TDEDKICK.COM

ยูเวนตุส

( Juventus )


website : http://www.juventus.com/
No. Name Type Join Out
19 เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ผู้เล่น 2018-08-02 -
21 กอนซาโล่ อิกวาอิน ผู้เล่น 2016-07-26 -
77 จานลุยจิ บุฟฟ่อน ผู้เล่น 2019-07-04 -
7 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ผู้เล่น 2018-07-10 -
3 จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ผู้เล่น 2005-01-01 -
6 ซามี่ เคดิร่า ผู้เล่น 2015-06-08 -
8 อารอน แรมซี่ย์ ผู้เล่น 2019-07-01 -
5 มิราเล็ม ปานิช ผู้เล่น 2016-07-01 2020-09-01
16 ฮวน กัวดราโด้ ผู้เล่น 2017-07-01 -
11 ดั๊กลาส คอสต้า ผู้เล่น 2018-07-01 -
12 อเล็กซ์ ซานโดร ผู้เล่น 2015-08-20 -
1 วอจเซียค เซสนี่ ผู้เล่น 2017-07-18 -
- มัตเตีย เปริน ผู้เล่น 2018-07-01 -
31 คาร์โล ปินโซโญ่ ผู้เล่น 2014-07-01 -
13 ดานิโล่ ผู้เล่น 2019-08-07 -
2 มัตเตีย เด ชิโญ่ ผู้เล่น 2017-07-20 -
- มาร์คอ พิยัตซา ผู้เล่น 2016-07-21 -
10 เปาโล ดีบาล่า ผู้เล่น 2015-06-05 -
25 อาเดรียง ราบิโอต์ ผู้เล่น 2019-07-01 -
24 ดานิเอเล่ รูกานี่ ผู้เล่น 2015-02-01 -
- ดาริโอ เดล ฟาโบร ผู้เล่น 2017-07-28 -
33 เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่ ผู้เล่น 2017-07-24 -
30 โรดริโก้ เบนตานคูร์ ผู้เล่น 2017-07-01 -
35 มาร์โก โอลีวีเอรี ผู้เล่น 2020-01-01 -
41 ลูก้า ค็อคโคโล่ ผู้เล่น 2020-01-01 -
4 มัทไธส์ เดอ ลิกท์ ผู้เล่น 2019-07-18 -
46 ลูก้า ซานิมัคเคีย ผู้เล่น 2020-06-01 -
- คริสเตียน โรเมโร่ ผู้เล่น 2019-07-12 -
- ลูก้า เปเยกรินี่ ผู้เล่น 2019-07-01 -
44 จาโคโม่ วรีโอนี่ ผู้เล่น 2020-01-30 -
38 Simone Muratore ผู้เล่น 2020-06-01 -
28 เมริห์ เดมิรัล ผู้เล่น 2019-07-05 -
- ฮันส์ นิโกลุสซี่ คาวิลย่า ผู้เล่น 2019-01-01 -
42 เวสลี่ย์ ผู้เล่น 2020-01-30 -
- เดยัน คูลูเซฟสกี้ ผู้เล่น 2020-01-02 -
- Andrea Pirlo โค้ช 2020-08-08 -
Tournament Join Out
Champions Cup 2019-07-15 2019-08-10
Super Cup 2019-12-21 2019-12-22
Coppa Italia 2019-08-03 2020-06-17
Serie A 2019-08-24 2020-08-02
Champions League Final Stage 2020-02-17 2020-08-23
Club Friendlies 2019-12-31 2020-12-30

ประวัติ : ยูเวนตุส

บนสังเวียนลูกหนังเมืองมาเฟีย หรือศึกฟุตบอล กัลโช่ ของอิตาลีคงไม่มีเคยที่ไม่รู้จักกับทีมฟุตบอลที่มีชื่อว่า ยูเวนตุส เจ้าของฉายา เบียงโคเนียรี่ หรือ เจ้าม้าลาย คลับฟุตบอลที่ถูกก่อตั้งมายาวนานเกิน 100 ปีมีถิ่นฐานตั้งอยู่ในเมืองตูรินประเทศอิตาลีและเป็นทีมฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองตูรินจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันพวกเขาเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จรายการแชมป์ลีกระดับประเทศมากที่สุด พวกเขาคว้าแชมป์ เซเรีย อา มาแล้วถึง 35 สมัยและเป็นแชมป์บอลถ้วย โคปปา อิตาเลีย มาแล้ว 10 ครั้งและยังได้แชมป์รายการ ซูเปอร์ โคปปา อิตาเลียน่า มาอีก 6 สมัย และในระดับทวีป ยูเวนตุส เคยได้แชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ 2 สมัย ยูฟ่า คัพ อีก 3 สมัย ยุคทองของสโมสรอยู่ในช่วงฤดูกาล 2011-2012 ที่พวกเขาสามารถครองแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา มาได้ 8 ปีซ้อนทั้งๆที่นักเตะในชุดนั้นแต่ละรายอายุเฉลี่ยก็ปาเข้าไป 30 ปีได้ จริงๆแล้ว ฉายา ของสโมสรในภาษาอิตาลีคำว่า “La Vecchia Signora” ไม่ได้มีความหมายว่า ม้าลาย แต่แปลว่า หญิงชรา เหมือนชื่อเรียกฉายาของสโมสร แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ในเวทีลูกหนัง บุนเดสลีก้า เยอรมัน ยูเว่ หรือ ยูเวนตุส ตามที่คนไทยบ้านเราเรียกกันในอดีตพวกเขาเคยสร้างตราบาปให้กับแฟนบอลและทีมของพวกเขาเองเมื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีโกงผลการแข่งขันเข้าไปมีส่วนร่วมกับวงการพนันจนภายหลังสมาคมฟุตบอล อิตาลี ได้ตัดสินคดีนี้ว่า เจ้าม้ายลาย มีความผิดจริงจนทำให้สโมสรถุกปรับตกชั้นลงมาในทันทีที่คดีสิ้นสุดลง แต่ช่วงเวลาที่พวกเขาถูกตราหน้าก็ถูกลบเลือนด้วยความสำเร็จมากมายตามมาหลังจากที่พวกเขาตกชั้นลงไปได้เพียงแค่ปีเดียวก็ยังทะยานกลับสู่ดิวิชั่นสูงสุดได้อย่างรวดเร็ว นับว่าเป็นสโมสรที่มีทั้งเรื่องดราม่าและความน่าประทับใจในสโมสรแห่งนี้ วันนี้เราจะมาย้อนรอยกลับไปถึงเรื่องราวในอดีตของ เบียงโคเนียรี่ ว่าเดิมที่จุดเริ่มต้นและความเป็นมาของพวกเขาเริ่มต้นขึ้นได้ยังไงแล้วทำไมถึงได้มีความสำเร็จที่นำหน้าสโมสรอื่นๆในลีกไปไกล

