TDEDKICK.COM

นาโปลี

( SSC Napoli )


website : http://www.sscnapoli.it/default.aspx?lingua=en-EN
No. Name Type Join Out
9 เฟร์นานโด ยอเรนเต้ ผู้เล่น 2019-09-01 -
14 ดรีส์ เมอร์เท่นส์ ผู้เล่น 2013-07-01 -
25 ดาวิด ออสปิน่า ผู้เล่น 2019-07-01 -
44 คอนสแตนตินอส มาโนลาส ผู้เล่น 2019-07-01 -
31 ฟาอูซี่ กูล็อม ผู้เล่น 2014-01-31 -
24 ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ผู้เล่น 2010-01-01 -
2 เควิน มัลควีต ผู้เล่น 2018-08-07 -
26 กาลิดู กูลิบาลี่ ผู้เล่น 2014-07-01 -
4 ดิเอโก้ เดมเม่ ผู้เล่น 2020-01-11 -
19 นิโคล่า มัคซิโมวิช ผู้เล่น 2017-07-01 -
99 อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค ผู้เล่น 2016-08-01 -
6 มาริโอ รุย ผู้เล่น 2018-01-02 -
23 เอลซิด ไฮซาจ ผู้เล่น 2015-08-01 -
68 สตานิสลาฟ โลบอตก้า ผู้เล่น 2020-01-15 -
34 อามิน ยูเนส ผู้เล่น 2018-07-01 -
20 ปิโอเตร เซียลินสกี้ ผู้เล่น 2016-08-05 -
37 อันเดรีย เปตานญ่า ผู้เล่น 2020-01-30 -
22 โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ ผู้เล่น 2019-07-01 -
21 มัตเตโอ โปลิตาโน่ ผู้เล่น 2020-01-28 2021-06-30
- ฟีลิปโป กอสตา ผู้เล่น 2019-07-13 -
- เจนนาโร่ กัตตูโซ่ โค้ช 2019-12-11 -
16 นิกิต้า คอนตินี่ ผู้เล่น 2016-06-30 -
11 อีร์วิง โลซาโน่ ผู้เล่น 2019-08-23 -
33 อามีร์ ราห์มานี่ ผู้เล่น 2020-01-20 -
1 อเล็กซ์ เมเร็ท ผู้เล่น 2018-07-05 -
13 เซบาสเตียโน่ ลูแปร์โต้ ผู้เล่น 2015-07-01 -
8 ฟาเบียน รุยซ์ ผู้เล่น 2018-07-05 -
- ซีเนดีน มาชาช ผู้เล่น 2018-01-11 -
- มาริโอ เปรซิโอโซ่ ผู้เล่น 2016-07-01 -
- อดัม อูนาส์ ผู้เล่น 2017-07-04 -
9 วิคเตอร์ โอซิมเฮน ผู้เล่น 2020-09-01 -
7 เอลจีฟ เอลมาส ผู้เล่น 2019-07-24 -
- Eugenio D'Ursi ผู้เล่น 2019-07-30 -
- อเลสซิโอ แซร์บิน ผู้เล่น 2019-07-01 -
15 อันโตนีโอ ดานีเยเล ผู้เล่น 2019-12-01 -
- จานลูก้า กาเอตาโน่ ผู้เล่น 2019-07-01 -
Tournament Join Out
Club Friendlies 2019-12-31 2020-12-30
Serie A 2020-09-19 2021-05-23

