-06 -
- เซซาร์ ฟัลเลตติ ผู้เล่น 2017-07-19 -
35 มิตเชลล์ ไดจ์คส์ ผู้เล่น 2018-07-01 -
15 อิบราฮิมา เอ็มบาย ผู้เล่น 2015-07-01 -
13 มัตเตีย บานี่ ผู้เล่น 2019-07-01 -
6 เนฮูเอน ปาซ ผู้เล่น 2018-01-30 -
- ก็อดเฟร็ด ดอนซาห์ ผู้เล่น 2016-07-01 -
33 อาร์ตูโร่ กาลาเบรซี่ ผู้เล่น 2018-07-01 -
- มูอามาดู ซาร์ ผู้เล่น 2015-01-01 -
32 มัตติอัส สเวนเบิร์ก ผู้เล่น 2018-07-05 -
7 ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่ ผู้เล่น 2019-07-01 -
14 ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ ผู้เล่น 2019-07-09 -
22 คิงส์ลี่ย์ มิคาเอล ผู้เล่น 2018-07-01 -
- ออร์จี้ อ๊อควอนโว ผู้เล่น 2016-12-01 -
- ลัสซี ลัปปาไลเนน ผู้เล่น 2019-07-17 -
30 เยอร์ดี้ เชาเท่น ผู้เล่น 2019-07-04 -
- อันเดรอา วาสซาลโล ผู้เล่น 2016-07-07 -
34 เฟเดริโก้ ราวาย่า ผู้เล่น 2019-07-01 -
55 เอมานูเอล วิญาโต้ ผู้เล่น 2020-01-20 -
- เซบาสเตียน เบรซ่า ผู้เล่น 2020-09-01 -
8 นิโคลัส โดมิงเกซ ผู้เล่น 2019-08-30 -
- ฮวน มานวยล์ บาเลนเซีย ผู้เล่น 2017-01-31 -
11 อันเดรียส สคอฟ โอลเซ่น ผู้เล่น 2019-07-24 -
25 กาบริเอเล่ คอร์โบ ผู้เล่น 2019-07-01 -
99 มูซ่า บาร์โรว์ ผู้เล่น 2020-01-17 2021-06-30
18 Andri Fannar Baldursson ผู้เล่น 2020-06-01 -
63 Edoardo Vergani ผู้เล่น 2020-09-17 2021-06-30
- มูซ่า จูวารา ผู้เล่น 2019-07-06 -
- Gianmarco Cangiano ผู้เล่น 2019-07-29 -
3 แอรอน ฮิคกี้ ผู้เล่น 2020-09-24 -
70 ดิออน รุฟโฟ ลูซี่ ผู้เล่น - -
19 Simone Rabbi ผู้เล่น - -
13 Alex Arnofoli ผู้เล่น - -
31 Matias Rocchi ผู้เล่น - -
68 Omar Khailoti ผู้เล่น - -
44 Mattia Pagliuca ผู้เล่น - -
Tournament Join Out
Club Friendlies 2019-12-31 2020-12-30
Serie A 2020-09-19 2021-05-23
Coppa Italia 2020-09-21 2021-05-19
Serie A Relegation Playoff 2004-06-13 2004-06-18

ประวัติ : โบโลญญ่า

กว่าจะมีลีกฟุตบอลที่แข็งแกร่งและเป็นลีกฟุตบอลชั้นนำระดับโลกนั้นไม่ได้มีเพียงความสำเร็จของสโมสรเดียวที่สร้างความยิ่งใหญ่หรือสโมสรที่ได้ผ่านเข้าไปถึงเวทีระดับทวีปแต่องค์ประกอบที่ทำให้ทีมเหล่านี้มีผลงานสร้างชื่อขึ้นมามากมายก็ต้องผ่านศึกกับสโมสรเพื่อนร่วมลีกเดียวกันจนได้เป็นตัวแทนของลีกนั้นๆเพื่อไปแข่งขันในระดับทวีปและวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับสโมสรเก่าแก่ของประเทศอิตาลีอีกหนึ่งทีมที่เคยสร้างผลงานในอดีตด้วยความทุ่มเทเพื่อหวังว่าสักวันพวกเขาจะได้ไปยืนหยัดอยู่ในสงครามลูกหนังระดับยุโรปเหมือนกับทีมอื่นๆบ้าง