ย้อนกลับไปในวันที่ 1 พฤศจิกายน 1897 เป็นวันที่เริ่มมีการก่อตั้งสโมสร จากนักเรียนชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า มัซซิโม่ เด อาเซกีโล เป็นคนริเริ่มจัดตั้งทีมฟุตบอลแห่งนี้ขึ้นมา พวกเขาใช้ชื่อเดิมเริ่มแรกของสโมสรว่า สปอร์ต คลับ ยูเวนตุส พวกเขาใช้เวลาแค่เพียง 2 ปีหลังจากการก่อตั้งก็สามารถพาทีมเข้าไปร่วมในรายการแข่งขันเกมลีกของระดับประเทศและพวกเขามีสนามเหย้าที่มีชื่อว่า เวโลโดรโมฮัมเบรโต ที่ตั้งอยู่ในเมืองตูริน ยูเว่ เริ่มมาประกาศศักดาด้วยการคว้าแชมป์แรกในปี 1905 และชุดเหย้าที่พวกเขาใส่ลงฟาดแข้งเดิมทีเป็นสีขาว สลับ ดำ ซึ่งเปรียบเสมือนสัตว์ป่าชนิดหนึ่งก็คือม้าลายจนได้ ฉายา เบียงโคเนียรี่ มาใช้กันจนถึงปัจจุบัน ช่วงปีต่อมา อิตาลี เข้าสู่สภาวะสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้นักเตะในทีมต่างพากันลี้ภัยจนสุดท้ายทำให้ทีมฟุตบอลแห่งนี้ห่างหายไปจากวงการลูกหนังพักใหญ่ และพวกเขาเริ่มกลับมาลงสนามอย่างยิ่งในช่วงปี 1923 การเข้ามาควบกิจการของบริษัติ “เฟียต” บริษัทผลิตยานยนต์ระดับโลกในเมืองตูริน เข้ามาเป็นเจ้าของสโมสรการเข้ามาของ เฟียต พวกเขาก็เร่งให้มีการก่อสร้างสนามเหย้าของ ยูเวนตุส ขึ้นมาใหม่เพราะว่าสนามเก่าที่พวกเขาเคยใช้ได้พังทลายไปพร้อมกับสงครามโลก ในปี 1926 สโมสรสามารถคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้งโดยการตัดเชือกด้วยการเอาชนะ อัลบา โรม่า ทั้งนัดเหย้าและเยือนรวมกันไป 12-1 ประตู และเป็นการทำประตูของนักเตะยอดเยี่ยมประจำลีกในฤดูกาล 1925-26 อย่าง อันโตนีโอ โวจาค ต่อมาหลังจากสิ้นทศวรรษที่ 20 กาวใหม่ภายใต้ชื่อเรียกใหม่เป็น กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ยอดทีมจากเมืองตูรินประกาศความยิ่งใหญ่ด้วยการเป็นแชมป์ลีกทีมแรกตั้งแต่เริ่มมี เซเรีย อา ภายหลังต่ามา ยูเวนตุส ก็ยังเป็นทีมที่คอยไล่ล่าความสำเร็จมาครองอย่างต่อเนื่องในช่วงทศวรรษที่ 30 จากการนำทัพโดย คาร์โล คาร์คาโน่