ประวัติ : นาโปลี

แกะรอยประวัติศาสตร์สโมสรฟุตบอล โซเซียต้า สปอร์ตีว่า กัลโช่ นาโปลี ทีมฟุตบอลเก่าแก่ของอิตาลีที่มีเรื่องราวกล่าวมานานในตำราบันทึกประวัติศาสตร์ลูกหนังแดนมาเฟีย พวกเขามีถิ่นฐานตั้งอยู่ในเมือง เนเปิ้ลส์ แคว้นคัมปาเนีย ประเทศอิตาลี ปัจจุบันเป็นทีมคู่ปรับกับทีมในหัวตารางของ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และ นาโปลี ยังเคยประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาแล้ว 2 ครั้งและเป็นรองแชมป์มา 6 ครั้งด้วยกันนอกจากนั้นยังได้แชมป์โทรฟี่ โคปปา อิตาเลีย มาได้ถึง 5 สมัยและ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า มา 2 ครั้งและยังได้แชมป์ในรายการ ยูฟ่า คัพ บอลถ้วยระดับยุโรปมาแล้วหนึ่งสมัยด้วยกัน และนอกจากนั้นข้อมูลสำคัญของสโมสรแห่งนี้คือการที่พวกเขามีฐานแฟนบอลมากที่สุดอยู่เป็นอันดับ 4 ของสโมสรฟุตบอลทั้งหมดในประเทศอิตาลี และยังเป็นสโมสรที่มีเงินถุงเงินถังมากเป็นอันดับที่ 5 ของประเทศนอกจากนั้น ปี 2016 นิตยสารชื่อว่า ฟอร์บส์ ได้จัดสถิติสโมสรที่ดีที่สุดในยุโรปโดย นาโปลี เป็นทีมที่ติดอยู่ในอันดับที่ 8 และเป็นสโมสรที่ดีที่สุดอันดับ 2 ของดินแดนลูกหนังเมืองมักกะโรนี สนามเหย้าที่พวกเขาใช้อยู่ในปัจจุบันชื่อว่าสนาม สตาดิโอ ซาน เปาโล ที่ตั้งอยู่แถบตะวักตกของเมืองเนเปิ้ลส์ ชุดเหย้าของพวกเขาคือชุดสีฟ้า ยามที่พวกเขาลงเล่นเป็นเจ้าบ้านมักจะถูกขานฉายานามให้เป็น อัซซูรี่ ที่เป็นฉายาเดียวกับทีมฟุตบอลอิตาลีเพราะเป็นทีมที่ใช้ชุดแข่งสีเดียวกัน ในช่วงปี 1904 เป็นช่วงเวลาที่ นาโปลี เริ่มถือกำเนิดจากคู่หูชาวอังกฤษที่ประกอบอาชีพเป็นกะลาสีอยู่ ณ เมืองเนเปิ้ลส์ ซึ่งมีชื่อว่า เฮคเตอร์ เอ็ม.บายอน กับ วิลเลี่ยม โพธส์ พร้อมกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์อย่าง คอนเฟอร์ติ, คัตเตรีน่า และ อเมเดโอ ซาลซี่ พวกเขาร่วมมือกันก่อตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมาภายใต้ชื่อสโมสรว่า Naples Foot-Ball & Cricket Club

โดยได้ ซาลซี่ ขึ้นมาเป็นประธานสโมสรคนแรกต่อมาหลังจากที่สร้างคลับขึ้นมาได้สองปีพวกเขาก็ตัดสินใจถอดกีฬาคริกเก็ตออกจากกิจกรรมให้เหลือไว้แต่เพียงกีฬาฟุตบอลเท่านั้นโดยหันมาใช้ชื่อสโมสรใหม่ว่า Naples Foot-Ball Club ในปี 1912 กลุ่มสมาชิกที่เป็นชาวต่างชาติกลุ่มหนึ่งซึ่งมี บายอน กับ ไสตน์เน็กเกอร์ เป็นหัวเรือพวกเขาได้ตัดสินที่จะขอแยกตัวออกมาเพื่อตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมาใหม่โดยใช้ชื่อสโมสรว่า U.S. Internazionale Napoli ส่วนทางฝั่งของคลับเดิมก็ยังคงมี เอมีลีโอ อนาตร้า ที่ยังเป็นคนนำพาให้สโมสรขับเคลื่อนมาเรื่อยจากการแยกตัวออกมาของ บายอน กับสมาชิกทำให้ทั้งสองทีมการเป็นทีมคู่ปรับร่วมเมืองในเวลานั้นและทั้งสองทีมก็กำลังแข่งขันกันในระดับแคว้นของคัมปาเนีย โดยที่ผลงานของ Naples FCB ทำได้ดีกว่าในปีแรกที่แยกตัวออกมาแต่ผลสุดท้ายพวกเขาก็ไปพลาดท่าแพ้ให้กับ ลาซิโอ ในนัดถัดมาอยู่ดีในปี 1915 ทั้งคู่ต้องมาห่ำหั่นกันในนัดชิงชนะเลิศแต่เกมดังกล่าวก็ต้องถูกยกเลิกไปเพราะว่าเกิดสงครามโลกขึ้นมาในปีนั้นพอดี หลังจากที่ไฟสงครามเบาบางลงและทั้งสองสโมสรก็กลับลงสนามในระดับแคว้นอีกครั้งแต่ด้วยสถานะทางการเงินของทั้งสองทีมที่ย่ำแย่พอๆกันจนเป็นเหตุที่ทำให้ทั้งสองทีมกลับมารวมตัวกันอีกครั้งจนได้กลายมาเป็นสโมสร Foot-Ball Club Internazionale-Naples หรือ FBC Internaples