แต่ว่าจู่ๆชื่อของพวกเขากลับค่อยๆถูกลบเลือนจางแต่ยังไม่หายไปจนได้กลายเป็นแค่สโมสรหนึ่งที่มีส่วนร่วมอยู่ในเกมลีกของอิตาลีเท่านั้นแม้ว่าช่วงหลังๆตั้งแต่ที่สโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง ยูเวนตุส เข้ามาผูกขาดเป็นแชมป์ลีกอยู่ทุกๆปี ทีมฟุตบอลแห่งนี้ก็ไม่เคยได้ลืมตาอ้าปากผงาดขึ้นมาคว้าแชมป์ได้เลย โดยทีมฟุตบอลแห่งนี้ก็คือ โบโลญญ่า เจ้าของฉายา รอสโซ่บลู ทีมฟุตบอลที่สวมเสือแดงสลับเงิน อันเป็นตัวแทนของความหมายฉายาของพวกเขาที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โบโลญญ่า หรือ รอสโซ่บลู เคยเป็นทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จในเกมลีกระดับประเทศมาแล้ว 7 ครั้งด้วยกันแต่ต้องย้อนประวัติกลับไปนานพอสมควร เพื่อให้หายสงสัยว่าพวกเขามีที่ไปที่มาอย่างไร่ จะไล่ทามไลน์กลับไปตั้งแต่มีการก่อตั้งสโมสรแห่งนี้ขึ้นมา จุดกำเนิดของพวกเขาเริ่มต้นในปี 1909 โดยนาย เอมิลิโอ อาร์นสตีน ประชาชนคนธรรมดาที่มีใจรักในกีฬาฟุตบอลดเขาเป็นนักศึกษาที่อยู่ในมหาลัย ที่กรุงเวียนนา และปรากซ์ นอกจากจะเป็นชายหนุ่มที่ชื่นชอบฟุตบอลแล้วเขากลับน้องชายของเขายังเคยก่อตั้งทีมฟุตบอลที่ประเทศบ้านเกิดมาก่อนที่จะมาก่อตั้งเป็นสโมสรฟุตบอล โบโลญญ่า สะอีกหลังจากหนึ่งปีที่ได้มีการก่อตั้งทีมฟุตบอลขึ้น นัดแรกของ โบโลญญ่า ที่นำโดย กีโด้ เดลลา วัลเล่ ประธานสโมสรคนแรกของทีม นำทัพลงแข่งเกมแรกกับทาง วีร์ทัส โดยในศึกนั้นพวกเขาก็สามารถเอาชนะคู่แข่งไปได้อย่างขาดรอย 9 ประตูต่อ 1 นับเป็นชัยชนะครั้งแรกของพวกเขาในการลงสนามฟาดแข้งแข่งกับสโมสรอื่น

ต่อมาอีก 4 ปีช่วงฤดูกาล 1914 พวกเขายังคงเดินสายแข่งขันในระดับแคว้นภูมิภาคจนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 จนทำให้ทีมต้องระเห็ดระหายอพพยพหนีตายกันไป และได้กลับมารื้อฟื้นสโสรอีกครั้งในปี 1920 พวกเขากลับมาพร้อมกับผลงานที่โดดเด่นสามารถผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศในการเข้าชิงแชมป์ระดับถูมิภาคและปีต่อมาพวกเขายังคงขยับเดินหน้าผลงานของตัวเองด้วยการผ่านเข้าไปถึงนัดชิงชนะเลิศแต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กลับ โปร เวอร์เซลลี่ ไปแบบฉิวเฉียดจนสุดท้ายในความพยายามที่ต้องการจะเป็นแชมป์ให้จนได้ในปี 1925 พวกเขาก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ระดับประเทศได้เป็นครั้งแรกโดยการเอาชนะเหนือ เจนัว ไปได้สำเร็จแต่กว่าจะตัดสินให้จนแล้วรู้รอดทั้งคู่ต้องดวลกันถึง 5 รอบ และก่อนที่จะขยับการแข่งขันจากเดิมขึ้นมาเป็น กัลโช่ เซเรีย อา นั้น โบโลญญ่า