ฤดูกาลต่อมา เจ้าม้าลาย ยังคงสามารถป้องกันแชมป์ลีกสูงสุดไว้ได้ ต่ามาในปี 1933 บันทึกหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังเมืองมาเฟีย ได้จารึกชื่อ ยูเวนตุส อยู่ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นทีมที่ 3 ที่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้ 3 สมัยติดต่อกัน โดยก่อนหน้านั้นเคยมี เจนัว และ โปร เวอร์เชลลี่ ที่เคยทำมาได้ก่อนหลังจากนั้น ยูเว่ ได้ปลี่ยนมาใช้สนามเหย้าใหม่คือ สตาดิโอ คอมมูนาเล่ และยังคงประสบความาสำเร็จในระดับลีกด้วยการป้องกันแชมป์ได้อีกครั้งเป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกันสูงกว่าสโมสรอื่นไหนที่เคยทำได้ในตอนนั้นหลังสิ้นฤดูกาล คาร์โล คาร์คาโน่ ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับสโมสร เจนัว ทีมคู่ปรับในลีกเดียวกันแต่ถึงแม้ว่ากุนซือที่ช่วยให้ทีมประกาศศักดาได้อยู่หลายครั้งใน เซเรีย อา จะจากไป ยูเวนตุส ยังคงเดินหน้าเก็บความสำเร็จต่อเนื่อง ในปี 1935 พวกเขาก็ได้แชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 5 ติดต่อกันขึ้นหน้าประวัติศาสตร์ว่าเป็นทีมแรกของสโมสรฟุตบอลในอิตาลีที่ทำได้และหลังจากนั้นสโมสรก็เงียบหายไปจากทำเนียบแชมป์ เซเรีย อา แต่ต่อมาในปี 1938 พวกเขายังสามารถสร้างผลงานให้แฟนบอลเป็นรางวัลปลอบใจด้วยการคว้าถ้วยโทรฟี่ โคปปา อิตาลี มาครองได้สำเร็จด้วยการเอาชนะทีมคู่ปรับในเมืองตูรินอย่าง โตริโน่ ช่วงหลายปีต่อมาเหมือนจะยังไม่ใช่ยุคแห่งความสำเร็จของพวกเขาแต่ก็ยังคงเดินหน้าตามหาความสำเร็จมาให้กับแฟนบอลจนมาในปี 1942 เจ้าม้าลาย ก็มาได้รางวัลปลอบใจในรายการ โคปา อิตาเลีย อีกสมัยนับเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้โทรฟี่นี้มาครอง 8 ปีต่อมาหลังจากที่คว้าบอลถ้วย อิตาเลียน คัพ แฟนบอลของ เบียงโคเนียรี่ ก็ได้เฮกันอีกครั้งจากการรอคอยที่ยาวนานทีมรักของพวกเขาสามารถครองแชมป์ลีก สคุตโต้ ได้เป็นสมัยที่ 6 โดยมีแต้มเหนือทีมอันดับ 2 อย่าง เอซี มิลาน อยู่ 5 แต้มด้วยกันและถูกคั่นแชมป์ลีกในปีต่อมาโดย เอซี มิลาน ต่อมาในฤดูกาล 1952 พวกเขาสามารถกลับมาทวงบัลลังค์แชมป์ได้อีกครั้งและต้องขอบคุณดาวยิงอย่าง ยอห์น แฮนเซ่น ที่ช่วยผลิตสกอร์ให้กับทีมไปได้มากถึง 30 ประตูและเจ้าตัวยังได้รางวัลส่วนตัวคือดาวซัลโวสูงสุดในปีนั้น ในปี 1958 พวกเขาถูกยกย่องจากสมาคมฟุตบอลอิตาลีหลังจากการคว้าแชมป์ลีกมาได้ถึงครั้งที่ 10 ขึ้นทำเนียบเป็นทีมแรกที่ทำได้จนได้ดาวเกรียติยศปักลงบนอกเสื้่อแข่งตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา

ฤดูกาล 1959 พวกเขาก็ผ่านเข้าไปถึงนัดชิง โคปปา อิตาเลีย กับทางฝั่งของ งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน แต่สุดท้าย เจ้าม้าลาย สามารถเก็บชัยชนะไปได้ 4-1 ฯ สนาม ซานซีโร่ รังเหย้าของ เอซี มิลาน และ อินเตอร์ ปี คส.1960 ความร้อนแรงของทีมยังไม่มีใครมาหยุดได้เมื่อในซีซั่นนั้นพวกเขาคว้าดับเบิ้ลแชมป์มรครอง ทั้งแชมป์ฟุตบอลลีก เซเรีย อา และบอลถ้วย อิตาลี คัพ หลังจากสิ้นฤดูกาลเข้าซีซั่นใหม่พวกเขาก็มาได้แชมป์ลีกอีกครั้งและยังมีนักเตะในทีมอย่าง โอมาร์ ซิวอรี่ ที่ได้รับรางวัล บัลลง ดอร์ เป็นนักเตะคนแรกของ ยูเว่ ที่ได้รางวัลอันทรงเกรียตินี้มาครอง ในปี 1965 ยูเวนตุส คว้าถ้วย โคปปา อิตาเลี่ยน มาได้เป็นสมัยที่ 5 และเวลาต่อมาพวกเขายังคงเป็นทีมที่คอยปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกมาครองเหนือคู่แข่งตัวฉกาจในตอนนั้นไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์ มิลาน ลาซิโอ หรือ เอซี มิลาน 3 ทีมที่ทรงอำนาจในวงการลูกหนังอิตาลีแต่ถึงยัง ยูเวนตุส ก็ยังนำหน้าของพวกเขาได้หนึ่งก้าวเสมอในปี 1972 หลังการจากไปของ อาร์มันโด ปิคคี่ กุนซือของทีมที่ตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็งและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ก็ทำให้ทีมได้เปิดดอกาสให้กับเฮชโค้ชชุดเยาวชนอย่าง เชสท์เทีย วิซปาเล็ก สามารถก้าวขึ้นมาทำหน้าที่เป็นกุนซือคนใหม่และได้พาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นสมัยที่ 14 และเมื่อเขาได้สร้างผลงานให้กับทีม วิซปาเล็ก ก็ยังได้รับโอกาสในการคุมทีมในปีถัดมาพร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้อีกหนและผ่านเข้าไปเล่นในนัดชิงชนะเลิศรายการ ยูโรเปี้ยน คัพ เป็นครั้งแรก แต่พวกเขาก็พ่ายแพ้ให้กับยอดทีมจาก เนเธอร์แลนด์ อย่าง อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม ไป 1-0 ณ สนาม เร้ด สตาร์สเตเดี้ยม ในปีเดียวกันพวกเขาก็ได้เข้าชิงในรายการ โคปปา อิตาเลีย ด้วยโดยเป็นปีที่พวกเขาไม่ได้แชมป์บอลถ้วยมาครองเลย หลังจากที่แพ้ให้กับ เอซี มิลาน ในนัดชิงโคปปา รวมไปถึงการผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลรายการ อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ ที่จริงๆแล้วต้องเป็น อาแจกซ์ ที่เข้าร่วมรายการแต่พวกเขาก็ปฏิเสธการแข่งขันจนทำให้ ยูเวนตุส ในฐานะทีมรองแชมป์เข้าไปแข่งแทนแต่ผลสุดท้ายพวกเขาก็พ่ายแพ้กลับมาโดยเป็นการเจอกัน อินดินเพนเดนเต้ สุดยอดสโมสรของลีกฟุตบอล อาร์เจนติน้า พรีเมียร์ร่า ดิวิชั่น หลีงจากนั้น