แต่ว่าหลังจากที่ จอร์โจ้ อัสคาเรลรี่ ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานสโมสรคนใหม่ก็ได้มีการเปลี่ยนมาใช้ชื่อสโมสรใหม่ว่า Associazione Calcio Napoli ในวันที่ 23 สิงหาคม 1962 ไปจนถึงการเริ่มดวลศึกในสงครามลูกหนังลีกสูงสุดของประเทศก็ได้เปลี่ยนมาใช้ ดีวีซีโอเน่ นาซิโอนาเล่ และพวกเขาได้ถูกคัดเลือกให้ลงเล่นในศึกลูกหนังเมืองมาเฟียที่ปรับปรุงระบบมาเป็น เซเรีย อา เมื่อปี 1929 พวกเขายังคงสามารถรักษาฟอร์มให้อยู่รอดในตารางของ เซเรีย อา มาได้ ในฤดูกาลต่อมา นาโปลี ผลงานของพวกเขาดีขึ้นตามลำดับสามารถจับอันดับที่ 5 ของลีกมาครองไว้ได้ อีก 4 ฤดูกาลต่อมาพวกเขาก็ยังเดินหน้าพัฒนาฝีเท้าและฟอร์มการเล่นให้ดีขึ้นเรื่อยจนขยับมาอยู่ในอันดับ 3 ของ เซเรีย อา ได้ในปี 1934 หลังจากนั้นไม่นานจากสถานการณ์ที่ไม่ค่อยสงบเพราะเป็นยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกเขาก็กลับมีผลงานที่ตกต่ำลงไปจนแทบจะตกชั้นลงไปในดิวิชั่น 2 แต่ก็ยังสามารถประครองอันดับจนจบอยู่ในอันดับ 4 ของท้ายตารางรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็ต้องทุรนทุรายอยู่ในโซนหนีตายมาตลอดจนกระทั่งฤดูกาล 1942 พวกเขาไม่สามารถรักษาอันดับให้มีสิทธ์เล่นอยู่ในลีกสูงสุดได้เนื่องจากผลงานย่ำแย่จนต้องหล่นไปอยู่ในโซนหนีตายแต่ผลสุดท้ายพวกเขาก็ไม่รอดและต้องตกชั้นลงสู่ดิวิชั่น 2 ในปีต่อมา หลังจากที่พวกเขาวนเวียนอยู่ใน เซเรีย บี อยู่ได้เพียงแค่ปีเดียวก็เกือบจะเลื่อนชั้นกลับมาได้เพราะจอดเข้าป้ายอันดับ 3 ของลีก และหลังจากนั้น นาโปลี ก็เปลี่ยนสนามเหย้าใหม่โดยหันไปใช้สนาม สตาดิโอ อาร์ตูโร่ คอลลาน่า แทนพร้อมกับฟุตบอลลีกของประเทศต้องหยุดชะงักไปสองปีเนื่องจากมีสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดขึ้น