ยังถูกยกให้เป็นสโมสรสุดท้ายที่สามารถคว้าแชมป์ในระบบลีกดั้งเดิมโดยพวกเขาเบียดแย่งชัยชนะในครั้งนั้นมาจาก โตริโน่ จนย่างเขาสู่ทศวรรษที่ 30 หรือในช่วงปี 1932 พวกเขาเริ่มขยับเข้าใกล้เส้นทางในการลุ้นแชมป์ลีกโดยอยู่ในอันดับ 2 ของตารางตามหลังสโมสรอันดับหนึ่งอย่าง ยูเวนตุส แต่แล้วในปี 1936 พวกเขาทำความฝันให้แฟนบอลได้สำเร็จด้วยการครองแชมป์ฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา ได้มาเป็นสมัยแรก และตามด้วยการป้องกันแชมป์อีกหนึ่งสมัยในปีต่อมา ทิ้งช่วงไปอีก 2 ปีพวกเขาก็มาคว้าแชมป์ เซเรีย อา ได้เป็นสมัยที่ 3 แถมยังเป็นช่วงใน 4 ปีที่พวกเขาได้แชมป์ลีกมาครองถึง 3 ครั้งด้วยกัน แต่ปีต่อมา รอสซี่บลู เกือบจะป้องกันแชมป์ได้แต่ก็ต้องเสียแชมป์ให้กับ อินเตอร์ มิลาน ไปอย่างน่าผิดหวังทั้งๆที่มีคะแนนตามหลังอยู่แค่ไม่กี่แต้ม แต่พวกเขาก็กลับมาปาดหน้าคว้าแชมป์คืนได้หลังสิ้นฤดูกาล 1941 เท่ากับว่าตอนนี้พวกเขามีความสำเร็จระดับลีกสูงสุดมาแล้ว 6 สมัย พอเริ่มมีฉนวนไฟสงครามโลกครั้งที่สองทั้งสโมสรและลีกฟุตบอลก็กระสับกระส่ายทำให้ผลงานของพวกเขาต้องดร็อปลงไปในที่สุด จนกระทั่งในฤดูกาล 1963-64 เกมลุ้นแชมป์ที่ดราม่าก็มาถึงเมื่อพวกเขาทำแต้มเท่ากับ อินเตอร์ มิลาน ไปจนถึงนัดสุดท้ายจนต้องตัดสินกันด้วยการลงเล่นเพลย์ออฟเพื่อหาผู้ชนะในการเป็นแชมป์ลีกและก็กลายเป็นแชมป์ลีกหนสุดท้ายของพวกเขาที่เคยทำได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพวกเขายังคงจารึกในบันทึกแชมป์ เซเรีย อา ไว้ได้เพียง 7 สมัย

รอสโซ่บลู ยังคงโล้ดแล่นทำผลงานอยู่ในตำแหน่งหัวตารางของลีกจนได้ตั๋วไปลุยศึกใหญ่ในรายการฟุตบอล ยูโรเปี้ยน คัพ ได้แต่ก็ไปไม่ถึงไหนพวกเขาก็ต้องร่วงตกรอบกลับมา ปีสุดท้ายที่พวกเขาทำได้ดีที่สุดหลังจากที่หมดหนทางในการคว้าแชมป์ คือการจบในอันดับที่ 2 ของตารางในช่วงฤดูกาล 1965-66 ในช่วงปี 1970 ทีมมาได้โทรฟี่รายการ โคปปา อิตาเลีย เป็นครั้งแรกโดยการเอาชนะ โตริโน่ ไปได้ 2-0 และอีก 4 ปี พวกเขาก็มาได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งที่สอง โดยนัดชิงชนะเลิศในปี 1974 พวกเขาไล่บี้เอาชัยมาจาก ปาแลร์โม่ ได้และเป็นการดวลกันไปถึงขั้นจุดโทษชี้วัดกันเลยทีเดียว โดยสกอร์ที่ โบโลญญ่า เอาชนะ ปาแลร์โม่ ไปคือ 4-3 ต่อมาแฟนบอลของ โบโลญญ่า ก็ต้องเสียน้ำตาให้กับความผิดหวังกับฟอร์มการเล่นของทีมที่เริ่มล่วงลงมาเรื่อยๆจนสิ้นฤดูการ 1982 พวกเขาตกชั้นลงสู่ เซเรีย บี ในฐานะรองบ๊วยของลีกแต่แทนที่ผลงานของพวกเขาจะดีขึ้นกลับล่วงหล่นจนน่าใจหายจนเพื่อร่วมการตกชั้นลงมาในรอบที่แล้วอย่าง เอซี มิลาน