ปี 1975 คาร์โล ปาร์โรล่า อดีตแข้งของทีมขยับขึ้นมารับตำแหน่งเป็น ผจก.ให้กับ เจ้าม้าลาย และเขาก็ไม่ทำให้แฟนบอลชาว เบียงโคเนียรี่ ต้องผิดหวังพาทีมเดินทางมาจนถึงสิ้นฤดูกาลสามารถคว้าแชมป์ลีกไปครองได้อีกหน แต่หลังจากนั้น 2 ปี ปาร์โรล่า ก็ตัดสินใจอำลาออกจากตำแหน่งเปลี่ยนมาเป็น โจวานนี่ ตราปัตโตนี่ กุนซือผู้สร้างความสำเร็จให้กับสโมสรมากที่สุด ในปี 1977 ตราปัตโตนี่ พาทีมเข้าชิงฟุตบอลถ้วย ยูฟ่า คัพ โดยนัดชิงเจอกับทาง แอธเลติก บิลเบา จากลาลีก้าสเปนและสามารถเอาชนะไปได้ทำให้พวกเขาได้รางวัลบอลถ้วยยุโรปมาครองเป็นใบแรกของทีม พร้อมกลับดับเบิ้ลแชมป์ในอีก 4 วันต่อมาก่อนสิ้นฤดูกาลพวกเขาก็คว้าแชมป์ สกุตโต้ มาครองได้อีกสมัย ปีต่อมา ยูเว่ ป้องกันแชมป์ได้ก่อนในปี 1978 หลังจากที่ป้องกันแชมป์พวกเขาก็เสียแชมป์ไปให้กับ เอซี มิลาน และกลับมาได้แชมป์ลีกอีกครั้งในปี 1981 โดยยังคงเป็นผลงานของกุนซือมากความสามารถอย่าง ตราปัตโตนี่ แม้ว่าในปี 1982 เจ้าของ บัลลง ดอร์ คนที่ 2 ของทีมคือ เปาโร รอสซี่ ที่พึ่งกลับมาลงเล่นให้กับทีมได้ในปีนั้นโดยที่ก่อนหน้านั้นเขาโดนตัดสินโทษแบนเนื่องจากไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีล้มบอลแต่หลังจากการกลับมาลงเล่นของพวกเขาเจ้าตัวก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนขึ้นแท่นเป็นดาลซัลโวร่วมในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 1982 ปีต่อมา ยูเว่ ยังคงเดินหน้าเสริมทัพนักเตะเข้าทีมแต่พวกเขาก็เสียงแชมป์ลีกไปให้กับ อา.เอส. โรม่า แต่ก็มาได้รางวัลปลอบใจในรายการ โคปปา อิตาเลีย โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 สำหรับพวกเขาและแม้ว่าพวกเขาจะผ่านเข้ารอบไปถึงนัดชิงฟุตบอลถ้วย ยูฟ่า คัพ แต่ก็ต้องกลับมาด้วยความผิดหวังหลังจากแพ้ให้กับทาง ฮัมบูร์ก ไปในนัดชิง ในปี 1984 ยูเวนตุส มาปาดหน้า โรม่า คว้าแชมป์ เซเรีย อา ก่อนที่ หมาป่าเหลือง-แดง จะลงฟาดแข้งในเกมลีกนัดสุดท้ายใน