ต่อมาในช่วงปี 1946 สมาพันธ์ฟุตบอลอิตาลีประกาศให้เริ่มมีการลงแข่งขันเกมลีกอีกครั้งหลังจากที่พักยกเอาชีวิตรอดจากสงครามโลก การกลับมาในครั้งนี้พวกเขาทำผลงานได้ดีจนสามรถเลื่อนชั้นมาบนสังเวียน เซเรีย อา ได้สำเร็จแต่แล้วไม่นานเหมือนสภาวะความกดดันของลีกสูงสุดจะทำให้ฟอร์มของพวกเขาดูจืดชื้ดลงไปผลสุดท้ายไม่นาน นาโปลี ก็ต้องตกชั้นลงมาในดิวิชั่น 2 อีกครั้งหนึ่งพวกเขากลับขึ้นมาบน เซเรีย อาได้อีกครั้งเมื่อปี 1950 และเกาะอยู่ในลีกสูงสุดตั้งแต่นั้นมาเรื่อยๆและในช่วงปี 1959 สโมสรมีการย้ายถิ่นฐานจากรังเหย้ารังเดิมมาเป็น สตาดิโอ ซาน เปาโล และพวกเขาก็ปักหลักใช้สนามแห่งนี้มาจนถึงปัจจุบัน ในปีแรกของการย้ายรังเหย้าพวกเขาทำผลงานได้ย่ำแย่จนสุดท้ายต้องตกชั้นลงไปอีกครั้งหลังสิ้นฤดูกาล 1963 สลับขึ้นมาได้ไม่นานก็ต้องตกชั้นไปอีกเหมือนเคยอีก 2 ปีต่อมา สโมสรหันมาใช้ชื่อเดิมว่า โซเซียต้า สปอร์ติว่า กัลโช่ นาโปลี หรือชื่อทีมในปัจจุบันที่ยังคงใช้มานานตั้งแต่ในปี 1965 พร้อมกับหลังจบฤดูกาลนั้นพวกเขาก็เลื่อนชั้นมาอยู่ เซเรีย อา ได้สำเร็จอีกหนหนึ่ง หลัังขยับกลับขึ่นมาได้เพียงฤดูกาลเดียวผลงานของพวกเขาโฉบเฉี่ยวได้ใจและรั้งอันดับ 3 ของตารางไว้ได้สำเร็จ ฤดูกาลถัดมา นาโปลี ยังคงสามารถประครองตัวให้อยู่ในครึ่งบนของตารางไว้ได้แต่ความสำเร็จอะไรๆก็ยังไม่ตกมาถึงมือของพวกเขา พอเข้าฤดูกาล 1968 ฟอร์มของพวกเขาดุดันเอาเรื่องแต่ก็ดันมาพลาดท่าช่วงโค้งท้ายๆของฤดูกาลนั้นจนทำให้พวกเขาโดน เอซี มิลาน ปาดหน้าเอาแชมป์ไปครอง ส่วนอันดับ 2 ตกเป็นของพวกเขา หลายปีที่พวกเขาเก็บประสบการณ์การในลีกสูงสุดจนในที่สุดพวกเขาก็มาได้รางวัลแชมป์ถ้วยโทรฟี่ รายการ อิตาเลี่ยน คัพ หรือ โคปปา อิตาเลีย และยังมาได้บอลถ้วยรายการ แองโกล-อิตาเลีย คัพ ที่จัดขึ้นให้กับสโมสรในลีก อิตาลี และ อังกฤษ ที่ผ่านการคัดเลือกมาร่วมเข้าแข่งขันในทัวร์นาเมนต์เพื่อรับรางวัล แต่ก็มีการจัดฟุตบอลรายการนี้อยู่ได้ไม่นานเพียงแค่ 10 ปีพวกเขาก็ยกเลิกการแข้งขันนี้ออกไป