ได้กลับเลื่อนชั้นขึ้นไปก่อนส่วนพวกเขาอาการหนักจนตกล่วงตกชั้นลงไปใน เซเรีย ซี แต่ก็ไม่ได้นานเท่าไหร่สำหรับเส้นทางใน ดิวิชั่น 3 พวกเขาเร่งเครื่องทำผลงานจนสามารถกลับมาสู่ เซเรีย บี ได้อีกครั้ง จนผ่านมาจนเข้าช่วงฤดูกาล 1988 โบโลญญ่า คว้าแชมป์ เซเรีย บี ได้สำเร็จส่งผลให้ทีมผ่านเลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ เซเรีย อา แบบอัตโนมัติ แต่เลื่อนชั้นขึ้นมาได้ไม่นานพวกเขาก็ต้องล่วงตกชั้นลงไปอีกครั้งในฤดูกาล 1990-1991 และหลังจากนั้นผลงานใน เซเรีย บี กลับย่ำแย่ท้ายที่สุดพวกเขาก็ตกชั้นไปใน เซเรีย ซี อีกหน ในปี 1994 ทีมเกือบเลื่อนชั้นจาก เซเรีย ซี มาได้ในการเพลย์ออฟแต่สุดท้ายพ่ายแพ้ในเกมเพลย์ออกไปทำให้ยังคงวนเวียนอยู่ในลีกระดับ 3 ของประเทศอิตาลี แต่หลังจากนั้นผลงานก็เริ่มกลับมาดีขึ้นเริ่มจากการขยับในการคว้าแชมป์ เซเรีย ซี มุ่งสู่ เซเรีย บี และทะยานกลับสู่ลีกสูงสุดในปี 1996 พวกเขามาสร้างความยิ่งใหญ่ในรายการระดับทวีปโดยการคว้าแชมป์ อินเตอร์โตโต้ คัพ โดยการเอาชนะ รุส ซอร์ซอฟ ทีมจากโปแลนด์ ไปได้ 2-0 และหลังจากนั้นพวกเขาก็วนเวียนอยู่ในตารางของการแข่งขัน กัลโช่ เซเรีย อา มาเรื่อย

จนกระทั่งในปี 2005 หายนะมาเยือนเมื่อพวกเขาฟอร์มตกล่นหวบแบบน่าตกใจและสุดท้ายก็ต้องตกชั้นลงไปในที่สุด ปี 2006 ในช่วงฤดูการแรกๆที่ตกชั้นลงไปพวกเขามีปัญหาภายในเกิดขึ้นมากมายระหว่างกุนซือของทีมและเจ้าของสโมสรหรือประธานใหญ่จนทำให้ทีมต้องมีการเปลี่ยนถ่ายกุนซืออยู่หลายคน จนมาในปี 2008 การเข้ามาของ ดานิเอเล่ อาร์ริโกนี่ กุนซือคนใหม่ที่เข้ามาทำหน้าที่ก็ได้สร้างผลงานให้กับทีมได้ดีจนสามารถจบในอันดับที่ 2 ของ เซเรีย บี ได้ตั๋วเลื่อนชั้นแบบอัตโนมัติ ต่อมาภายในปีเดียวกันที่พวกเขาเลื่อนชั้นกลับขึ้นมามีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เมื่อประธานคนเก่าอย่าง คาซโซล่า เจ้าของสโมสรได้เจรจาขายทีมให้กับกลุ่มนักธุรกิจท้องถิ่นจนได้มีการเปลี่ยนแปลงประธานของทีมคนใหม่ขึ้นโดยได้นาย ฟรานเชสก้า เมนารินี่ เข้ามารับหน้าที่ตรงนี้แทนแถม เมนารินี่ ยังกลายเป็นประธานหญิงคนที่สองของประวัติศาสตร์ลูกหนังเมืองมาเฟีย 2009 ทีมเกือบแย่จนถึงขั้นตกชั้นแต่ยังดีที่สโมสรตัดสินใจปลด อาร์ริโกนี่ ออกจากการกุมบังเหียนและเปลี่ยนมาเป็น ซินิซ่า มิไฮโลวิช เข้ามารับช่วงต่อและพาทีมรอดจากการตกชั้นในปีนั้น ปี 2010 ดูเหมือนว่าสภาพคล่องทางการเงินของทีมจะขับเคลื่อนได้ไม่ดีจนสุดท้าย เมนารินี่ ก็ได้ตัดสินใจขายทีมไปให้กับมหาเศรษฐีจาก ซาร์ดิเนีย และหลังจากนั้นประธานคนใหม่ที่เข้ามาก็ได้สั่งปลดกุนซือคนเก่าออกในทันที