ปีดังกล่าว ม้าลาย ประกาศชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกเมื่อพวกเขาสามารถคว้าดับเบิ้ลแชมป์พร้อมกับได้แชมป์บอลถ้วยในระดับยุโรปมาถึงสองใบ โดยใบแรกมาจากลงแข่งนัดชิงกับ เอฟซี ปอร์โต้ รายการ ยูโรเปี้ยนส์ คัพ วินเนอร์ส คัพ และเอาชัยชนะมาครองได้สำเร็จ หลังจากนั้นก็ลงสนามเจอกับทาง ลิเวอร์พูล ยอดทีมจากเกาะอังกฤษในศึกฟุตบอล ยูโรเปี้ยนส์ ซูเปอร์คัพ ต่อมาในซีซั่น 1985 พวกเขาทำผลงานในเกมลีกดร็อปลงอย่างมากจนสามารถจับได้เพียงอันดับ 6 ของลีกหลังสิ้นฤดูกาลแต่ในปีเดียวกันนั้นพวกเขาก็ได้จารึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วยการครองแชมป์เป็น เจ้ายุโรป ได้เป็นครั้งแรกโดยการเอาชนะ ลิเวอร์พูล ที่สนาม เฮย์เซล สเตเดี้ยม กรุงบริสเซลล์ ไปได้แต่ในความดื่มด่ำชัยชนะของพวกเขากับเกิดเหตุการณ์อันน่าเศร้าเมื่อในเกมวันดังกล่าวต้องมีแฟนบอลเสียชีวิตไปมากถึง 39 ราย หลังจากความไม่พอใจของแฟนคลับ หงส์แดง ที่มีทั้งอาการเมาและอาการเลือดร้อนขับต้อนแฟนบอล ยูเว่ จนต้องวิ่งหนีเหตุการณ์จราจล จนผลสุดท้ายกำแพงกั้นระหว่างกองเชียร์ได้พังลงมาถล่มแฟนบอลที่กำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น หลังจากที่เป็นจ้าวยุโรปได้แล้ว ยูเว่ เดินหน้าลงแข่งในรายการ อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ เจอกับ อาร์เจติโนส จูเนียร์ ผลที่ออกมาเสมอกันในเวลาอยู่ที่ 2-2 แต่ด้วยความคมของนักเตะทางฝั่งของ เบียงโคเนรี่ ทำให้พวกเขาได้แชมป์มาครองอีกหนึ่งรายการแถมยังได้บันทึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังอีกว่า ยูเว่ เป็นทีมแรกที่ได้แชมป์ครบทุกรายการเท่าที่สโมสรในยุโรปมีสิทธิ์จะเข้าร่วมได้ 1986 ถึงพวกเขาจะขยับขยายทีมด้วยการปล่อยนักเตะบางรายที่ไม่ได้ใช้งานออกจากทีมไป แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังเอาแชมป์ลีกมาครองได้อีกสมัยพร้อมกับการอำลาตำแหน่งผู้จัดการทีมอย่าง ตราปัตโตนี่ กับการทำงานร่วมกับสโมสรมานานถึง 10 ปี หลังจาการจากไปของ ตราปัตโตนี่ ดูเหมือนว่าเอฟเฟคที่ตามมาของทีมก็ดูจะตามมาในทันทีสโมสรกลายเป็นทีมที่ต้องมาคอยไล่บี้การคว้าแชมป์ลีกตามหลังทีมอย่าง นาโปลี และ อินเตอร์ มิลาน แต่ในปี 1990 พวกเขาก็ยังทำผลงานในบอลถ้วยยุโรปได้ดีสามารถเอาชนะ ฟิออเรติน่า ในรายการ ยูฟ่า คัพ มาได้ พร้อมกับการคว้าแชมป์รายการ โคปปา มาครองได้อีกครั้ง