ในปี 1977 นาโปลี ได้รับคัดเลือกให้ไปเล่นฟุตบอลถ้วยรายการ ยูโรเปี้ยนส์ คัพ วินเนอร์ส คัพ ในฐานะทีมแชมป์ อิตาเลี่ยน คัพ ในปีก่อน แม้ว่าพวกเขาจะผ่านทะลุเข้าไปถึงนัดชิงชนะเลิศได้สำเร็จแต่ก็โดนยอดทีมจาก เบลเยี่ยม อย่าง อันเดอร์เลชท์ ปาดหน้าเอาแชมป์ไปครองได้ในปีนั้น ตลอดหลายปีที่พวกเขาอยู่ในลีกสูงสุดยังคงเป็นทีมที่เกาะกลุ่มหัวตาราง แต่จู่ๆในช่วงปี 1984 ผลงานของทีมกับดูออกจะย่ำแย่ต้องดิ้นรนหนีตกชั้นจนวินาทีสุดท้าย แต่พวกเขาก็รอดจากการตกชั้นมาได้อย่างเฉียนฉิว ในปีเดียวกันครึ่งแรกของซีซั่นที่ผลงานไม่ไปไหนสโมสรจึงได้ตัดสินใจทุ่มเงินที่มีหมดหน้าตักหรืออาจจะควักเนื้อสะด้วยเพื่อไปขอซื้อตัวนักเตะแนวหน้าอย่าง ดีเอโก้ มาราดอนน่า มาจากสโมสร บาร์เซโลน่า ศึก ลาลีก้า สเปน พร้อมกับปิดดีลได้สำเร็จพร้อมกับการทำลายสถิติค่าตัวนักเตะที่แพงที่สุดของโลกในเวลานั้นและการเข้ามาของตำนานนักเตะชื่อดังคนนี้ก็ทำให้ทีมเริ่มมีแนวโน้มไปในทางที่ดีขึ้นจากก่อนหน้านั้นที่เคยลุ้นหนีตายก็วนเวียนกลับมาอยู่อันดับ 8 ของตารางคะแนนได้ในปีต่อมา หลังจากการมาของ มาราดอนน่า เข้าสู่ฤดูกาลที่สองของเขา เจ้าตัวก็พาสโมสรประสบความสำเร็จครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดหรือ เซเรีย อา มาได้(สำเร็จในฤดูกาล 1987) พวกเขาพยายามจะป้องกันแชมป์ในซีซั่นต่อมาแต่ก็ไม่สามารถต้านความร้อนแรงของกองทัพ ปีศาจแดง-ดำ เอซี มิลาน ไว้ได้พวกเขาต้องยอมสิโรราพและยอมจบในอันดับที่ 2 ของลีกหลังจากนั้น นาโปลี ก็ตกเป็นพระรองใน เซเรีย อา มาเรื่อยๆเหมือนกับว่าพวกเขาใกล้ว่าที่แชมป์ลีกเมื่อไหร่ เหตุการณ์ย่ำแย่มักจะเกิดตามมาในช่วงท้ายๆของฤดูกาล พวกเขามีผลงานที่ดีทั้งเกมลีกและเกมบอลถ้วยแต่ก็ไม่สามารถสร้างเสียงเฮด้วยการเอาแชมป์มาครองได้ แต่ผลสุดท้ายความภาคภูมิใจของพวกเขาก็มาถึงในฤดูกาล 1989 พวกเขาสามารถคว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ มาครองได้เป็นครั้งแรก นับว่าเป็นถ้วยโทรฟี่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรปในเวลานั้น

ความสำเร็จต่อมเกิดขึ้นอีกครั้งในฤดูกาล 1989-90 ด้วยความฮ็อตของ มาราดอนน่า ที่ไล่ล่าตาข่ายจนได้รางวัลดาวซัลโวสูงสุดในลีกมาครองก็ช่วยให้ นาโปลี กลับมาคว้าแชมป์ลีกได้เป็นหนที่สองได้อีกครั้ง แม้จะมีแฟนบอลบางกลุ่มของ เอซี มิลาน รุมดราม่าถึงการเป็นแชมป์ของพวกเขาก็ไม่ได้เป็นกระแสใหญ่โตอะไรมากมายเรื่องของเรื่องคือในปีที่พวกเขาได้แชมป์มานั้นมาจากการแจกแต้มให้โดยแฟนบอลของทีมฟุตบอลร่วมลีกอย่าง อตาลันต้า ที่ดันไปปาเหรียญใส่นักเตะของ นาโปลี จนทางสมาคมฟุตบอลออกมาตัดแต้มของ อตาลันต้า ไปบวกให้กับ นาโปลี แทนที่ผลคะแนนในเกมวันนั้นจบกันที่การเสมอไป 0-0 แต่ถึงอย่างไรช่วงสุดท้ายก่อนที่ นาโปลี จะได้แชมป์ เอซี มิลาน เองก็ไปพลาดท่าแพ้ให้กับ เวโรน่า เองด้วยจนกลายมาเป็นการไล่ล่าแชมป์ลีกที่สุดแสนจะเข้มข้นในปีนั้นและหลังจากนั้นขุนพลของ อัซซูรี่ เองก็ไม่เคยได้ประสบความสำเร็จใจระดับแชมป์ลีกสูงสุดอีกเลยตั้งแต่ครั้งนั้นเป็นต้นมา แต่เหตุการณ์และความน่าสนใจของพวกเขายังคงมีอยู่หลายเหตุการณ์ อาทิเช่น ข่าวร้ายของสโมสรเมื่อ มาราดอนน่า สตาร์ตัวเก่งของทีมถูกตรวจสอบว่าเขาแอบใช้สารเสพติดประเภทโคเคน จนทำให้ เจ้าตัว ต้องถูกดำเนินคดีและหนีกลับบ้านเกิดไป จนกระทั่งในปี 1992 การเข้ามาของ เคลาโอ รานิเอรี่ กุนซือคนใหม่ของทีมก็ได้ตัดสินใจยอมแยกทางกับ มาราดอนน่า ตั้งแต่ที่เขาเริ่มเข้ามาทำหน้าที่แต่ก็ยังพาทีมสามารถจบในอันดับ 4 ของลีกได้ในปีแรกของเจ้าตัว