แต่สุดท้ายในปีต่อมาดูเหมือนว่าเศรษฐีที่เข้ามารับช่วงต่อจะพาทีมไปไม่รอดหลังจากสืบมาว่าเขากำลังจะทำให้ทีมล้มละลายด้วยการเป็นหนี้ก่อนโต จนในเวลาต่อมากลุ่มกิจการค้าร่วมภายในนาม โบโลญญ่า 2010 นำโดยนาย โจวานนี่ คอนซอร์เต้ ที่เป็นนายธนาคารใหญ่ ร่วมกับนาย มัสซิโม่ ซาเน็ตติ เจ้าของธุรกิจกาแฟ เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรต่อ แต่การเปลี่ยนแปลงในปีนั้นกลับวุ่นวายเปลี่ยนมือประธานและผอ.ทางด้านกีฬาอยู่หลายหนโดยที่ข้อตกลงยังไม่บรรลุดีจนสุดท้ายมติมาตกอยู่ที่ อัลบาโน่ กัวราลดิ หุ้นส่วนใหญ่อันดับ 2 ของทีมที่เข้ามาดำรงค์ตำแหน่งเป็นประธานของสโมสรคนต่อไป

หลังจากที่พวกเขาจะพยายามยื้อชีวิตให้กับแฟนบอล โบโลญญ่า ขนาดไหนผลงานของทีมก็ไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาสดใสเปร่งปรั่งเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา จนในที่สุดพวกเขาก็ต้องล่วงตกชั้นไปอีกครั้งหลังสิ้นฤดูกาล 2014 ด้วยสภาวะจิตใจที่ย่ำแย่ของบรรดาเหล่าแฟนบอล รอสโซ่บลู ก็ได้ตำหนิถึงการบริหารงานของ กัวราลดิ เชกเช่นเดียวกับความคิดของ กัวราลดิ ที่ต้องการจะวางมือจากตำแหน่งหลังมีกระแสตอบกลับจากแฟนบอลที่ไม่ดีต่อตัวเขาเอง จนก็เริ่มมีการเปลี่ยนถ่ายชุดบริหารสโมสรใหม่กลายมาเป็นหน้าที่ของกลุ่ม BFC 1909 Lux SPV โดยที่แต่งตั้งให้นาย ทาโคปิน่า เข้ามารับตำแหน่งเป็นประธานสโมสรคนใหม่ ก่อนที่จะย้ายมือไปให้กับ ซาปูโต้ เข้ามารับช่วงต่อจากตำแหน่งในช่วง 1 เดือนหลังจากที่เขาได้ตำแหน่ง เข้าสู่ฤดูกาล 2015 สโมสรเลื่อนชั้นกลับสู่ เซเรีย อา ได้ตามที่แฟนบอลต้องการแต่ผลงานของพวกเขาในเส้นทางของเกมลีกสูงสุดที่มีการแข่งขันกันดุเดือดขึ้นทำให้พวกเขาต้องคอยประครองไม่ให้ทีมตกชั้นลงไปอีก กลายเป็นสโมสรที่ไม่ได้พบเจอกับความสำเร็จในระดับเกมลีกสูงสุดแถมยังเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์มากลายเป็นทีมที่ต้องหนีตายอยู่ในโซนท้ายตารางมาตลอด และอย่างที่บอกไปเมื่อพวกเขาไม่มีผลงานอะไรให้ชาวโลกได้เห็นสโมสรที่เคยเป็นแชมป์และทีมที่อันตรายในอดีตก็ค่อยๆถูกภาพความสำเร็จของสโมสรใหญ่กลบลบจนเลือนลาง จนบางทีบางครั้งแฟนบอลอิตาลีคงจะลืมไปว่าเคยมีนักเตะในทีมฟุตบอลแห่งนี้ที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศมาแล้วเหมือนกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นแค่จะบอกและย้ำให้ผู้อ่านได้เอาไปคิดว่า ไม่มีคำว่าสูงสุดและไม่มีคำว่าต่ำสุดหากเรายังไม่หยุดที่จะก้าวต่อไป ฝากไว้ให้เป็นข้อคิดเพื่อใช้ในการดำรงค์ชีวิตของตัวผู้อ่าน ( Updated : 27-4-2020 )

Top Goal Player