ปี 1991 สโมสรสร้างสถิติโลกด้วยการคว้า โรแบร์โต้ บาจโจ้ มาร่วมทีมนับเป็นสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในตอนนั้น จนกระทั่งหลังจากที่สโมสรไม่เห็นความสำเร็จใน กัลโช่ เซเรีย อา ปี 1992 ก็ตัดสินใจไปคว้า โจวานนี่ ตราปัตโตนี่ กลับมาทำหน้าที่เป็นกุนซือให้กับทีมอีกครั้งและการกลับมาของ ตราปัตโตนี่ ก็เกือบที่จะพาทีมทำสำเร็จในการคว้าแชมป์ลีก และ รายการ โคปปา อิตาเลีย แต่ก็ดันไปพลาดท่าเสียทีในโค้งสุดท้ายให้กับ เอซี มิลาน เกมลีก และแพ้ให้กับ ปาร์ม่า ในนัดชิง โคปปา และปีต่อมา “อิลแทร็ป” ฉายาของ ตราปัตโตนี่ ชื่อนี้ก็ไม่เคยทำให้แฟนบอลชาวม้าลายต้องผิดหวังหลังจากเข้ามาคุมทีมในฤดูกาลที่ชวดแชมป์ เขาก็พา ยูเว่ ไปไกลถึงในนัดชิง ยูฟ่า คัพ ก่อนจะจับชัยชนะมาครองได้โดยการถล่มใส่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไป 3-1 และในนัดเยือน 3-0 แต่หลังจากพาทีมได้โทรฟี่มาครอง อิลแทร็ป ก็อำลาสโมสรไปอีกครั้งในฤดูกาลต่อมาในปี 1995 การเข้ามาของ มาร์เซโล่ ลิปปี้ ช่วยพาทีมประกาศศักดาปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกมาครองได้อีกสมัยแถมยังทำแต้มห่างไปไกลจากทีมอันดับ 2 อย่าง ลาซิโอ ไปไกลถึง 10 แต้มนับเป็นครั้งที่ 23 ที่ได้แชมป์ในระดับลีกสูงสุดของอิตาลีนอกจากนั้น ลิปปี้ ยังพาทีมได้แชมป์รายการ โคปปา อิตาเลีย มาครองได้อีกสมัยพร้อมกับความน่าเสียใจเมื่อนักเตะแบ็คซ้ายของทีมอย่าง อันเดรีย ฟอร์ตูนาโต้ แบล็คซ้ายดาวรุ่งของของทีมที่ต้องมาจากไปเพราะโรคมะเร็งหลังจากนั้นปีต่ามา ลิปปี้ ยังคงพาทีมสร้างชื่อเสียงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเป็นแชมป์จ้าวยุโรปสมัยที่ 2 และยังมาได้เข้าชิงในรายการ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ที่ต้องเจอกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก่อนที่พวกเขาจะเอาชนะคู่ปรับจากเมืองน้ำหอมด้วสกอร์รวมไปถึง 9-2 และปิดท้ายด้วยการเป็นแชมป์รายการ อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ จากการเอาชนะ ริเวอร์เพลท ยอดทีมจากลีกฟุตบอลสูงสุดของประเทศอาร์เจนติน่าไปอย่างหวุดหวิด ต่อมาในปี 1997 แม้ว่าสโมสรจะมีการเปลี่ยนถ่ายนักเตะไปหลายคนแต่ทีมก็ยังสามารถป้องกันแชมป์ของลีกเอาไว้ได้แต่ก็ไม่สามารถป้องกันแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ได้แม้ว่าพวกเขาจะผ่านเข้าไปถึงนัดชิงแต่ก็พลาดท่าแพ้ให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไป 3-1 แต่ก็ยังมาเอาชนะในศึกฟุตตบอล ซูเปอร์ โคปป้า อิตาเลียน่า ในช่วงก่อนออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ ต่อมาในปี 1998 ลิปปี้ ยังคงประครองทีมได้ดีจนสามารถพา ยูเวนตุส ได้แชมป์ลีกอีกครั้งนับเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันจากการเข้ามาทำงานของ ลิปปี้ และยังสร้างประวัติศาสตร์ให้กับทีมด้วยการเข้าชิงรายการใหญ่ในยุโรปได้อีกครั้งเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

แต่ก็ต้องผิดหวังเหมือนเช่นเคยเมื่อพวกเขาทำพลาดท่าแพ้ให้กับ เรอัล มาดริด ไปอย่างหวุดหวิด แต่ปีต่อมา 1999 กับน่าเศร้าเมื่อทีมจอดเข้าอันดับที่ 7 ของตารางทำให้การเดินทางของ มาร์เชโล่ ลิปปี้ กับสโมสรสิ้นสุดกันในปีนั้นแต่ก็ยังมีรางวัลปลอบใจเมื่อทีมเข้าไปชิงชัยในรายการ อินเตอร์โตโต้ คัพ ที่เจอกับ แรนส์ สโมสรจาก ลีกเอิง ฝรั่งเศส ยูเว่ เด็ดชัยชนะเหย้าเยือนรวมกันไป 4-2 จากการทำงานของ อัลเชล็อตติ กุนซือที่เข้ามาทำหน้าที่ต่อจาก ลิปปี้ แต่สองปีหลังจากที่ อันเช ได้เข้ามารับงานแม้จะพาทีมรั้งอันดับที่ 2 ของตารางไว้ได้แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จในรายการฟุตบอลยุโรปเลย และในช่วงที่สิ้นสุดฤดูกาล 2000-2001 อันเชล็อตติ ก็ถุกปลดออกจากตำแหน่ง และแทนที่ด้วย มารฺ์เชโล่ ลิปปี้ อดีตกุนซือเจ้าเก่าเจ้าเดิม ในปี 2002 สโมสรตัดสินใจปล่อยกองกลางตำนานนักเตะระดับโลกอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน ไปให้กับสโมสรชื่อดังอย่าง เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติโลกและต้อนรับการเข้ามาของตำนานนายทวารจอมหนึบของสโมสรอย่าง จานลุยจิ บุฟฟ่อน รวมไปถึงห้องเครื่องของคนสำคัญ ลิลิยอง ตูราม ที่ย้ายมาจากสโมสรคู่ปรับอย่าง ปาร์ม่า และยังมีอีกสองแข้งคนสำคัญนั่นก็คือ พาเวล เนดเว็ด และ มาร์เซโล่ ซาลาส ที่ย้ายมาจากสโมสร ลาซิโอ และเป็นปีที่พวกเขาได้แชมป์ลีกมาอย่างดราม่ามากๆโดยการที่นัดสุดท้ายทีมเต็งแชมป์อย่าง อินเตอร์ มิลาน ดันไปพลาดท่าแพ้ให้กับ ลาซิโอ ไป 4-2 และเป็น ยูเวนตุส ที่เอาชนะ โวโรน่า ได้ 2-0 ทำให้พวกเขาคว้าแชมป์ลีกมาครองด้วยการปาดหน้าแซง อินเตอร์ มิลาน ในเกมนัดสุดท้าย นอกจากนั้น เบียงโคเนรี่ ยังสามารถผ่านเข้าไปชิงถ้วย ยูโรเปี้ยน คัพ ก่อนที่จะพลาดท่าแพ้ให้กับ ปาร์ม่า ไป และมาได้แก้มือในการวนมาเจอกันในนัดชิงชนะเลิศ โคปปา อิตาเลีย ซึ่ง ยูเวนตุส เป็นฝ่ายเก็บชัยชนะไปครอง ลิปปี้ อำลาสโมสรอีกครั้งในฤดูกาล 2004 ทิ้งผลงานด้วยการพาทีมจบอันดับ 3 ของลีก ได้เข้าชิง โคปปา แต่ว่าก็แพ้ให้กับ ลาซิโอ ในฤดูกาลต่อมา ฟาบิโอ คาเปลโล่ รับตำแหน่งต่อจาก ลิปปี้ เข้าเสริมทัพนักเตะมากมายเพื่อตามหาความสำเร็จ โดยแข้งที่พวกเขาดึงตัวมาร่วมทีมก็จะมี สลาตัน อิบราโมวิช และ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ สองหอกที่เข้ามาช่วยซัพพอร์ตทีมจนสามารถพากันเป็นแชมป์ลีกได้อีกครั้งในฤดูกาล 2005