แต่หลังจากนั้นการเข้ามาของ รานิเอรี่ ได้เพียงปีเดียวเขาก็สละเก้าอี้ออกจากตำแหน่ง จนทีมได้มีการเปลี่ยนกุนซือคนแล้วคนเล่าแต่ว่าสโมสรก็ไม่ได้สำเร็จใดใดมาครองและปีที่หนักสุดก็คือปี 1998 พวกเขาเปลี่ยนกุนซือถึง 4 รายในปีเดียวเพื่อที่ต้องการให้ทีมปลอดภัยจากโซนตกชั้นแต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จถึงเวลาที่พวกเขาต้องเก็บกระเป๋าลงสู่ดิวิชั่น 2 อีกครั้งหลังจากที่อยู่บนลีกสูงสุดมานานหลายปี พวกเขาตกชั้นลงไปแค่เพียง 2 ปีก็กลับมาได้เหมือนเคยแต่หลังจากขึ้นมาได้แค่เพียงปีเดียวเหตุการซ้ำรอยเดิมพวกเขาต้องเกาะกลุ่มลุ้นหนีตายมาจนถึงสุดท้ายก็ตกชั้นเหมือนเดิม นาโปลี ต้องใช้ความพยายามอยู่นานหลายปีกว่าจะกลับมาอยู่ในเซเรีย เอ ได้พวกเขาต้องเจอกับปัญหาใหญ่ที่หนักกว่าการตกชั้นคือการตรวจสอบพบว่าสโมรมีหนีสิ้นก้อนโตที่ยังไม่ได้ชำระโดยมีจำนวนมากถึง 70 ล้านยูโร จนนำไปสู่การเป็นทีมฟุตบอลล้มละลายในปี 2004 แต่ด้วยความพยายามของโปรดิวเซอร์ชื่อดังอย่าง ออเรลิโอ เด ลอเรนติส ที่เป็นหนึ่งในประชากรเมือง เนเปิ้ลส์ เขาไม่ต้องการให้ทีมฟุตบอลที่มีประวัติมาอย่างยาวนานอย่าง นาโปลี ต้องหายไปจนได้ก่อตั้งสโมสรขึ้นมาใหม่โดยเริ่มลงแข่งในดิวิชั่น 3 มากตั้งแต่ฤดูกาล 2005 พวกเขาก็สามารถกลับเลื่อนชั้นขึ้นมาอยู่ใน เซเรีย บี ได้สำเร็จในการลงเตะเพลย์ออฟแต่ผลสุดท้ายก็ต้องพลาดท่าแพ้ให้กับ อเวลลิโน่ ไปในที่สุด ในปีต่อมา นาโปลี ที่ลงเล่นในดิวิชั่น 3 ในฐานะสโมสรที่ก่อตั้งใหม่นั้น เอาเข้าจริงๆพวกเขาก็ยังคงมีฐานของแฟนบอลที่สูงสุดในประเทศแถมยังมีตัวเลขเฉลี่ยออกมาต่อนัดของพวกเขาที่ลงเล่นสนามเหย้าเมื่อไหร่มีคนชมมากถึง 51,000 คนดูและเหตุนี้ก็ทำให้ทีมยังคงมีกำลังเงินพอที่จะขับเคลื่อนต่อไปแถมยังได้ ลอเรนติส เจ้าของสโมสรคนใหม่ที่เข้ามาช่วยบริหารทีมจนสามารถหวนกลับมาใช้ชื่อคลับเดิม Società Sportiva Calcio Napoli ได้ในปี 2005-2006