เหตุการณ์ที่สร้างความผิดหวังให้กับแฟนบอลอิตาลีและสโมสร ม้าลาย คือการที่ ยูเวนตุส เข้าไปมีส่วนร่วมเกี่ยวกับคดีล็อคผลบอลจนทำให้พวกเขาต้องถูกยึดแชมป์ในฤดูกาล 2004-05 และถูกปรับตกชั้นลงไปเล่นอยู่ในดิวิชั่น 2 แต่ในปีเดียวกัน ทีมชาติอิตาลี สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้โดยมีเหล่าขุนพลของ เบียงโคเนรี่ ที่อยู่ในชุดทีมชาติอยู่หลายคนและมีผลกับความสำเร็จของทีมชาติอย่างมาก ปี 2007 คาเปลโล่ อำลาออกจากตำแหน่งย้ายไปทำงานให้กับ เรอัล มาดริด และได้ตำนานนักเตะฝรั่งเศสและเคยเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรยูเวนตุสที่ช่วนทีมคว้าแชมป์ลีกร่วม 3 สมัย อย่าง ดิดิเย่ร์ เดอช็องส์ เข้ามาทำหน้าที่กุมบังเหียนเป็นผู้จัดการทีมคนต่อมาและ เดอช็องส์ ก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ในรายการ เซเรีย บี พาทีมกลับสู่ดิวิชั่น 1 อย่างรวดเร็วแต่เส้นทางของ เดอช็องส์ กับสโมสรกลับไปได้ไม่สวยไม่นานเขาก็ขอลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากมีปัญกากับ ผู้อำนวยการฟุตบอลของทีม โดยคนที่เข้ามาแทนก็คือ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ผลงานในปีแรกของการทำงานของ รานิเอรี่ คือสามารถพาทีมเกาะอันดับ 3 ของตาราง แม้ว่าผลงานของเขาจะช่วยให้ฤดูกาลต่อมาของ ยูเว่ ขยับมาอยู่ในอันดับ 2 แต่นั้นก็ไม่เพียงพอต่อความสำเร็จของทีมจนสุดท้าย รานิเอรี่ ก็ถูกปลดประจำการก่อนที่จะสิ้นฤดูกาล 2009 สะอีก และถูกแทนที่ด้วยเฮชโค้ชขุดเยาวชนของทีมที่ขยับขึ้นมารับตำแหน่งต่อ ในฤดูกาล 2010 แฟร์รี่ ที่ขยับขึ้นมาแทน รานิเอรี่ ถูกปลดออกจากตำแหน่งในช่วงปลายเดือนมกราคม เพราะเขาทำผลงานออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ จนสุดท้ายสโมสรก็ตัดสินใจเอา อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ เข้ามาทำหน้าที่แทนแต่ฟอร์มของ เจ้าม้าลาย ก็ยังไม่กลับมาโหดเหมือนที่เคยเป็นทำให้ในปีนั้นพวกเขาต้องชวดแชมป์และสะสมแต้มอยู่แค่ในอันดับ 7 ของตาราง ฤดูกาล 2011 เริ่มต้นปีด้วยการเปลี่ยนตำแหน่งใหญ่อย่างประธานสโมสรกลายมาเป็น อันเดรีย อักเนลลี่ รวมไปถึงตำแหน่ง ผอ.ทางด้านกีฬาและเฮชโค้ช แต่ผลงานของกุนซือคนใหม่ที่เข้ามารับหน้าที่ได้เพียงปีเดียวพาทีมจบอันดับ 7 ในปีต่อมาเขาก็โดนปลดออกและเสียบด้วย อันโตนิโอ คอนเต้ อดีตแข้งดังของอิตาลี เข้ามารับตำแหน่องเป็นกุนซือคนใหม่ในปี 2012 เหตุการณ์ในปีเดียวกัน ยูเว่ ย้ายไปอยู่ในสนาม ยูเวนตุส สเตเดี้ยม ที่เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น อาลิอันซ์ สเตเดี้ยม และพวกเขาก็ได้กลับมาฉลองแชมป์ได้อีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานนับ 9 ปี

นอกจากนั้นพวกเขายังถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังอิตาลีด้วยอีกว่า ยูเวนตุส เป็นสโมสรแรกของกัลโช่ เซเรีย อา ที่คว้าแชมป์แบบไร้พ่ายมาครองได้สำเร็จและยังเสียประตูไปเพียงแค่ 20 ประตูตลอดฤดูกาล และในปีแรกของ คอนเต้ ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมเขายังพาทีมผ่านเข้าชิง โคปปา อิตาเลีย แต่กลับเป็นได้แค่เพียงรองแชมป์แต่ก็มาได้แชมป์ถ้วย ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า เป็นรางวัลปลอบใจปิดท้าย ปีต่อมา คอนเต้ ยังสามารถพาทีมป้องกันแชมป์ เซเรีย อา ได้สำเร็จและมาได้แชมป์ฟุตบอลถ้วย ซูเปอร์ โคปปา อิตาเลียน่า โดยการถล่มชัยใส่ ลาซิโอ้ ไป 4-0 ต่อจากนั้นฤดูกาล 2014 คอนเต้ ยังคงเดินหน้าพาทีมประสบความสำเร็จได้อีก ยูเวนตุส เข้าป้ายแชมป์สกุตโต้ได้อีกครั้งและเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันในการทำงานของกุนซืออย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ แถมยังสามารถทำสถิติใหม่ให้กับเวทีกัลโช่เซเรีย อา ด้วยการคว้าแชมป์ด้วยคะแนนรวม 33 นัด 102 คะแนน และต่อมา คอนเต้ ก็ได้อำลาออกจากสโมสรย้ายไปคุมทีมชาติอิตาลีแทน ในปี 2015 การเข้ามาของ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ที่เข้ามารับงานต่อจาก คอนเต้ ที่สร้างสถิติให้กับทีมมากมายแต่ อัลเลกรี ก็ไม่ได้ทำให้แฟนบอลต้องผิดหวังหลังจากที่เข้ามาทำงานในปีแรกเขาก็ได้พา เจ้าม้ายลาย ได้ดับเบิ้ลแชมป์ 1 คือแชมป์ลีก และ อีก 1 คือแชมป์ โคปปา อิตาเลียและเป็นอีกหนึ่งปรที่น่าเสียดายเมื่อพวกเขาได้ผ่านเข้าไปชิงฟุตบอลถ้วยยุโรปรายการใหญ่อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ก็ต้องมาพลาดท่าแพ้ให้กับ บาร์เซโลน่า ไปในท้ายที่สุด และปีต่อมา ยูเวนตุส คว้าแชมป์เซเรียอาได้อีกครั้งและเป็นการได้แชมป์แบบต่อเนื่องมา 5 ปีติดๆพร้อมกับถ้วยแชมป์รายการ โคปปา อิตาเลีย กลายเป็นว่าพวกเขามาได้ดับเบิ้ลแชมป์อีกครั้งในปี 2016 ตามต่อด้วยซีซั่น 2017 พวกเขาก็ยังคงได้แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา มาครองอีกหนึ่งปีและเป็นระยะเวลา 6 ปีติดต่อกัน และสามารถคว้าแชมป์ โคปปา อิตาเลีย มาได้อีกสมัยรวมๆแล้วเป็นสมัยที่ 12 ของรายการบอลถ้วยสูงสุดในอิตาลีและยังสามารถผ่านเข้าไปชิงแชมป์ฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ได้เป็นครั้งที่ 2 จากในช่วงเวลา 3 ปีแต่ก็ต้องเป็นได้เพียงแค่รองแชมป์หลังจากที่แพ้ให้ ราชันชุดขาว ไปถึง 4-1 โดย 2 ประตูมาจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ภายหลังย้ายเข้ามาอยู่กับทีมในอีกฤดูกาลต่อมา ปี 2018 มัสซิเมียเลโน่ ยังคงพาทีมคว้าแชมป์ลีกมาครองได้อีกสมัยและเป็น 7 ปีติดต่อกันและเป็นปีที่ 4 ของรายการ โคปปา อิตาเลีย ที่พวกเขาได้ถ้วยมาครองติดต่อกัน เท่ากับว่าตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ยูเวนตุส สามารถคว้าดับเบิ้ลแชมป์มาได้ตลอดต่อเนื่อง 4 ปีติดต่อกัน ต่อมาในฤดูกาลสุดท้ายก่อนเข้าในปีคศ.ปัจจุบัน ยูเวนตุส ยังคงเป็นแชมป์ของรายการ กัลโช่ เซเรีย อา และถูกจารึกในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลอิตาลีว่าเป็นทีมแรกที่สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ 8 ปีติดต่อกันและทำดับเบิ้ลแชมป์ติดต่อกัน 4 ปีซ้อน และทั้งหมดนี้ก็คือที่มาที่ไปของสโมสรชื่อดังของเมืองตูริน ทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประเทศอิตาลี และชื่อสโมสรแห่งนี้ยังถูกจดจำอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลลยุโรปไม่เคยลบเลือนหายไป ( Updated : 27-4-2020 )

Top Goal Player