ในฤดูกาลต่อมา นาโปลี ลงฟาดแข้งใน เซเรีย บี จนได้เลื่อนชั้นพร้อมกับการเจอกลับคู่ปรับเก่า อย่าง ยูเวนตุส ที่โดนลงโทษในคดี กัลโช่โปลี จนต้องถูกปรับตกชั้นลงมานับว่าเป็นการอุ่นเครื่องเพื่อการเตรียมพร้อมในการขยับกลับขึ้นไปในเวทีสูงสุดของอิตาลีครั้งนอกจากนั้นยังมี เจนัว อีกหนึ่งทีมที่สามารถฝ่าชะตากรรมเกาะตามเลื่อนชั้นกันขึ้นมาเช่นเดียวกัน และการเลื่อนชั้นกลับขึ้นมาของ นาโปลี เหมือนจะเป็นครั้งที่ยาวนานอีกครั้งเพราะด้วยผลงานที่ดีขึ้นรวมไปถึงการเสริมทัพนักเตะเข้าทีมมากมายไม่นานพวกเขาก็กลายมาเป็นทีมที่คอยสร้างความวุ่นวายให้กับ บรรดายักษ์ใหญ่ในตารางของ กัลโช่ เซเรีย อา ในปี 2012 ยอดทีมจากเมืองเนเปิ้ลส์ก็พาตัวเองกลับไปเล่นในรายการบอลถ้วยยุโรปอีกครั้ง ภายใต้หลังจากที่ได้มีการปรับปรุงมาเป็นชื่อรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในการเข้ามาเล่นบอลถ้วยยุโรปครั้งนี้ นาโปลี ไปสิ้นสุดอยู่ที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายถือว่าเป็นผลงานที่น่าประทับใจทีเดียวในปี เดียวกันจากการนำทัพขับเคลื่อนด้วยกุนซืออย่าง วอลเตอร์ มาซซารี่ พวกเขาสามารถเข้าไปชิงฟุตบอล โคปปา อิตาเลีย พร้อมกับสามารถเอาชนะยอดทีมจากเมืองตูรินไปได้ 2-0 ผลงานในปีต่อมาของพวกเขายังคงก้าวหน้าขึ้นตามลำดับแต่ก็ไม่เคยได้จับถ้วยแชมป์สักที เข้าสู่ช่วงฤดูกาล 2014 การเข้ามาของ ราฟาเอล เบนนิเตซ กุนซือมากความสามารถที่เข้ามายกระดับให้กับ นาโปลี จนกลายเป็นทีมลุ้นแชมป์ลีกได้เกือบจะทุกฤดูกาลพร้อมกับการจัดทัพนักเตะทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เบนิเตซ พาทีมคว้าแชมป์ โคปปา อิตาเลีย ได้เป็นสมัยที่ 5 พร้อมกับการคว้าถ้วย ซูเปอร์ โคปปา อิตาเลียน่า เป็นครั้งที่สองของประวัติศาสตร์สโมสร และหลังจากนั้นเป็นต้นมาไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงกุนซือหรือนักเตะของทีมแต่อย่างใด ผลงานของพวกเขาก็ยังคงมั่นคงเหมือนเช่นเคยเหมือนพวกเขาได้ปล็ดล็อคจากความผิดพลาดในอดีตไปได้แล้ว โดยฤดูกาล 2018-19 น่าเสียดายที่เป็นได้แค่รองแชมป์ลีกทั้งๆที่ต้นฤดูกาลพวกเขาได้นั่งบัลลังค์จ่าฝูงของตารางมาอย่างยาวนานก่อนจะถูก ยูเวนตุส มาปาดหน้าทำแต้มหนีพวกเขาไป 4 คะแนนเบียดเอาแชมป์สกุตโต้ไปครอง และทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องราวในอดีตของสโมสรที่เรียกได้ว่าเป็นปรปักกับสโมสรยักษ์ใหญ่ในกัลโช่ เซเรีย อา หรือ เรียกง่ายๆว่าพระรองประจำลีกนั่นเอง สรุปความสำเร็จของสโมสรตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ( Updated : 27-4-2020 )

Top Goal Player